Overview
อโศกมหาราช เป็นภาพยนตร์ดรามาอิงประวัติศาสตร์ภาษาฮินดีของอินเดียปี ค.ศ. 2001 กำกับและร่วมเขียนบทโดย สันโตษ สีวาน สร้างจากชีวิตช่วงต้นของพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งจักรวรรดิเมารยะ ผู้ปกครองดินแดนส่วนใหญ่ของอนุทวีปอินเดียในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล โดยมีการเติมแต่งเพิ่มเติมหรือดัดแปลงเนื้อเรื่องจากประวัติศาสตร์จริง ภาพยนตร์เรื่องนี้มี ชาห์รุข ข่าน รับบทเป็นพระเจ้าอโศกมหาราช ร่วมด้วย กรีนา กปูร, ราหุล เทพ, แดนนี เดนซองพา, ฤศิตา ภัฏฏ์ และ อชิต กุมาร ในบทรับเชิญซึ่งได้แสดงในภาพยนตร์ภาษาฮินดีเป็นเรื่องแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้ผลิตโดย ดรีมซ์ อันลิมิเตด และ อาร์คไลท์ซ ฟิล์มส์ บทภาพยนตร์เขียนโดย สันโตษ สีวาน และ สาเกต เจาธรี โดยมี อับบาส ฏายัรวาลา เขียนบทพูด
| อโศกมหาราช[a] | |
|---|---|
ใบปิดภาพยนตร์ | |
| กำกับ | สันโตษ สีวาน |
| บทภาพยนตร์ | สันโตษ สีวาน สาเกต เจาธรี |
| บทพูด | อับบาส ฏายัรวาลา |
| อำนวยการสร้าง | ชาห์รุข ข่าน ชูฮี จาวลา |
| นักแสดงนำ |
|
| ผู้บรรยาย | สุเรศ โอเบรอย |
| กำกับภาพ | สันโตษ สีวาน |
| ตัดต่อ | เอ. ศรีกัร ประสาท |
| ดนตรีประกอบ | เพลง: อนุ มะลิก ดนตรีประกอบ: สันทีป เจาฏา |
| บริษัทผู้สร้าง | ดรีมซ์ อันลิมิเตด อาร์คไลท์ซ ฟิล์มส์ |
| ผู้จัดจำหน่าย | ดรีมซ์ อันลิมิเตด |
| วันฉาย |
|
| ความยาว |
|
| ประเทศ | อินเดีย |
| ภาษา | ฮินดี |
| ทุนสร้าง | ₹12.5 กรอร์[1] |
| ทำเงิน | est. ₹28 กรอร์[1] |
อโศกมหาราช[a] (อังกฤษ: As̅oka; ฮินดี: अशोका) เป็นภาพยนตร์ดรามาอิงประวัติศาสตร์ภาษาฮินดีของอินเดียปี ค.ศ. 2001 กำกับและร่วมเขียนบทโดย สันโตษ สีวาน สร้างจากชีวิตช่วงต้นของพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งจักรวรรดิเมารยะ ผู้ปกครองดินแดนส่วนใหญ่ของอนุทวีปอินเดียในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล โดยมีการเติมแต่งเพิ่มเติมหรือดัดแปลงเนื้อเรื่องจากประวัติศาสตร์จริง ภาพยนตร์เรื่องนี้มี ชาห์รุข ข่าน รับบทเป็นพระเจ้าอโศกมหาราช ร่วมด้วย กรีนา กปูร, ราหุล เทพ, แดนนี เดนซองพา, ฤศิตา ภัฏฏ์ และ อชิต กุมาร ในบทรับเชิญซึ่งได้แสดงในภาพยนตร์ภาษาฮินดีเป็นเรื่องแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้ผลิตโดย ดรีมซ์ อันลิมิเตด และ อาร์คไลท์ซ ฟิล์มส์ บทภาพยนตร์เขียนโดย สันโตษ สีวาน และ สาเกต เจาธรี โดยมี อับบาส ฏายัรวาลา เขียนบทพูด
อโศกมหาราช ได้รับการฉายอย่างกว้างขวางในสหราชอาณาจักรและอเมริกาเหนือ และยังได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสและเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ล้มเหลวในด้านรายได้จากการฉายในโรงภาพยนตร์[2] ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกพากย์เป็นภาษาทมิฬในชื่อ จามราฏ อโจกา (Samrat Ashoka)
ในงานประกาศรางวัลฟิล์มแฟร์ ครั้งที่ 47 อโศกได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 5 สาขา รวมถึง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม (สันโตษ) และ นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (กรีนา) และได้รับรางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยม (สันโตษ)
เนื้อเรื่อง
เจ้าชายอโศก เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าพินทุสาร และเป็นพระราชนัดดาในพระเจ้าจันทรคุปต์ ในวัยเยาว์ พระเจ้าจันทรคุปต์ได้ตรัสเตือนไว้ว่า "ดาบไม่เว้นผู้ใดเมื่อมันชักออกมา" จากนั่นได้ทรงทิ้งพระแสงดาบลงน้ำและสละราชสมบัติออกผนวชในศาสนาเชน เจ้าชายอโศกทรงกลับไปหยิบพระแสงดาบของพระอัยกาก่อนจะขว้างไปและโดนรังนกและพบว่าพระแสงดาบของพระองค์นั้นเปื้อนเลือดเป็นครั้งแรก
เวลาผ่านไป เจ้าชายอโศกทรงเติบใหญ่ และถูกปองร้ายจากเจ้าชายสุสิมา พระเชษฐาต่างพระมารดาอยู่หลายครั้ง ดังเช่นศึกเมืองตักศิลาที่ได้ยุยงให้พระราชบิดาได้ส่งไปทำศึกมาแต่ก็ทรงรอดกลับมาได้ ด้วยเหตุดังกล่าว พระนางธรรมะจึงทรงปริวิตกต่อพระโอรสและถึงกับปฏิญาณไม่ทรงตรัสใด ๆ เพื่อบังคับให้เจ้าชายอโศกต้องออกไปจากแคว้นมคธ เจ้าชายอโศกจึงต้องทรงจากพระมารดาและกรุงปาฏลีบุตรไป ขณะที่เจ้าชายสุสิมาและพระเชษฐาองค์อื่น ๆ เย้ยหยันว่าเจ้าชายอโศกนั่นขี้ขลาด
เจ้าชายอโศกทรงเสด็จมายังแคว้นกลิงคะ ทรงแฝงตัวเป็นสามัญชนนามว่า ปวัน และได้พบกับเจ้าหญิงเการ์วากี ซึ่งหนีจากการแย่งชิงราชบัลลังก์มา พร้อมกับเจ้าชายอรรยา พระราชอนุชาและรัชทายาทของแคว้นกลิงคะ ผู้โปรดให้เจ้าชายอโศกเล่าเรื่องนิทานเจ้าชายและเจ้าหญิงให้ฟัง และ ภีมะ แม่ทัพผู้จงรักภักดี ซึ่งต่างหนีจากการตามล่าโดยเสนาบดีผู้คิดคดแย่งชิงราชบัลลังก์ ทั้งยังพบกับวิราฏ หนุ่มเจ้าสำราญซึ่งต่อมาได้กลายเป็นพระสหายของพระองค์ เจ้าชายอโศกและเจ้าหญิงเการ์วากีทรงมีจิตสัมพันธ์กันและได้อภิเษกสมรสกันอย่างสามัญชน และภายหลังเจ้าหญิงเการ์วากีได้ทราบพระชาติกำเนิดว่าทรงเป็นเด็กที่ชาวประมงพบและกษัตริย์กลิงคะเป็นผู้เลี้ยงดูพระองค์ ต่อมาราชบุรุษได้ส่งข่าวว่าพระมารดาทรงพระประชวรทำให้เจ้าชายอโศกจำต้องจากเจ้าหญิงเการ์วากี เจ้าชายอโศกทรงตรัสว่าจะกลับมาพร้อมกับช้างม้านับร้อยก่อนเสด็จกลับไป
เจ้าชายอโศกทรงเสด็จกลับกรุงปาฏลีบุตร แต่พบว่าพระมารดามิได้ประชวรแต่อย่างใด ขณะที่พระเจ้าพินทุสารได้รับสั่งให้เจ้าชายอโศกออกไปปราบปรามกบฏที่เมืองอุชเชน ขณะเดียวกัน เสนาบดีกลิงคะได้ส่งทหารเข้าลอบชิงและเผาบ้านเรือนที่เจ้าหญิงเการ์วากีและเจ้าชายอรรยาพำนักอยู่ มีหญิงชาวบ้านจำเสียสละว่าตนและบุตรชายคือเจ้าหญิงเการ์วากีและเจ้าชายอรรยา ภายหลังเจ้าชายอโศกทรงเดินทัพผ่านมาและพบภีมะซึ่งบาดเจ็บอยู่ ภีมะแสร้งตอบว่าเจ้าหญิงเการ์วากีนั้นสิ้นพระชนม์แล้วทำให้เจ้าชายอโศกทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก
เวลาผ่านไป เจ้าชายอโศกทรงพบกับเทวี หญิงชาวพุทธ ซึ่งในตอนแรกเป็นผู้ปรุงพระโอสถถวายและจะเข้าพิธีแต่งงานกับชายคนอื่น แต่หลังจากที่ได้ช่วยเหลือเจ้าชายอโศกให้พ้นจากมือสังหารที่เจ้าชายสุสิมาส่งมาขณะที่กำลังจะแต่งงาน เนื่องจากนางได้พลั้งมือสังหารมือสังหารจนเจ้าบ่าวคนเดิมเลิกแต่งด้วย เจ้าชายอโศกจึงทรงอภิเษกสมรสกับนางแทน
เวลาต่อมา ภีมะได้จับกุมเสนาบดีผู้คิดคดและสั่งประหารชีวิต ขณะที่ต่อมาพระเจ้าพินทุสารกำลังประชวรใกล้สวรรคต เจ้าชายสุสิมาจึงได้วางแผนให้ปัณฑิตปลงพระชนม์พระนางธรรมะ ทำให้เจ้าชายอโศกทรงพิโรธอย่างหนักและจำต้องแย่งชิงบัลลังก์ สังหารพระเชษฐาพระองค์อื่น และขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งแคว้นมคธ การแย่งชิงบัลลังก์และการทำสงครามขยายอาณาเขตของพระองค์ทำให้ทรงได้รับพระสมญานามว่า จัณฑาโศก แม้พระนางเทวีและวิราฏจะพยายามห้ามไม่ให้พระเจ้าอโศกทำสงครามแต่ก็ไม่เป็นผล
เวลาต่อมา เจ้าชายสุคิธา หนึ่งในพระเชษฐาได้ทรงลี้ภัยไปแคว้นกลิงคะ ทำให้พระเจ้าอโศกทรงเตรียมทำสงครามกับแคว้นกลิงคะ โดยภีมะร่วมมือกับเจ้าชายสุคิธาวางแผนลอบปลงพระชนม์แต่ปรากฎว่าล้มเหลว ภีมะรู้ว่าปวันคือพระเจ้าอโศกแต่ท้ายสุดก็เสียชีวิตจากการถูกทำร้ายโดยทหารของพระเจ้าอโศก ขณะที่เจ้าชายสุคิธาก็ต้องทรงสิ้นพระชนม์หลังจากถูกจับได้และพยายามปลงพระชนม์พระเจ้าอโศก หลังจากนั้นพระเจ้าอโศกทรงทำสงครามกับพวกกลิงคะ และท้ายสุดเมื่อทรงพบว่าเจ้าหญิงเการ์วากียังมีพระชนม์อยู่จึงได้ตามหาพระศพของนางจนกระทั่งพบว่านางยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่เจ้าชายอรรยาได้ปรากฎตัวออกมาแต่พบว่าธนูได้ปักเข้าพระวรกายและกำลังสิ้นพระชนม์ เจ้าชายอรรยาได้ทรงขอให้พระเจ้าอโศกเล่านิทานเจ้าชายและเจ้าหญิงต่ออย่างไร้เดียงสาขณะกำลังสิ้นพระชนม์ในอ้อมกอดของพระเจ้าอโศกซึ่งเศร้าโศกพร้อมกับเจ้าหญิงเการ์วากี
พระเจ้าอโศกทรงโยนพระแสงดาบลงน้ำ โดยภาพยนตร์จบลงและได้อธิบายว่าพระเจ้าอโศกได้ทรงหันมาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาแทนการทำสงครามตั้งแต่นั้น
นักแสดง
ตามเครดิตต้นเรื่อง:
- ชาห์รุข ข่าน เป็น พระเจ้าอโศกมหาราช (ปวัน)
- กรีนา กปูร เป็น เจ้าหญิงเการ์วากี หรือ การุวากี
- แดนนี เดนซองพา เป็น วิราฏ
- ฤศิตา ภัฏฏ์ เป็น พระนางเทวี
- ราหุล เทพ เป็น ภีมะ
- อชิต กุมาร เป็น เจ้าชายสุสิมา
- เฌร์ซง ดา กุญา เป็น พระเจ้าพินทุสาร
- สุภาษินี อะลี เป็น พระนางธรรมะ
- อุเมศ เมหรา เป็น พระเจ้าจันทรคุปต์
- สูรัช พาลาจี เป็น เจ้าชายอรรยา
- จอห์นนี เลเวอร์ เป็น ทหารมคธ
- รฆุพีร์ ยาทัพ เป็น ทหารมคธ
- สุเรศ เมนน เป็น ทหารมคธ
- ศิลปา เมหตา เป็น พระมารดาของเจ้าชายสุสิมา
- ราช ลักษมี รอย เป็น สาวร้านเหล้า
- วิเวก ศรรมา เป็น เจ้าชายสุคิธา
- ซี. แอล. คุรนานี เป็น ปัณฑิต
- มิถิเลศ จตุรเวที เป็น เสนาบดีกลิงคะ
- เศวตา เมนน เป็น นันทเนศวรี
- คายตรี ชยะรามัน เป็น นักเต้นในเพลง "ราต กา นะชา"
- ดิมเปิล อินามทาร ในฐานะผู้แสดงในฉากเพลง
- โบมี อี. โฑฏีวาลา เป็น พระบิดาของพระนางเทวี
- ศรัทธา นิคัม
- ศาม เกาศัล เป็น เจ้าเมืองตักศิลา
- นะวาซุดดิน ซิดดีกี เป็น โจร
หมายเหตุ
อ้างอิง
- 1 2 "Asoka (2001)". Box Office India. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 ธันวาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2024.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Chhabra, Aseem (24 ตุลาคม 2001). "Hype 'n' Hoopla". Rediff.com. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 มิถุนายน 2009. สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2008.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)