Overview
นครบุรี, อังกอร์บุรี หรือ อ็องโกโบะเร็ย เป็นแหล่งโบราณสถานของอาณาจักรฟูนานที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกัมพูชา มีจารึกและประติมากรรมขุดพบจากบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก และยังมีสิ่งก่อสร้างโบราณหลงเหลืออยู่
| นครบุรี | |
|---|---|
| អង្គរបុរី (เขมร) | |
เมืองนครบุรีในปัจจุบัน มองจากเรือในคลองสายที่ 15 | |
| 10°59′42″N 104°58′29″E / 10.99500°N 104.97472°E | |
| ที่ตั้ง | อำเภอนครบุรี |
นครบุรี, อังกอร์บุรี หรือ อ็องโกโบะเร็ย (เขมร: អង្គរបុរី; เสียงอ่านภาษาเขมร: [ʔɑŋ.ˈkɔː ɓo.ˈrəj]) เป็นแหล่งโบราณสถานของอาณาจักรฟูนานที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกัมพูชา มีจารึกและประติมากรรมขุดพบจากบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก และยังมีสิ่งก่อสร้างโบราณหลงเหลืออยู่
ที่มาของชื่อ
ชื่อ "นครบุรี" เป็นการแปลความหมายจากชื่อเขมร អង្គរបុរី ซึ่งประกอบด้วยคำว่า អង្គរ (องฺคร) กับ បុរី (บุรี) คำว่า អង្គរ มาจากคำสันสกฤต "นคร" (नगर แปลว่า "เมือง") ซึ่งเป็นคำเดียวกับที่ปรากฏในชื่อนครวัด ส่วน បុរី มาจากคำสันสกฤต "ปุรี" (पुरि แปลว่า "เมือง" เช่นกัน) ตรงกับคำลงท้ายชื่อเมืองในภาษาไทยว่า "บุรี" (เช่น กาญจนบุรี, ราชบุรี) เมื่อทั้งสองคำมีความหมายว่า "เมือง" เหมือนกัน ชื่อนี้จึงมีความหมายตามตัวอักษรว่า "นครแห่งนคร" หรือ "เมืองแห่งเมือง"
คำว่า "บุรี" ในภาษาเขมรปรากฏการสะกดสองแบบคือ បុរី (สระอุ) และ បូរី (สระอู) ซึ่งพจนานุกรมภาษาเขมรบันทึกไว้ว่าเป็นรูปสะกดที่ใช้แทนกันได้ของคำเดียวกัน[1] จึงพบทั้งสองรูปสะกดปะปนกันในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชื่อสถานที่นี้ อย่างไรก็ตามชื่ออำเภอนครบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครบุรีเลือกสะกดด้วยสระอูเป็น ស្រុកអង្គរបូរី (สฺรุกองฺครบูรี) เป็นทางการ
ภาพรวม

นครบุรีตั้งอยู่ในอำเภอนครบุรี จังหวัดตาแก้ว[2] หลักฐานทางโบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งขุดพบจากบริเวณนี้มีอายุราวช่วง 400 ปีก่อนคริสตกาล[3] ในจำนวนนี้รวมถึงจารึกด้วยอักษรเขมรที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบันด้วย จารึกดังกล่าวมีอายุจุลศักราช 611 (ราว ค.ศ. 689) เป็นสารบบเพิ่มเติมของจารึกภาษาสันสกฤต ปรากฏคำศัพท์ต่าง ๆ เช่น "ทาส" "ไร่เพาะปลูก" "นาข้าว" "ต้นตาล" และ "หมาก"[4]
ลักษณะของเมือง
นครบุรีเป็นเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบ กว้างยาวในแนวเหนือ-ใต้ 2.2 กิโลเมตร (1.4 ไมล์) แนวตะวันออก-ตะวันตก 1.6 กิโลเมตร (0.99 ไมล์) มีพื้นที่ภายในกำแพงประมาณ 300 เฮกตาร์ มีประชากรหนาแน่นที่สุดในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6-7 และยังคงเป็นเมืองที่มีผู้อยู่อาศัยต่อเนื่องมาหลังจากนั้น[5] จากการสำรวจภาพถ่ายทางอากาศในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1930 ถึง 1940 พบว่านครบุรีเชื่อมต่อกับเมืองท่าอ๊อกแอว ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 67 กิโลเมตร (42 ไมล์) (ปัจจุบันอยู่ในประเทศเวียดนาม) ด้วยเส้นทางน้ำที่เกือบเป็นเส้นตรง[6]
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1ถึง6 ซึ่งเป็นยุคที่วัฒนธรรมอินเดียแพร่เข้าสู่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง นครบุรีเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าทางทะเลที่สำคัญระหว่างจีนกับอินเดีย[7] และยังเป็นที่ยอมรับกันอย่างมั่นคงว่าเคยเป็นศูนย์กลางทางการเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในสมัยก่อนพระนคร ผลจากการขุดค้นทำให้นครบุรีถูกจัดเป็นตัวเลือกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับที่ตั้งของวยาธปุระ ราชธานีของอาณาจักรฟูนาน (เอกสารจีนโบราณเรียกว่า "特牧城")[5][8] เรื่องที่ตั้งของวยาธปุระมีสองทฤษฎีหลัก ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าวยาธปุระตั้งอยู่ที่นครบุรีมาโดยตลอด อีกฝ่ายเห็นว่าเดิมวยาธปุระตั้งอยู่ที่บาพนมในจังหวัดไพรแวง แล้วย้ายมาที่นี่ภายหลังเนื่องจากถูกเจนละรุกรานจากทางใต้ พอล วีตลีย์ นักภูมิศาสตร์ชาวอเมริกัน (Paul Wheatley) เสนอว่าบาพนมคือวยาธปุระ ส่วนนครบุรีคือเมืองนราวรนคร (Naravaranagara)[5] แต่ในระยะหลังทฤษฎีที่ว่าวยาธปุระตั้งอยู่ที่นครบุรีมาโดยตลอดได้รับการยอมรับมากกว่า[5]
ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว[7]
ที่ตั้งและการเดินทาง
สามารถเดินทางไปยังนครบุรีได้โดยเช่าเหมาเรือจากท่าเรือในโฎนแกว เมืองหลวงของจังหวัด แล่นเรือไปตามคลองสายที่ 15 ซึ่งขุดขึ้นในคริสต์ทศวรรษ 1880 เป็นระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร (12 ไมล์) จากนั้นยังสามารถเดินทางต่อไปยังพนมดาด้วยเรือได้อีกด้วย[7] อย่างไรก็ตาม ในฤดูแล้งระดับน้ำในคลองจะลดลงจนบางช่วงเดินเรือได้ลำบาก และในฤดูแล้งนี้ยังสามารถเดินทางโดยว่าจ้างมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้ด้วย[7] แต่ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะ
การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
แหล่งโบราณสถานแห่งนี้ได้รับการเพิ่มเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นของแหล่งมรดกโลกในหมวดมรดกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1992[2]
ดูเพิ่ม
อ้างอิง
บรรณานุกรม
- "Site d'Angkor Borei et Phnom Da - UNESCO World Heritage Centre". UNESCO World Heritage Centre. สืบค้นเมื่อ 2009-03-27.
- Peregrine, Peter Neal; Ember, Melvin, บ.ก. (2001). "Angkor Borei". Encyclopedia of Prehistory. เล่มที่ 3 : East Asia and Oceania (พิมพ์ครั้งที่ 2). Springer Publishing. น. 198–199. ISBN 978-0-306-46257-3.
{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: ref duplicates default (ลิงก์) - Lévy, Paul (1948). Nag, Kalidas (บ.ก.). "Recent Archaeological Researches by the École Français d'Extrême Orient, French Indo-China, 1940–1945". Sir William Jones: Bicentenary of his Birth Commemoration Volume, 1746–1946. Calcutta: Royal Asiatic Society of Bengal: 118–119.
- Ray, Nick; Bloom, Greg (2014-09-01). Lonely Planet Cambodia (พิมพ์ครั้งที่ 9th). Lonely Planet Publications. น. 208–209. ISBN 978-1742205571.
{{cite book}}: CS1 maint: ref duplicates default (ลิงก์) - Ishii, Yoneo; Sakurai, Yumio. 図説東南アジアの歴史 [ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ฉบับภาพประกอบ)] (ภาษาญี่ปุ่น). เล่มที่ 12 (การก่อตัวของโลกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้). Kodansha. ISBN 4-06-188512-X.
- Shimoda Ichita (2010). クメール古代都市イーシャナプラの研究 [การศึกษานครโบราณอีศานปุระของเขมร] (วิทยานิพนธ์) (ภาษาญี่ปุ่น). Waseda University. hdl:2065/34854.