Overview
เต่ากะอานถิ่นเหนือ หรือ เต่ากะอานอินเดีย จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง จัดเป็นเต่าน้ำจืด-น้ำกร่อย มีความยาวกระดองมากกว่า 60 เซนติเมตร ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และถือว่าเป็นเต่าที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างวิกฤติ ล่าสุดชาวบ้านในพื้นที่ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พบบริเวณคลองถ้ำเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2550
| เต่ากะอานถิ่นเหนือ | |
|---|---|
| ภาพประกอบปี 1878 | |
| สีของเต่าเพศผู้ในฤดูผสมพันธุ์ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | สัตว์ Animalia |
| ไฟลัม: | สัตว์มีแกนสันหลัง Chordata |
| ชั้น: | สัตว์เลื้อยคลาน Reptilia |
| อันดับ: | เต่า Testudines |
| อันดับย่อย: | เต่า Cryptodira |
| วงศ์ใหญ่: | Testudinoidea |
| วงศ์: | เต่านา Geoemydidae |
| สกุล: | เต่าปากแม่น้ำ Batagur (Gray, 1830)[2] |
| สปีชีส์: | B. baska |
| ชื่อทวินาม | |
| Batagur baska (Gray, 1830)[2] | |
| ชื่อพ้อง[3] | |
|
กดเพื่อขยาย
| |
เต่ากะอานถิ่นเหนือ หรือ เต่ากะอานอินเดีย[4] (อังกฤษ: Northern river terrapin; ชื่อวิทยาศาสตร์: Batagur baska) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง จัดเป็นเต่าน้ำจืด-น้ำกร่อย[5] มีความยาวกระดองมากกว่า 60 เซนติเมตร [6] ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และถือว่าเป็นเต่าที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างวิกฤติ[7] ล่าสุดชาวบ้านในพื้นที่ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พบบริเวณคลองถ้ำเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2550 [8]
ลักษณะ
จมูกเชิดปลายปากแหลมยื่นยาวออกมาเป็นหลอดจมูก ตาสีขาว เท้าหน้าแผ่แบน มีผังผืด มีเล็บ 4 เล็บ ขาสีเทาหรือดำ รูปร่างกระดองเป็นรูปไข่ กระดองหลังมีลักษณะค่อนข้างเรียบและแบน สีน้ำตาลออกเขียวจนถึงสีเทาอมเขียว ใต้ท้องสีขาวออกเหลือง ในฤดูผสมพันธุ์เต่าตัวผู้จะเปลี่ยนสีบนหัว ลำคอ และขาเป็นสีดำ และม่านตาสีออกเหลืองเปลี่ยนเป็นสีขาวสดใส ลูกเต่ามีกระดองรูปร่างแบนและมนกลม
อาหาร
เต่ากะอานถิ่นเหนือกินผลหรือฝักของพรรณไม้ป่าชายเลนและไม้ชายน้ำต่าง ๆ เช่น ลำพู โกงกาง แสมเป็นอาหารหลัก
ถิ่นอาศัย
อยู่ในลำคลองและแม่น้ำตอนล่างที่ติดกับปากแม่น้ำ ทีมีน้ำกร่อย และต้องมีสันดอนทรายที่กว้าง รวมถึงร่มเงาของป่าชายน้ำ มีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่บังคลาเทศ พม่า ไทยถึงเกาะสุมาตรา และ ลุ่มน้ำโขงตอนล่างตั้งแต่กัมพูชา ถึงเวียดนาม
การสืบพันธุ์
วางไข่ในช่วงปลายปี ตั้งแต่เดือน พ.ย.- ม.ค. โดยที่ตัวเมียจะย้ายขึ้นไปยังตอนกลางหรือต้นลำคลองเพื่อหาสันดอนทรายหรือหาดที่ไม่มีคนรบกวน เพื่อขุดหลุมลึกประมาณ 30 ซม. วางไข่ประมาณ 2-3 ครั้ง ครั้งละ ประมาณ 20 ฟอง ในรอบ 6 สัปดาห์ไข่มีขนาดยาวรี ค่อนข้างใหญ่เกือบ 10 ซม. ใช้เวลาฟักเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน
อ้างอิง
- 1 2 Praschag, P.; Singh, S. (2019). "Batagur baska". IUCN Red List of Threatened Species (ภาษาอังกฤษ). 2019 e.T97358453A2788691. doi:10.2305/IUCN.UK.2019-1.RLTS.T97358453A2788691.en. สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2021.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Rhodin, A. G.J.; van Dijk, P. P.; Inverson, J. B.; Shaffer, H. B.; Roger, B. (2011). "Turtles of the world, 2011 update: Annotated checklist of taxonomy, synonymy, distribution and conservation status" (PDF). Chelonian Research Monographs. 5. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-01-31.
- ↑ Fritz, U.; Havaš, P. (2007). "Checklist of Chelonians of the World" (PDF). Vertebrate Zoology. 57 (2): 212–213. doi:10.3897/vz.57.e30895. S2CID 87809001. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-05-01. สืบค้นเมื่อ 29 พฤษภาคม 2012.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ กําหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามนําเข้า ส่งออก หรือนําผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๙. "Wayback Machine" (PDF). www4.fisheries.go.th. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-12-05. สืบค้นเมื่อ 2025-03-18.
{{cite web}}: การอ้างอิงใช้ชื่อทั่วไปเกินไป (วิธีใช้)CS1 maint: numeric names: authors list (ลิงก์) - ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2007-08-19. สืบค้นเมื่อ 2007-08-16.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2007-09-28. สืบค้นเมื่อ 2007-08-16.
- ↑ http://travel.sanook.com/hometown/hometown_09054.php
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2007-09-27. สืบค้นเมื่อ 2007-08-16.
แหล่งข้อมูลอื่น
- Centre for Turtle Research and Conservation (สืบค้นเมื่อ 19 May 2007)
- Batagur baska ที่คลังข้อมูลสัตว์เลื้อยคลาน Reptarium.cz