Overview
แมลงสาบ เป็นแมลงที่อยู่ในอันดับ Blattodea หรือ Blattaria จัดเป็นแมลงที่มีวงจรชีวิตไม่สมบูรณ์ คือ ไม่เป็นตัวหนอนและดักแด้ ปัจจุบันเป็นแมลงที่พบกระจายไปแล้วทั่วโลก โดยติดไปกับยานพาหนะต่าง ๆ พบได้ถึงขนาดบนเครื่องบินโดยสาร ถือเป็นสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค
| แมลงสาบ ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: ยุคคาร์บอนิเฟอรัส – ปัจจุบัน | |
|---|---|
| ภาพวาดของแมลงสาบหลากหลายสายพันธุ์ที่พบได้ตามบ้านเรือนทั่วไป–A. แมลงสาบเยอรมัน (Blattella germanica), B. แมลงสาบอเมริกัน (Periplaneta americana), C. แมลงสาบออสเตรเลีย (P. australasiae), D. แมลงสาบสามัญ (Blatta orientalis) ตัวเมีย, E. แมลงสาบสามัญตัวผู้ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Arthropoda |
| ชั้น: | Insecta |
| ชั้นย่อย: | Pterygota |
| ชั้นฐาน: | Neoptera |
| อันดับใหญ่: | Dictyoptera |
| อันดับ: | Blattidea |
| วงศ์ | |
| |
| ชื่อพ้อง | |
| |
แมลงสาบ เป็นแมลงที่อยู่ในอันดับ Blattodea หรือ Blattaria จัดเป็นแมลงที่มีวงจรชีวิตไม่สมบูรณ์ คือ ไม่เป็นตัวหนอนและดักแด้ ปัจจุบันเป็นแมลงที่พบกระจายไปแล้วทั่วโลก โดยติดไปกับยานพาหนะต่าง ๆ พบได้ถึงขนาดบนเครื่องบินโดยสาร[1] ถือเป็นสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค
ชื่อ
โดยชื่อภาษาอังกฤษนั้นมีที่มาจากภาษาสเปน และชื่อทางวิทยาศาสตร์มาจากภาษากรีก (สเปน: cucaracha หมายถึง "แมลง" และกรีก: βλάττα และ βλάττη) แมลงสาบที่รู้จักกันโดยทั่วไปเป็นชนิด Periplaneta americana ในวงศ์ Blattidae หรือเรียก แมลงสาบอเมริกัน มีลำตัวยาวประมาณ 3 เซนติเมตร ส่วนแมลงสาบไทยหรือแมลงสาบชนิดเอเชียเป็นชนิด Blattella asahinai ซึ่งมีความยาวลำตัวประมาณ 2 เซนติเมตร
ลักษณะ
โดยทั่วไปแล้ว มีลักษณะลำตัวยาวรีเป็นรูปไข่ เป็นสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม มีส่วนหัวซ่อนอยู่ใต้อก มีหนวดยาวคล้ายเส้นด้าย ส่วนขายาวมีหนามคลุม ตัวเต็มวัยมีทั้ง มีปีกและไม่มีปีก เป็นแมลงที่หากินตามพื้นดินเป็นหลักตามที่มืด ๆ หรือในเวลากลางคืน ไม่ชอบที่จะบิน และวิ่งได้เร็วมาก
ชนิด
ปัจจุบันนี้พบมากกว่า 9,000 สกุล 4,500 ชนิด และพบ 4 ชนิดที่เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง เช่น แมลงสาบมาดากัสการ์ (Gromphadorhina portentosa) [2][3]
ความเป็นมาและวิวัฒนาการของแมลงสาบ
จากการศึกษาซากฟอสซิลของแมลงสาบ บ่งชี้ได้ว่า แมลงสาบได้ถือกำเนิดมาบนโลกนี้ยาวนานกว่ามนุษย์หลายเท่า (ราว 250 ล้านปีมาแล้ว) ความแตกต่างของแมลงสาบโบราณกับแมลงสาบในปัจจุบัน คือ ช่องออกไข่ที่ปลายช่องท้อง และมีการค้นพบฟอสซิลแมลงสาบที่เป็นยุคปัจจุบันคือมีรังไข่เหมือนกับปัจจุบันในยุคที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์จากโลกไปแล้ว คือ มหายุคมีโซโซอิก แมลงสาบสามารถปรับตัวได้กับทุกสภาพแวดล้อม เนื่องจากการที่แมลงสาบกินทุกอย่างเป็นอาหาร บางสายพันธุ์สามารถกินไม้ได้ด้วย แมลงสาบจะปรากฏตัวให้เห็นอยู่ในประเทศที่เป็นเขตเมืองร้อน แมลงสาบในประเทศไทยจะอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน แหล่งของเสีย ขยะแมลงสาบที่อาศัยอยู่ตามฟาร์ม เช่น โรงผสมอาหารสัตว์ ปัจจุบันมีวิธีกำจัดแมลงสาบโดยชีววิธี ด้วยแมลงที่เป็นศัตรู[4] เพื่อลดการใช้สารเคมีกำจัดแมลง แมลงสาบสามารถใช้ชีวิตอยู่โดยไม่ได้ทานอาหารเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และสามารถงอกขาใหม่ได้
แมลงสาบที่พบในประเทศไทย
แมลงสาบอเมริกัน
แมลงสาบอเมริกันมีแหล่งกำเนิดในทวีปแอฟริกา เป็นแมลงสาบที่มีลำตัวขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 30–40 มิลลิเมตร มีสีน้ำตาลแดง ปีกยาวทั้งตัวผู้และตัวเมีย บินเก่ง ชอบออกหากินในเวลากลางคืน กลางวันจะนอนพัก หรือหลบซ่อนตัวตามซอกมุม ใต้ตู้ ชั้นเก็บของ ในที่มืด อับ จะพบมากตามโกดังเก็บสินค้า หรือบ้านเรือนทั่วไป โตเต็มวัยเมื่อ 7 วัน อายุ 4–7 วันเริ่มผสมพันธุ์ วางไข่ครั้งละ 16–28 ฟอง ในหนึ่งรังไข่ ตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ 22–40 รังไข่ ฟักภายใน 30–46 วัน มีอายุประมาณ 212–294 วัน นอกจากนี้แล้วจากการศึกษาของนักกีฏวิทยาชาวญี่ปุ่นพบว่า สามารถขยายพันธุ์ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งตัวผู้ได้ [5]ชอบอากาศอบอุ่นและชื้น
แมลงสาบออสเตรเลีย
แมลงสาบออสเตรเลียมีแหล่งกำเนิดในทวีปแอฟริกา แต่จะพบมากในเขตอบอุ่นและเขตร้อนรวมทั้งประเทศไทย มีขนาดใหญ่ ลำตัวยาวประมาณ 27–3 มิลลิเมตร แต่เล็กกว่า แมลงสาบอเมริกันเล็กน้อย สีเข้มกว่า มีแถบสีอ่อนอยู่ด้านข้างของปีกคู่แรก มีแถบสีเหลืองที่ทรวงอกท่อนแรก บินได้เก่ง Pronotumจะมีสีดำเป็นกลุ่มเห็นชัด มีการเจริญเติบโตแบบลอกคราบ มีอายุยืนประมาณ 170–304 วัน พบได้เช่นเดียวกับแมลงสาบอเมริกันแต่จำนวนน้อยกว่า
แมลงสาบสามัญ
แมลงสาบสามัญเป็นแมลงสาบตัวขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 22–27 มิลลิเมตร ตัวสีน้ำตาลเข้มหรือดำ และมีลายสีเหลืองหรือขาวเด่นชัดด้านบนทรวงอกทั้ง 3 ท่อนและขอบด้านนอกของส่วนท้อง ตัวเมียไม่มีปีก ส่วนตัวผู้จะมีปีกสั้น ๆ เพียง 1/4 ของส่วนท้อง แต่บินไม่ได้ แมลงสาบชนิดนี้มักอยู่กันเป็นกลุ่ม ๆ ในที่มืด ตามซอกที่เก็บของ กองหนังสือเก่า ๆ เป็นต้น
แมลงสาบเยอรมัน
แมลงสาบเยอรมันมีลำตัวสีน้ำตาลอ่อน ยาว ขนาดประมาณครึ่งนิ้ว ปีกยาวทั้งสองเพศ บินเก่ง ที่ด้านหลังของทรวงอกท่อนแรก มีแถบสีดำสองแถบ เห็นชัดเจน มีอายุประมาณ 100 วัน ชอบอากาศอบอุ่น ตัวเต็มวัย 7–10 วันจะผสมพันธุ์ ตัวเมียที่มีไข่จะลากเกราะหุ้มไข่ติดกับท้องตลอดเวลาจนกว่าไข่จะสุก ประมาณ 2–4 สัปดาห์ แมลงสาบชนิดนี้จะพบบ้างประปรายตามบ้านเรือน แต่ในเรือใหญ่ ๆ เช่นเรือรบ เรือสินค้า จะประสบปัญหาจากการรบกวนของแมลงสาบจำพวกนี้มาก แพร่พันธุ์ได้เร็วมาก และยังได้พบว่าสามารถขยายพันธุ์ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งเพศผู้ได้[5] ปัจจุบันพบว่าแมลงสาบพวกนี้ต้านยากำจัดแมลงพวก Hydrocarbon series เช่น DDT. Dieldrin
แมลงสาบลายน้ำตาล
แมลงสาบลายน้ำตาลมีตัวขนาดเท่ากับแมลงสาบเยอรมัน สีน้ำตาลอ่อน ลักษณะที่สังเกตได้ง่ายคือแถบสีน้ำตาลพาดผ่านเป็นสองแถบที่ปีก แมลงสาบชนิดนี้จะอยู่เป็นกลุ่ม ๆ ในกล่องหรือปีบ ซอกที่มืดทึบ แต่พบน้อยมาก หากินไม่ไกลจากที่อยู่อาศัย
แมลงสาบซูรินาม
แมลงสาบซูรินามตัวมีสีน้ำตาลเข้มหรือดำ ขนาดยาว 18–24 มิลลิเมตร มักพบอยู่ตามดินไต้กองขยะ กองใบไม้ เวลากลางคืนอาจบินเข้ามาตามแสงไฟในบ้านบ้าง
แมลงแกลบ
แมลงแกลบมีลักษณะคล้ายแมลงสาบซูรินาม ปัจจุบันสามารถใช้ประโยชน์ในการกำจัดขยะอินทรีย์และเป็นเหยื่อตกปลาได้
เพศของแมลงสาบ
ความแตกต่างระหว่างแมลงสาบตัวผู้กับตัวเมียสังเกตได้จากปลายท้องของตัวผู้จะมีระยางค์ 2 คู่ที่ใช้รับความรู้สึกและใช้ผสมพันธุ์ ส่วนตัวเมียจะมีรยางค์ที่เป็นแผ่นแบน ๆ เหมือนแคปซูลเรียกว่า รังไข่ ใช้สำหรับวางไข่ตามมุมห้องหรือซอกเล็ก ๆ การวางไข่ของตัวเมียนั้น จะมีการปล่อยน้ำที่มีความเหนียว สีขาวขุ่นออกมา ทำหน้าที่เพื่อให้ไข่นั้นติดนานไป ไข่เมื่อโตเต็มที่จะมีสีเหมือนเม็ดมะขามแต่ขนาดเล็กกว่า
โรคที่ตามมากับแมลงสาบ
ด้วยแหล่งอาศัยของแมลงสาบจะอยู่ตามขยะ ของเสีย แมลงสาบจึงนำมาสู่เชื้อโรคมากมายที่เป็นพาหะนำโรคมาสู่มนุษย์ เช่น ท้องเดิน, บิด, ไทฟอยด์, อหิวา
อ้างอิง
- ↑ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแมลงสาบ
- ↑ Valles, SM; Koehler, PG; Brenner, RJ. (1999). "Comparative insecticide susceptibility and detoxification enzyme activities among pestiferous blattodea". Comp Infibous Biochem Physiol C Pharmacol Toxicol Endocrinol 124 (3) : 227–232. doi:10.1016/S0742-8413 (99) 00076-6. PMID 10661713.
- ↑ Schal, C; Hamilton, R. L. (1990). "Integrated suppression of synanthropic cockroaches". Annu. Rev. Entomol 35: 521–551. doi:10.1146/annurev.en.35.010190.002513. PMID 2405773. http://www4.ncsu.edu/~coby/schal/1990SchalAREreview.pdf.
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2008-09-27. สืบค้นเมื่อ 2008-10-01.
- 1 2 จุดประกาย 7 WILD, 'แมลงสาบ' ขยายพันธุ์เอง ไม่ง้อตัวผู้. "Wild UPDATE". กรุงเทพธุรกิจปีที่ 29 ฉบับที่ 10427: วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2560
- เก็บถาวร 2009-10-17 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน