Overview
หมีขอ หรือ หมีกระรอก เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม แม้จะมีหน้าตาคล้ายหมีจนได้ชื่อว่าหมี แต่เป็นสัตว์จำพวกชะมดและอีเห็น (Viverridae) ที่ใหญ่ที่สุด จัดเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวในสกุล Arctictis
| หมีขอ | |
|---|---|
| ในสวนสัตว์ Parc Overloon ประเทศเนเธอร์แลนด์ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | สัตว์ Animalia |
| ไฟลัม: | สัตว์มีแกนสันหลัง Chordata |
| ชั้น: | สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม Mammalia |
| อันดับ: | สัตว์กินเนื้อ Carnivora |
| อันดับย่อย: | เฟลิฟอร์เมีย Feliformia |
| วงศ์: | ชะมดและอีเห็น Viverridae |
| วงศ์ย่อย: | อีเห็น Paradoxurinae Temminck, 1824 |
| สกุล: | หมีขอ Arctictis (Raffles, 1822) |
| สปีชีส์: | A. binturong[3] |
| ชื่อทวินาม | |
| Arctictis binturong[3] (Raffles, 1822) | |
| ขอบเขตหมีขอ | |



หมีขอ หรือ หมีกระรอก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Arctictis binturong; อีสาน: เหง็นหางขอ, เหง็นหมี) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม แม้จะมีหน้าตาคล้ายหมีจนได้ชื่อว่าหมี แต่เป็นสัตว์จำพวกชะมดและอีเห็น (Viverridae) ที่ใหญ่ที่สุด จัดเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวในสกุล Arctictis
หมีขอมีขนสีดำตามลำตัวซึ่งค่อนข้างยาวและหยาบ สีขนบริเวณหัวอาจมีสีเทา มีใบหูกลม บริเวณขอบหูมีสีขาว หมีขอมีหางยาวเป็นพวงคล้ายกระรอก ซึ่งสามารถม้วนงอได้และสามารถใช้เกาะเกี่ยวต้นไม้ได้เป็นอย่างดี หมีขอมีความยาวลำตัวและหัว 61-96 เซนติเมตร ความยาวหาง 50-84 เซนติเมตร น้ำหนัก 10–20 กิโลกรัม
หมีขอมีต่อมสร้างสารกลิ่นฉุนอยู่ข้างทวารหนัก ตัวผู้จะอยู่เหนืออัณฑะขึ้นมา ส่วนตัวเมียมีต่อมข้างช่องคลอด ซึ่งจะผลิตฟีโรโมนออกมาควบคู่กัน ระดับแอมโมเนียที่สร้างขึ้นมามีความเข้มข้นเพียงพอจะทำให้กลิ่นนั้นแปรสภาพเป็นกลิ่นคล้ายเนยหอมที่ผสมในป็อปคอร์น
หมีขอมีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวางตั้งแต่ภูฏาน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย, ภาคตะวันตกของพม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, พรมแดนระหว่างเวียดนามติดกับลาวและกัมพูชา, มาเลเซีย, เกาะสุมาตรา, เกาะบอร์เนียวในอินโดนีเซีย และเกาะปาลาวันในฟิลิปปินส์
หมีขอเป็นสัตว์หากินในเวลากลางคืน อาศัยและหากินตามลำพัง แต่ในบางครั้งอาจอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ประกอบไปด้วย แม่และลูก ในเวลากลางวันจะอาศัยโพรงไม้เป็นที่หลับนอน อาหารได้แก่ ผลไม้และสัตว์ที่มีขนาดเล็กชนิดต่าง ๆ บนต้นไม้ทั้งแมลงและสัตว์เลื้อยคลาน ปีนต้นไม้ได้เก่งมาก โดยใช้หางที่ยาวเกาะเกี่ยวกิ่งไม้จากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง นอกจากนี้ยังสามารถว่ายน้ำได้อีกด้วย มีการผสมพันธุ์กันได้ตลอดทั้งปี ใช้เวลาตั้งท้องนาน 92 วัน ออกลูกครั้งละ 1–3 ตัว หมีขอตัวเมียจะมีเต้านมทั้งหมด 2 คู่ ลูกที่เกิดใหม่จะยังไม่สามารถใช้หางเกี่ยวกิ่งไม้ได้เหมือนตัวพ่อแม่ [4]
หมีขอเป็นสัตว์ที่เลี้ยงตั้งแต่เล็กแล้วจะเชื่องจนสามารถนำมาฝึกให้แสดงโชว์ต่าง ๆ ได้ตามสวนสัตว์ สถานะปัจจุบันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
ศัพทมูลวิทยา
คำว่า "หมีขอ" มาจากการที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับหมี ประกอบกับมีพฤติกรรมเมื่อพบปะมนุษย์ แม้แต่จะเป็นหมีขอที่เป็นสัตว์ป่าแท้ ๆ ก็มักจะไม่เกรงกลัว แต่กลับจะมีพฤติกรรมอยากรู้ อยากเห็น และจะยื่นตีนหน้าไปเหมือนแบมือขอของสุนัขที่ฝึกมาแล้ว เมื่อมีใครยื่นอะไรสักอย่างให้ เช่น เงิน ก็จะคว้าแล้ววิ่งหายไปในพงไม้
และชื่อ "หมีกระรอก" นั้นก็มาจากขนหางที่เป็นพวงฟูเหมือนกระรอก[5]
อ้างอิง
- ↑ Willcox, D.H.A.; Chutipong, W.; Gray, T.N.E.; Cheyne, S.; Semiadi, G.; Rahman, H.; Coudrat, C.N.Z.; Jennings, A.; Ghimirey, Y.; Ross, J.; Fredriksson, G.; Tilker, A. (2016). "Arctictis binturong". IUCN Red List of Threatened Species (ภาษาอังกฤษ). 2016 e.T41690A45217088. doi:10.2305/IUCN.UK.2016-1.RLTS.T41690A45217088.en. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2021.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ แม่แบบ:Cite Species+
- 1 2 Wozencraft, W. C. (2005). "Species Arctictis binturong". ใน Wilson, D. E.; Reeder, D. M. (บ.ก.). Mammal Species of the World: A Taxonomic and Geographic Reference (พิมพ์ครั้งที่ 3rd). Johns Hopkins University Press. น. 549. ISBN 978-0-8018-8221-0. OCLC 62265494.
- ↑ หน้า 87-88 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน. 256 หน้า โดย กองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย (กรุงเทพมหานคร, 2543) ISBN 974-87081-5-2
- ↑ หน้า 124, สัตว์สวยป่างาม โดยชมรมนิเวศวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล (สิงหาคม, 2518)
แหล่งข้อมูลอื่น
- "Bearcat". Zooborns. 2008.
- Bird, K. (2005). "Binturong". Wildlife Waystation. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2007-12-23.
- "L'association Arctictis Binturong Conservation". ABConservation.
- . สารานุกรมบริแทนนิกา (ภาษาอังกฤษ) (พิมพ์ครั้งที่ 11th). 1911.
- มูลนิธิสืบนาคะเสถียร:“เรื่องของหมีขอที่เราควรรู้”