อโศกมหาราช

Overview

อโศกมหาราช เป็นภาพยนตร์ดรามาอิงประวัติศาสตร์ภาษาฮินดีของอินเดียปี ค.ศ. 2001 กำกับและร่วมเขียนบทโดย สันโตษ สีวาน สร้างจากชีวิตช่วงต้นของพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งจักรวรรดิเมารยะ ผู้ปกครองดินแดนส่วนใหญ่ของอนุทวีปอินเดียในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล โดยมีการเติมแต่งเพิ่มเติมหรือดัดแปลงเนื้อเรื่องจากประวัติศาสตร์จริง ภาพยนตร์เรื่องนี้มี ชาห์รุข ข่าน รับบทเป็นพระเจ้าอโศกมหาราช ร่วมด้วย กรีนา กปูร, ราหุล เทพ, แดนนี เดนซองพา, ฤศิตา ภัฏฏ์ และ อชิต กุมาร ในบทรับเชิญซึ่งได้แสดงในภาพยนตร์ภาษาฮินดีเป็นเรื่องแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้ผลิตโดย ดรีมซ์ อันลิมิเตด และ อาร์คไลท์ซ ฟิล์มส์ บทภาพยนตร์เขียนโดย สันโตษ สีวาน และ สาเกต เจาธรี โดยมี อับบาส ฏายัรวาลา เขียนบทพูด

อโศกมหาราช[a]
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับสันโตษ สีวาน
บทภาพยนตร์สันโตษ สีวาน
สาเกต เจาธรี
บทพูดอับบาส ฏายัรวาลา
อำนวยการสร้างชาห์รุข ข่าน
ชูฮี จาวลา
นักแสดงนำ
ผู้บรรยายสุเรศ โอเบรอย
กำกับภาพสันโตษ สีวาน
ตัดต่อเอ. ศรีกัร ประสาท
ดนตรีประกอบเพลง:
อนุ มะลิก
ดนตรีประกอบ:
สันทีป เจาฏา
บริษัทผู้สร้าง
ดรีมซ์ อันลิมิเตด
อาร์คไลท์ซ ฟิล์มส์
ผู้จัดจำหน่ายดรีมซ์ อันลิมิเตด
วันฉาย
  • 26 ตุลาคม ค.ศ. 2001 (2001-10-26)
ความยาว
  • 176 นาที (ฉบับขยาย)
  • 171 นาที (อินเดีย)
  • 145 นาที (ทั่วโลก)
ประเทศอินเดีย
ภาษาฮินดี
ทุนสร้าง₹12.5 กรอร์[1]
ทำเงินest. ₹28 กรอร์[1]

อโศกมหาราช[a] (อังกฤษ: As̅oka; ฮินดี: अशोका) เป็นภาพยนตร์ดรามาอิงประวัติศาสตร์ภาษาฮินดีของอินเดียปี ค.ศ. 2001 กำกับและร่วมเขียนบทโดย สันโตษ สีวาน สร้างจากชีวิตช่วงต้นของพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งจักรวรรดิเมารยะ ผู้ปกครองดินแดนส่วนใหญ่ของอนุทวีปอินเดียในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล โดยมีการเติมแต่งเพิ่มเติมหรือดัดแปลงเนื้อเรื่องจากประวัติศาสตร์จริง ภาพยนตร์เรื่องนี้มี ชาห์รุข ข่าน รับบทเป็นพระเจ้าอโศกมหาราช ร่วมด้วย กรีนา กปูร, ราหุล เทพ, แดนนี เดนซองพา, ฤศิตา ภัฏฏ์ และ อชิต กุมาร ในบทรับเชิญซึ่งได้แสดงในภาพยนตร์ภาษาฮินดีเป็นเรื่องแรก ภาพยนตร์เรื่องนี้ผลิตโดย ดรีมซ์ อันลิมิเตด และ อาร์คไลท์ซ ฟิล์มส์ บทภาพยนตร์เขียนโดย สันโตษ สีวาน และ สาเกต เจาธรี โดยมี อับบาส ฏายัรวาลา เขียนบทพูด

อโศกมหาราช ได้รับการฉายอย่างกว้างขวางในสหราชอาณาจักรและอเมริกาเหนือ และยังได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสและเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ล้มเหลวในด้านรายได้จากการฉายในโรงภาพยนตร์[2] ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกพากย์เป็นภาษาทมิฬในชื่อ จามราฏ อโจกา (Samrat Ashoka)

ในงานประกาศรางวัลฟิล์มแฟร์ ครั้งที่ 47 อโศกได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 5 สาขา รวมถึง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม (สันโตษ) และ นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (กรีนา) และได้รับรางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยม (สันโตษ)

เนื้อเรื่อง

เจ้าชายอโศก เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าพินทุสาร และเป็นพระราชนัดดาในพระเจ้าจันทรคุปต์ ในวัยเยาว์ พระเจ้าจันทรคุปต์ได้ตรัสเตือนไว้ว่า "ดาบไม่เว้นผู้ใดเมื่อมันชักออกมา" จากนั่นได้ทรงทิ้งพระแสงดาบลงน้ำและสละราชสมบัติออกผนวชในศาสนาเชน เจ้าชายอโศกทรงกลับไปหยิบพระแสงดาบของพระอัยกาก่อนจะขว้างไปและโดนรังนกและพบว่าพระแสงดาบของพระองค์นั้นเปื้อนเลือดเป็นครั้งแรก

เวลาผ่านไป เจ้าชายอโศกทรงเติบใหญ่ และถูกปองร้ายจากเจ้าชายสุสิมา พระเชษฐาต่างพระมารดาอยู่หลายครั้ง ดังเช่นศึกเมืองตักศิลาที่ได้ยุยงให้พระราชบิดาได้ส่งไปทำศึกมาแต่ก็ทรงรอดกลับมาได้ ด้วยเหตุดังกล่าว พระนางธรรมะจึงทรงปริวิตกต่อพระโอรสและถึงกับปฏิญาณไม่ทรงตรัสใด ๆ เพื่อบังคับให้เจ้าชายอโศกต้องออกไปจากแคว้นมคธ เจ้าชายอโศกจึงต้องทรงจากพระมารดาและกรุงปาฏลีบุตรไป ขณะที่เจ้าชายสุสิมาและพระเชษฐาองค์อื่น ๆ เย้ยหยันว่าเจ้าชายอโศกนั่นขี้ขลาด

เจ้าชายอโศกทรงเสด็จมายังแคว้นกลิงคะ ทรงแฝงตัวเป็นสามัญชนนามว่า ปวัน และได้พบกับเจ้าหญิงเการ์วากี ซึ่งหนีจากการแย่งชิงราชบัลลังก์มา พร้อมกับเจ้าชายอรรยา พระราชอนุชาและรัชทายาทของแคว้นกลิงคะ ผู้โปรดให้เจ้าชายอโศกเล่าเรื่องนิทานเจ้าชายและเจ้าหญิงให้ฟัง และ ภีมะ แม่ทัพผู้จงรักภักดี ซึ่งต่างหนีจากการตามล่าโดยเสนาบดีผู้คิดคดแย่งชิงราชบัลลังก์ ทั้งยังพบกับวิราฏ หนุ่มเจ้าสำราญซึ่งต่อมาได้กลายเป็นพระสหายของพระองค์ เจ้าชายอโศกและเจ้าหญิงเการ์วากีทรงมีจิตสัมพันธ์กันและได้อภิเษกสมรสกันอย่างสามัญชน และภายหลังเจ้าหญิงเการ์วากีได้ทราบพระชาติกำเนิดว่าทรงเป็นเด็กที่ชาวประมงพบและกษัตริย์กลิงคะเป็นผู้เลี้ยงดูพระองค์ ต่อมาราชบุรุษได้ส่งข่าวว่าพระมารดาทรงพระประชวรทำให้เจ้าชายอโศกจำต้องจากเจ้าหญิงเการ์วากี เจ้าชายอโศกทรงตรัสว่าจะกลับมาพร้อมกับช้างม้านับร้อยก่อนเสด็จกลับไป

เจ้าชายอโศกทรงเสด็จกลับกรุงปาฏลีบุตร แต่พบว่าพระมารดามิได้ประชวรแต่อย่างใด ขณะที่พระเจ้าพินทุสารได้รับสั่งให้เจ้าชายอโศกออกไปปราบปรามกบฏที่เมืองอุชเชน ขณะเดียวกัน เสนาบดีกลิงคะได้ส่งทหารเข้าลอบชิงและเผาบ้านเรือนที่เจ้าหญิงเการ์วากีและเจ้าชายอรรยาพำนักอยู่ มีหญิงชาวบ้านจำเสียสละว่าตนและบุตรชายคือเจ้าหญิงเการ์วากีและเจ้าชายอรรยา ภายหลังเจ้าชายอโศกทรงเดินทัพผ่านมาและพบภีมะซึ่งบาดเจ็บอยู่ ภีมะแสร้งตอบว่าเจ้าหญิงเการ์วากีนั้นสิ้นพระชนม์แล้วทำให้เจ้าชายอโศกทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก

เวลาผ่านไป เจ้าชายอโศกทรงพบกับเทวี หญิงชาวพุทธ ซึ่งในตอนแรกเป็นผู้ปรุงพระโอสถถวายและจะเข้าพิธีแต่งงานกับชายคนอื่น แต่หลังจากที่ได้ช่วยเหลือเจ้าชายอโศกให้พ้นจากมือสังหารที่เจ้าชายสุสิมาส่งมาขณะที่กำลังจะแต่งงาน เนื่องจากนางได้พลั้งมือสังหารมือสังหารจนเจ้าบ่าวคนเดิมเลิกแต่งด้วย เจ้าชายอโศกจึงทรงอภิเษกสมรสกับนางแทน

เวลาต่อมา ภีมะได้จับกุมเสนาบดีผู้คิดคดและสั่งประหารชีวิต ขณะที่ต่อมาพระเจ้าพินทุสารกำลังประชวรใกล้สวรรคต เจ้าชายสุสิมาจึงได้วางแผนให้ปัณฑิตปลงพระชนม์พระนางธรรมะ ทำให้เจ้าชายอโศกทรงพิโรธอย่างหนักและจำต้องแย่งชิงบัลลังก์ สังหารพระเชษฐาพระองค์อื่น และขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งแคว้นมคธ การแย่งชิงบัลลังก์และการทำสงครามขยายอาณาเขตของพระองค์ทำให้ทรงได้รับพระสมญานามว่า จัณฑาโศก แม้พระนางเทวีและวิราฏจะพยายามห้ามไม่ให้พระเจ้าอโศกทำสงครามแต่ก็ไม่เป็นผล

เวลาต่อมา เจ้าชายสุคิธา หนึ่งในพระเชษฐาได้ทรงลี้ภัยไปแคว้นกลิงคะ ทำให้พระเจ้าอโศกทรงเตรียมทำสงครามกับแคว้นกลิงคะ โดยภีมะร่วมมือกับเจ้าชายสุคิธาวางแผนลอบปลงพระชนม์แต่ปรากฎว่าล้มเหลว ภีมะรู้ว่าปวันคือพระเจ้าอโศกแต่ท้ายสุดก็เสียชีวิตจากการถูกทำร้ายโดยทหารของพระเจ้าอโศก ขณะที่เจ้าชายสุคิธาก็ต้องทรงสิ้นพระชนม์หลังจากถูกจับได้และพยายามปลงพระชนม์พระเจ้าอโศก หลังจากนั้นพระเจ้าอโศกทรงทำสงครามกับพวกกลิงคะ และท้ายสุดเมื่อทรงพบว่าเจ้าหญิงเการ์วากียังมีพระชนม์อยู่จึงได้ตามหาพระศพของนางจนกระทั่งพบว่านางยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่เจ้าชายอรรยาได้ปรากฎตัวออกมาแต่พบว่าธนูได้ปักเข้าพระวรกายและกำลังสิ้นพระชนม์ เจ้าชายอรรยาได้ทรงขอให้พระเจ้าอโศกเล่านิทานเจ้าชายและเจ้าหญิงต่ออย่างไร้เดียงสาขณะกำลังสิ้นพระชนม์ในอ้อมกอดของพระเจ้าอโศกซึ่งเศร้าโศกพร้อมกับเจ้าหญิงเการ์วากี

พระเจ้าอโศกทรงโยนพระแสงดาบลงน้ำ โดยภาพยนตร์จบลงและได้อธิบายว่าพระเจ้าอโศกได้ทรงหันมาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาแทนการทำสงครามตั้งแต่นั้น

นักแสดง

ตามเครดิตต้นเรื่อง:

  • ชาห์รุข ข่าน เป็น พระเจ้าอโศกมหาราช (ปวัน)
  • กรีนา กปูร เป็น เจ้าหญิงเการ์วากี หรือ การุวากี
  • แดนนี เดนซองพา เป็น วิราฏ
  • ฤศิตา ภัฏฏ์ เป็น พระนางเทวี
  • ราหุล เทพ เป็น ภีมะ
  • อชิต กุมาร เป็น เจ้าชายสุสิมา
  • เฌร์ซง ดา กุญา เป็น พระเจ้าพินทุสาร
  • สุภาษินี อะลี เป็น พระนางธรรมะ
  • อุเมศ เมหรา เป็น พระเจ้าจันทรคุปต์
  • สูรัช พาลาจี เป็น เจ้าชายอรรยา
  • จอห์นนี เลเวอร์ เป็น ทหารมคธ
  • รฆุพีร์ ยาทัพ เป็น ทหารมคธ
  • สุเรศ เมนน เป็น ทหารมคธ
  • ศิลปา เมหตา เป็น พระมารดาของเจ้าชายสุสิมา
  • ราช ลักษมี รอย เป็น สาวร้านเหล้า
  • วิเวก ศรรมา เป็น เจ้าชายสุคิธา
  • ซี. แอล. คุรนานี เป็น ปัณฑิต
  • มิถิเลศ จตุรเวที เป็น เสนาบดีกลิงคะ
  • เศวตา เมนน เป็น นันทเนศวรี
  • คายตรี ชยะรามัน เป็น นักเต้นในเพลง "ราต กา นะชา"
  • ดิมเปิล อินามทาร ในฐานะผู้แสดงในฉากเพลง
  • โบมี อี. โฑฏีวาลา เป็น พระบิดาของพระนางเทวี
  • ศรัทธา นิคัม
  • ศาม เกาศัล เป็น เจ้าเมืองตักศิลา
  • นะวาซุดดิน ซิดดีกี เป็น โจร

หมายเหตุ

  1. 1 2 ชื่อเรื่องที่ตั้งโดยผู้จำหน่ายภาพยนตร์ในประเทศไทย

อ้างอิง

  1. 1 2 "Asoka (2001)". Box Office India. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 ธันวาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. Chhabra, Aseem (24 ตุลาคม 2001). "Hype 'n' Hoopla". Rediff.com. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 มิถุนายน 2009. สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น