Overview
ไซโทโครม P450 3A4 เป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งต่อร่างกายมนุษย์ ส่วนใหญ่พบได้ที่ตับและลำไส้ โดยเอนไซม์นี้จะทำหน้าที่ออกซิไดซ์โมเลกุลอินทรีย์แปลกปลอมขนาดเล็ก (ซีโนไบโอติค) เช่น สารพิษ หรือยา เพื่อให้ร่างกายสามารถกำจัดสารแปลกปลอมเหล่านี้ออกไปได้ ยารักษาโรคส่วนใหญ่มักถูกทำให้หมดฤทธิ์ได้โดยเอนไซม์ CYP3A4 แต่ในทางตรงกันข้าม กลับมียาบางชนิดที่ถูกทำให้มีฤทธิ์ในการรักษาได้ด้วยเอนไซม์นี้ อย่างไรก็ตาม สารบางอย่าง เช่น น้ำเกรปฟรูต และยาบางชนิดอาจมีฤทธิ์รบกวนการทำงานของเอนไซม์ CYP3A4 ได้ โดยผลที่เกิดขึ้นจากอันตรกิริยาระหว่างสารเหล่านี้กับเอนไซม์ CYP3A4 อาจเพิ่มหรือลดประสิทธิภาพการรักษาของยาที่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้วยเอนไซม์ CYP3A4 ได้
| cytochrome P450 family 3 subfamily A member 4 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Identifiers | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| Aliases | 1,8-cineole 2-exo-monooxygenase1.14.13.32cytochrome P450 3A3albendazole monooxygenase (sulfoxide-forming)1.14.13.157quinine 3-monooxygenasecytochrome P450subfamily IIIA (niphedipine oxidase)polypeptide 3cytochrome P450 NF-25cytochrome P450family 3subfamily Apolypeptide 4P450-IIIsteroid inducibleglucocorticoid-inducible P450cytochrome P450 HLpCYPIIIA41.14.13.67cytochrome P450subfamily IIIA (niphedipine oxidase)polypeptide 4nifedipine oxidasecytochrome P450-PCN1cytochrome P450 3A4albendazole sulfoxidaseCYPIIIA3CYP3A41.14.14.1cholesterol 25-hydroxylasealbendazole monooxygenasetaurochenodeoxycholate 6-alpha-hydroxylase1.14.13.97 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| External IDs | GeneCards: ; OMA:- orthologs | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| Wikidata | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ไซโทโครม P450 3A4 (อังกฤษ: Cytochrome P450 3A4; ชื่อย่อ: CYP3A4; EC 1.14.13.97) เป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งต่อร่างกายมนุษย์ ส่วนใหญ่พบได้ที่ตับและลำไส้ โดยเอนไซม์นี้จะทำหน้าที่ออกซิไดซ์โมเลกุลอินทรีย์แปลกปลอมขนาดเล็ก (ซีโนไบโอติค) เช่น สารพิษ หรือยา เพื่อให้ร่างกายสามารถกำจัดสารแปลกปลอมเหล่านี้ออกไปได้ ยารักษาโรคส่วนใหญ่มักถูกทำให้หมดฤทธิ์ได้โดยเอนไซม์ CYP3A4 แต่ในทางตรงกันข้าม กลับมียาบางชนิดที่ถูกทำให้มีฤทธิ์ในการรักษาได้ด้วยเอนไซม์นี้ อย่างไรก็ตาม สารบางอย่าง เช่น น้ำเกรปฟรูต และยาบางชนิดอาจมีฤทธิ์รบกวนการทำงานของเอนไซม์ CYP3A4 ได้ โดยผลที่เกิดขึ้นจากอันตรกิริยาระหว่างสารเหล่านี้กับเอนไซม์ CYP3A4 อาจเพิ่มหรือลดประสิทธิภาพการรักษาของยาที่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้วยเอนไซม์ CYP3A4 ได้
CYP3A4 เป็นเอนไซม์ในกลุ่มออกซิไดซิงเอนไซม์ตระกูลไซโตโครม P450 ซึ่งเอนไซม์สมาชิกอื่นในกลุ่มเอนไซม์นี้ล้วนมีส่วนสำคัญยิ่งในกระบวนการเปลี่ยนแปลงยาหลายชนิดที่แตกต่างกันออกไป แต่ CYP3A4 เป็นเอนไซม์มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงยาได้หลากหลายชนิดมากที่สุด CYP3A4 เป็นเอนไซม์ที่เป็นสารฮีโมโปรตีนเช่นเดียวกันกับเอนไซม์อื่นในตระกูลนี้ กล่าวคือ เป็นโปรตีนที่มีกลุ่มของฮีมซึ่งมีอะตอมของธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบ ในมนุษย์ โปรตีน CYP3A4 จะถูกเข้ารหัสโดยยีน CYP3A4[1] ซึ่งยีนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มยีน cytochrome P450 บน โครโมโซมคู่ที่ 7 โลคัส 7q21.1[2]
หน้าที่
CYP3A4 เป็นเอนไซม์ในมหาสกุลไซโทโครม P450 ซึ่งโปรตีนในมหาสกุลนี้จัดเป็นเอนไซม์ประเภทมอนอออกซีจีเนส ซึ่งมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นการเกิดเมแทบอลิซึมของยาต่างๆมากมาย รวมไปถึง การสังเคราะห์คอเลสเตอรอล สเตอรอยด์ และสารประกอบจำพวกไขมันต่างๆอีกหลายชนิด
การทำงานโปรตีน CYP3A4 นั้น จะทำงานได้เมื่อเคลื่อนที่ไปยังร่างแหเอนโดพลาซึมและได้รับการกระตุ้นจากกลูโคคอร์ติคอยด์และสารทางเภสัชเคมีบางชนิด โดยยาที่ใช้ในการป้องกันหรือบำบัดรักษาโรคในปัจจุบันประมาณร้อยละ 60 นั้นถูกเมแทบอลิซึมโดยกลุ่มเอนไซม์ในไซโทโครม P450 ในจำนวนนี้มากกว่าร้อยละ 50 ถูกเมแทบอลิซึมโดย CYP3A4[3] ตัวอย่างซับสเตรตของ CYP3A4 ได้แก่ พาราเซตามอล โคดีอีน ไซโคลสปอริน ไดแอซิแพม และอิริโทรมัยซิน เป็นต้น นอกจากนี้เอนไซม์นี้ยังทำหน้าที่เมแทบอไลซ์สเตอรอยด์และสารก่อมะเร็งบางชนิดได้ด้วย[4] ยาโดยส่วนมากเมื่อถูกเมแทบอไลซ์โดย CYP3A4 มักหมดฤทธิ์ลง ซึ่งจะถูกกำจัดออกจากร่างกายต่อไปทั้งทางตรงและการอาศัยตัวนำ อย่างไรก็ตาม ยาบางชนิดกลับถูกทำให้อยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์ (active compound) เมื่อถูกเมแทบอไลซ์โดย CYP3A4 ซึ่งสารออกฤทธิ์ที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นประโยชน์ในการบำบัดรักษาโรค หรือเป็นพิษต่อร่างกายก็ได้ อย่างใดอย่างหนึ่ง (ตัวอย่างสารเหล่านี้ดังแสดงในตารางด้านล่าง)
นอกจากนี้ CYP3A4 ยังมีออกฤทธิ์เป็นอีพ็อกซิเนสที่ทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงกรดอะราคิโดนิกไปเป็นกรดอีพ็อกซีไอโคซาไทรอีโนอิก (EETs) เช่น กรด (±) -8,9-, (±) -11,12-, และ (±) -14,15-อีพ็อกซีไอโคซาไทรอีโนอิก[5] ซึ่ง EET นี้มีผลต่อระบบต่างๆของร่างกายมากมาย ซึ่งรวมไปถึงการส่งเสริมการเติบโตของเซลล์มะเร็งในผู้ป่วยมะเร็งด้วย (ดูเพิ่มที่ กรดอีพ็อกซีไอโคซาไทรอีโนอิก) การศึกษาในเซลล์สายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งที่พบในมนุษย์พบว่า CYP3A4 จะสร้างกรด (±) -14,15-อีพ็อกซีไอโคซาไทรอีโนอิกออกมา ซึ่งกรดดังกล่าวจะออกฤทธิ์กระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของเซลล์สายพันธุ์มะเร็งตัวอย่างมากขึ้นกว่าปกติ[6] ทั้งนี้ มีรายงานพบว่าไซโทโครม P450ยังแสดงฤทธิ์เป็นมอนอออกซีจีเนสของกรดไขมัน ซึ่งจะเมแทบอไลซ์กรดอะราคิโดนิกไปเป็น กรด20-ไฮดรอกซีไอโคซาเททราอีโนอิก (20-HETE)[7] โดย 20-HETE ที่เกิดขึ้นนี้ก็มีฤทธิ์ที่คล้ายคลึงกับ EET ซึ่งรวมไปถึงความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะเร็งเต้านม (ดูเพิ่มที่ กรด 12-ไฮดรอกซีไอโคซาเททราอีโนอิก)
วิวัฒนาการ
เมื่อเปรียบเทียบกับยีนพาราลอกของ CYP3A4 แล้วพบว่ายีน CYP3A4 มีการแสดงออกของส่วนควบคุม (regulatory region) ที่ซับซ้อนมากกว่าเป็นอย่างมาก[8] การที่ยีน CYP3A4 มีการแสดงออกที่ซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นนี้ทำให้ยีน CYP3A4 มีความไวต่อลิแกนด์ชนิด PXR และ CAR ทั้งจากภายในและภายนอกมากขึ้น ซึ่งต่างจากยีนทั่วไปที่จะมีความจำเพาะของการแสดงออกที่กว้างมากขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความหลากหลายของชนิดยีนที่มากขึ้น[8] CYP3A4 ของชิมแปนซีและมนุษย์นั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเมแทบอไลซ์ลิแกนด์ชนิดต่างๆ โดยการแสดงออกของยีน CYP3A4 ในชิมแปนซีนั้นมีสัดส่วนคิดเป็นเพียงร้อยละ 50 เท่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์ อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์จลศาสตร์ของยีน CYP3A4 ในทั้งสองสายพันธุ์เปรียบเทียบกัน พบว่าไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด แต่การทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่า CYP3A4 ของมนุษย์กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาดีเบนซิเลชันของ 7-BFC ได้มากกว่าชิมแปนซีถึง 5 เท่า ในสภาวะที่มีกรดน้ำดีลิโทคลอริคทุติยภูมิที่เป็นพิษต่อตับ[9] ความแตกต่างของการแสดงออกของยีนข้างต้นนี้ทำให้มนุษย์มีความต้านทานต่อการเกิดท่อน้ำดีตีบตันได้มากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับชิมแปนซี[9]
การกระจายในเนื้อเยื่อ
ตัวอ่อนมนุษย์ในระยะฟีตัสนั้นจะไม่มีแสดงออกของ CYP3A4 ในเนื้อเยื่อตับ[โปรดขยายความ] หากแต่จะมีการทำงานของCYP3A7 (EC 1.14.14.1) ขึ้นมาแทน ซึ่ง CYP3A7 นี้เป็นเอนไซม์ที่มีสารซับสเตรตเช่นเดียวกันกับ CYP3A4 แต่หลังจากมารกมีอายุประมาณ 5 เดือน จะมีการแสดงออกของ CYP3A4 ประมาณร้อยละ 40 และเพิ่มเป็นร้อยละ 72 เมื่อมีอายุ 12 เดือน[10][11]
ถึงแม้ว่า CYP3A4 จะเป็นเอนไซม์ที่พบได้ในเนื้อเยื่อตับเป็นหลัก แต่ก็สามารถพบเอนไซม์ดังกล่าวในอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออื่นได้เช่นกัน โดยเอนไซม์ที่พบนอกเหนือจากบริเวณตับนี้ก็ล้วนแล้วแต่มีหน้าที่ที่เกี่ยวเนื่องกับการเมแทบอไลซ์โมเลกุลอินทรีย์แปลกปลอมเพื่อขับออกจากร่างกายทั้งสิ้น เช่น CYP3A4 ที่พบในลำไส้จะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงยาต่างๆที่ได้รับการบริหารยาโดยการรับประทาน บ่อยครั้งที่ CYP3A4 ที่พบในลำไส้นี้จะเปลี่ยนยาในรูปแบบที่เป็นโปรดรักให้อยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์และถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือดต่อไป ตัวอย่างยาที่ถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์โดยเอนไซม์ CYP3A4 ที่ลำไส้เล็ก ได้แก่ เทอร์เฟนาดีน – ยาต้านฮิสตามีนที่ตัวรับ H1
นอกจากนี้ ยังมีการจำแนกเอนไซม์ CYP3A4 ได้จากเนื้อเยื่อสมอง แต่บทบาทของเอนไซม์นี้ต่อระบบประสาทส่วนกลางนั้นยังไม่อาจทราบได้แน่ชัด[12]
กลไกการทำงาน

กลุ่มเอนไซม์ไซโทโครม P450จะทำงานร่วมกันเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของโมเลกุลแปลกปลอมโดยใช้ลิแกนด์ที่แตกต่างกันออกไปในการเกิดปฏิกิริยา ด้วยการที่เอนไซม์เหล่านี้มีตำแหน่งกัมมันต์ขนาดใหญ่และมีความสามารถในการเข้าจับกับซับสเตรตได้มากกว่า 1 ชนิดในเวลาเดียวกัน ทำให้การเมแทบอไลซ์สารเคมีทั้งที่มีแหล่งที่มาจากภายนอกและภายในร่างกายของเอนไซม์เหล่านี้มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งรวมไปถึงการเกิดไฮดรอกซิเลชัน, อีพ็อกซิเดชันของโอเลฟิน (olefin), การเกิดออกซิเดชันของสารประกอบแอโรมาติด สารประกอบอัลดีไฮด์และเฮเทอโรอะตอม , การเกิดปฏิกิริยา N- และ O- ดีอัลคิเลชัน, ปฏิกิริยาดีไฮโดรจีเนชัน และการทำงานของเอนไซม์แอโรมาเทส[13][14]
การเกิดไฮดรอกซิเลชันของพันธะ sp3 C-H เป็นหนึ่งในกลไกที่ CYP3A4 (และไซโทโครม P450 ออกซีจีเนสอื่น) เข้าทำปฏิกิริยากับลิแกนด์[15] แต่โดยส่วนมากแล้ว หลังการเกิดไฮดรอกซิเลชันบางครั้ง จะเกิดปฏิกิริยาดีไฮโดรจีเนชันตามมาภายหลัง ทำให้สารเมแทบอไลท์ที่ได้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น[14] ตัวอย่างสารที่เกิดเมแทบอลิซึมด้วย CYP3A4 มากกว่า 1 ปฏิกิริยา ได้แก่ ทาม็อกซิเฟน ซึ่งเมื่อเกิดไฮดรอกซิเลชันแล้วจะได้สารเมแทบอไลต์แรกเป็น 4-ไฮดรอกซี-ทาม็อกซิเฟน จากนั้นจะถูกดีไฮโดรจีเนตจนได้เป็นสารเมแทบอไลต์ชนิดที่ 2 คือ 4-ไฮดรอกซี-ทาม็อกซิเฟน ควิโนนมีไทด์ (4-hydroxy-tamoxifen quinone methide)[14] โดยกลไกที่คาดว่าเป็นกลไกการเกิดไฮดรอกซิเลชันของเอนไซม์ในไซโทโครม P450 ได้แก่ cage-controlled radical method ("oxygen rebound") และ concerted mechanism ซึ่งไม่ต้องอาศัยสารอนุมูลมัธยันตร์ (radical intermediate) ในการเกิดปฏิกิริยา แต่สามารถเข้าเมแทบอไลซ์ซับสเตรตได้อย่างรวดเร็วผ่านสารประกอบพวก "radical clock"[15]
ความผันแปรในกลุ่มประชากร
การศึกษาพบว่า มีซิงเกิลนิวคลีโอไทด์โพลีมอร์ฟิซึมมากกว่า 28 SNPs ในยีนของ CYP3A4 แต่อัลลีลเหล่านี้ไม่ได้ถูกแปรรหัสออกมาจนนำสู่การเกิดความแปรผันทางพันธุกรรมระหว่างบุคคลได้จนถึงระดับที่มีนัยสำคัญ โดยคาดว่าความผันแปรนี้เป็นผลมาจากการเหนี่ยวนำ CYP3A4 ด้วยสารซับสเตรต นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าอัลลีลของ CYP3A4 อย่าง CYP3A4*6 (A17776 insertion) และ CYP3A4*17 (F189S) นั้นมีหน้าที่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับอัลลีลชนิด wild-type โดย SNPs ทั้งสองนี้จะทำให้ความสามารถในการเร่งการเกิดปฏิกิริยาเคมีกับลิแกนด์ต่างๆของเอนไซม์ CYP3A4 ลดน้อยลง โดยเฉพาะอย่างย่ิ่ง เทสโทสเตอโรน และไนเฟดิปีน เมื่อเปรียบเทียบกับการเกิดเมแทบอลิซึมโดยอัลลีลชนิด wild-type ของลิแกนด์เหล่านั้น[16]
ความผันแปรของการทำงานของ CYP3A4 สามารถอธิบายได้โดยการทดสอบแบบไม่รุกล้ำที่เรียกว่า erythromycin breath test (ERMBT) ซึ่งการทดสอบนี้จะประมาณการการทำหน้าที่ของ CYP3A4 ในมนุษย์ (in vivo) โดยวัดจากปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีการติดป้ายกัมมันตรังสีจากลมหายใจออก หลังจากได้รับการบริหาร (14C-N-methyl)-erythromycin ด้วยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ[17]
อันตรกิริยา
น้ำเกรปฟรูต

ช่วงปี ค.ศ. 1998 นักวิจัยหลายคนค้นพบว่า น้ำเกรปฟรูตมีผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ CYP3A4 อย่างแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเมแทบอลิซึมยาต่างๆหลายชนิด โดยการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์นี้ทำให้ชีวปริมาณออกฤทธิ์ของยาเหล่านั้นเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก[18][19][20][21][22] ในบางกรณี เช่น ผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยาแอสเทมมีโซล หรือเทอร์เฟนาดีน การเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาเหล่านี้กับน้ำเกรปฟรูตอาจนำไปสู่อันตรายถึงแก่ชีวิตได้[19] ทั้งนี้ ผลของน้ำเกรปฟรูตต่อการดูดซึมยานั้นถูกค้นพบเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1989 และมีรายงานการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยากับน้ำเกรปฟรูตปรากฏเป็นครั้งแรกในเดอะแลนซิตเมื่อ ค.ศ. 1991 ซึ่งเป็นการเกิดอันตรกิริยากับฟิโลดิปีนและไนเฟดิปีน และยังถือเป็นรายงานทางคลินิกรายงานแรกที่ค้นพบการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยากับอาหาร โดยผลจากการยับยั้ง CYP3A4 ของน้ำเกรปฟรูตจะอยู่ได้นานประมาณ 3–7 วันหลังการรับประทาน และการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยากับน้ำเกรปฟรูตจะเกิดขึ้นได้รุนแรงมากที่สุดเมื่อดื่มน้ำเกรปฟรูตหลังจากการบริหารยาไปแล้วประมาณหนึ่งชั่วโมง[23]
นอกจากเกรปฟรูตแล้ว ยังมีผลไม้อีกหลายชนิดที่ก่อให้เกิดผลไปในทิศทางนี้ อาทิ ลูกยอ (Morinda citrifolia) และน้ำทับทิม ซึ่งมีการนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือน้ำผลไม้ ก็มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ CYP3A4 ได้เช่นกัน[24][25]
สารเหนี่ยวนำ
การทำงานของ CYP3A4 สามารถถูกเหนี่ยวนำให้เพิ่มมากขึ้นได้โดยลิแกนด์หลายชนิด โดยลิแกนด์เหล่านี้จะเข้าจับกับตัวรับเพรกแนนเอกซ์ (PXR) สารประกอบเชิงซ้อน PXR ที่ได้รับการประตุ้นนี้จะเข้าจับตัวรับเรตินอยด์เอกซ์ (RXR) เพื่อสร้างสารเฮเทอโรไดเมอร์ (heterodimer) ที่จะเข้าจับกับส่วน XREM ซึ่งเป็นส่วนควบคุม (regulatory region) ของยีน CYP3A4 และการเข้าจับนี้เป็นผลทำให้เกิดปฏิกิริยากับส่วนโปรโมเตอร์ด้านใกล้ (proximal promoter) ของยีน ซึ่งจะทำให้เกิดการถอดรหัสและการแสดงออกของ CYP3A4 มากขึ้น กล่าวโดยสรุปคือ การกระตุ้นสารเฮเทอโรไดเมอร์ PXR/RXR จะทำให้มีการถอดรหัสของส่วนโปรโมเตอร์ด้านใกล้และยีนของ CYP3A4 เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ ทั้งนี้ลิแกนด์เหนี่ยวนำจะเข้าจับกับได้มากขึ้นก็ต่อเมื่อมีการนำเสนอของลิแกนด์ CYP3A4 เช่น ในกรณีการนำเสนอของอะฟลาทอกซิน B1, M1, และ G1 แต่โดยแท้จริงแล้ว การที่เอนไซม์ CYP3A4 มีขนาดใหญ่และมีตำแหน่งกัมมันต์ที่บิดไปมาได้ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าเอนไซม์นี้จะสามารถเข้าจับกับลิแกนด์ต่างๆได้มากกว่าหนึ่งชนิดในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่มีอันตรายร้ายแรงได้[26]
การเหนี่ยวนำการทำงานของ CYP3A4 ในมนุษย์นั้นมีความแตกต่างกับขึ้นตามเพศสภาพ โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่พบว่า ในเพศหญิงจะมีอัตราการกำจัดยาที่เป็นซับสเตรตของ CYP3A4 ที่มากกว่าเพศชายไม่ว่าในช่วงน้ำหนักตัวใดๆ นอกจากนี้การศึกษาของ Wolbold และคณะที่ดำเนินการใน ค.ศ. 2003 พบว่า ระดับ CYP3A4 เฉลี่ยที่วัดได้จากตัวอย่างเนื้อเยื่อตับที่ผ่าตัดออกมาจากเพศหญิงนั้นมีค่าสูงกว่าที่วัดได้ในเพศชายประมาณร้อยละ 129 รวมไปถึงผลการเปรียบเทียบระดับเอ็มอาร์เอ็นเอของ CYP3A4 ในทั้งสองเพศก็มีสัดส่วนไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นข้อมูลที่พอจะช่วยให้อนุมานได้ว่า กระบวนการก่อนการแปรรหัสของยีน CYP3A4 เป็นสาเหตุที่ทำให้เพศหญิงมีระดับ CYP3A4 ที่มากกว่าเพศชาย อย่างไรก็ดี สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดการเพิ่มระดับของเอนไซม์นี้ในเพศหญิงนั้นยังไม่อาจทราบได้แน่ชัดมากเท่าใดนัก แต่ก็มีการศึกษาอีกหลายการศึกษาที่พยายามจะอธิบายกลไกอื่นที่สัมพันธ์กับการเกิดปรากฏการณ์ในทำนองเดียวกันที่ส่งผลให้เกิดความแตกต่างในการกำจัดยาออกจากร่างกายระหว่างเพศชายและเพศหญิง (เช่น ปรากฏการณ์ที่มีการเพิ่มขึ้นของ CYP3A5 หรือ CYP3A7 เพื่อชดเชยการที่มี CYP3A4 ลดต่ำลง)[27]
ซับสเตรตที่กระตุ้นการทำงานของ CYP3A4 ในสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ นั้นมีความหลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์ โดยลิแกนด์บางชนิดที่กระตุ้น PXR ของมนุษย์นั้นจะส่งผลให้มีการถอดรหัสของ CYP3A4 เพิ่มมากขึ้น แต่อาจไม่มีผลต่อกระบวนการดังกล่าวในสัตว์ชนิดอื่น ตัวอย่างเช่น PXR ของหนูจะไม่ถูกกระตุ้นด้วยไรแฟมพิซิน ในทำนองเดียวกัน PXR ของมนุษย์จะไม่ถูกเหนี่ยวนำโดย pregnenalone 16α-carbonitrile เหมือนที่พบในหนู[28] เพื่อให้การศึกษาการเหนี่ยวนำการทำงานของเอนไซม์โดยลิแกนด์ในห้องปฏิบัติการเป็นไปได้โดยง่าย จะมีการนำยีนของหนูมาทำการตกแต่งด้วยยีนทรานส์เพื่อให้ผลิต null/human CYP3A4 และ PXR อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวจะประสบผลสำเร็จในการเหนี่ยวนำให้มีการแสดงออกของเอนไซม์ humanized hCYP3A4 ในทางเดินของหนูได้สำเร็จ แต่ก็พบว่าระดับของ hCYP3A4 ในเนื้อเยื่อตับของหนูทดลองนั้นอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ[28] ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากการควบคุมระดับ CYP3A4 โดยการส่งต่อสัญญาณระดับเซลล์ (signal transduction) ของโกรทฮอร์โมน [28] นอกจากจะมีการใช้การศึกษารูปแบบดังกล่าวในมนุษย์ (in vivo) แล้ว ยังมีการใช้หนู CYP3A4 ที่ได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมให้ผลิต humanized (hCYP3A4) เพื่อศึกษาถึงระดับการทำงานที่แตกต่างกันของ CYP3A4 ในเพศชายและหญิงอีกด้วย[28]
นอกจากนี้ยังพบว่าระดับการทำงานของ CYP3A4 มีความสัมพันธ์กับปัจจัยด้านอาหารและสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น ระยะเวลาที่สัมผัสกับสารซีโนไบโอติค เป็นต้น[29] และเนื่องจากเอนไซม์นี้มีอยู่เป็นปริมาณมากในเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้เล็ก ทำให้เอนไซม์นี้มีความไวต่อการอดอาหารเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ในสภาวะที่ร่างกายมีการป้องกันตัวจากการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาก็จะมีการแสดงออกของ CYP3A4 ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย การศึกษาสัตว์สายพันธุ์อื่น อย่างปลา Fathead minnow พบว่าปลาเพศเมียที่ไม่ได้รับอาหารจะมีการแสดงออกของ PXR และ CYP3A4 ที่มากขึ้น และมีการแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองที่มากขึ้นต่อสารซีโนไบโอติคหลังจากที่อดอาหารเป็นระยะเวลานานหลายวัน[29] จากผลการศึกษาในสัตว์ทดลองนี้ ทำให้เห็นถึงความแตกต่างโดยธรรมชาติในการกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ CYP3A4 ส่งผลให้ผู้วิจัยสามารถคาดการณ์ถึงการการเมแทบอลิซึมของยาและการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยาดังกล่าวในมนุษย์ผ่านการศึกษาการทำงานของ CYP3A4 ได้ดีขึ้น
การหมุนเวียน
มีการคาดการณ์กันไว้ว่าอัตราการหมุนเวียนของ CYP3A4 ในอวัยวะต่างๆ ของมนุษย์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก สำหรับ CYP3A4 ในเนื้อเยื่อตับนั้น เมื่อทำการประมาณผลลัพธ์ด้วยวิธี in cncnx พบว่าโดยส่วนใหญ่แล้วเอนไซม์ดังกล่าวมีครึ่งชีวิตระหว่าง 70–140 ชั่วโมง ขณะที่การศึกษาในหลอดลดทอง (in vitro) ให้ผลลัพธ์ประมาณ 26–79 ชั่วโมง[30] การหมุนเวียนของ CYP3A4 ในทางเดินอาหารนั้นดูเหมือนว่าจะขึ้นอยู่กับอัตราการผลัดเปลี่ยนของวัฏจักรของเซลล์เอนเทอโรไซต์ ส่วนระยะเวลาที่ใช้ในการฟื้นตัวหลังจากถูกยับยั้งโดยน้ำเกรปฟรูตจะอยู่ที่ประมาณ 12–33-ชั่วโมง[30]
เทคโนโลยี
เนื่องจากการเข้าจับกันระหว่าง CYP3A4 กับเนื่อเยื่อมีแนวโน้มเป็นไปได้ในทางธรรมชาติของการเข้าจับกันของสารต่างๆในร่างกาย ซึ่งในอดีตเป็นการยากมากที่จะทำการศึกษาการเข้าจับกับเนื้อเยื่อของยาทั้งแบบเชิงลึกและแบบผิวเผิน และการทำให้เกิดการตกผลึกร่วมกันระหว่างเอนไซม์และสารซับสเตรตนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากสารซับสเตรตนั้นมักมีค่า Kd น้อย (ระหว่าง 5-150 μM) และสามารถละลายในสารละลายได้น้อย[31] วิธีการที่ประสบความสำเร็จในการแยกเอนไซม์จับอยู่กับซับสเตรตคือ การทำให้หมู่ฟังก์ชันของ monomeric CYP3A4 มีความคงตัวด้วยอนุภาคนาโนของเงินที่สร้างได้จากวิธีนาโนสเฟียร์ ลิโทกราฟี (nanosphere lithography) จากนั้นทำการวิเคราะห์ด้วยวิธี Localized surface plasmon resonance spectroscopy (LSPR)[32] การวิเคราะห์นี้สามารถนำมาใช้เป็นการทดสอบความไวสูงเพื่อตรวจวัดการเข้าจับของยา และอาจกลายเป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถตรวจคัดหาสารเคมีที่น่าจะมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นยาใหม่ได้พร้อมกันในปริมาณมาก (high-throughput screening) นอกจาก LSPR แล้ว ยังพบว่า CYP3A4-Nanodisc complexe เป็นประโยชน์ในการใช้งานอื่นๆ อีกหลายด้าน ซึ่งรวมถึง โซลิดสเตทนิวเคลียร์แมกเนติกเรโซแนนซ์ (solid-state NMR), การวัดศักย์ไฟฟ้ารีด็อกซ์ (redox potentiometry), และการศึกษาจลศาสตร์ของเอนไซม์ที่สถานะคงตัว (steady-state enzyme kinetics) ด้วย[32]
ลิแกนด์ของ CYP3A4
ลิแกนด์ต่างๆของ CYP3A4 นั้นมีหลายชนิด โดยจะแบ่งออกเป็นซับสเตรต, สารเหนี่ยวนำ และสารยับยั้งการทำงานของ CYP3A4 รายชื่อลิแกนด์เหล่านี้ดังแสดงในตารางด้านล่าง ซึ่งในบางกลุ่มอาจมีข้อยกเว้นบางประการ ทั้งนี้ สารยับยั้งการทำงานของ CYP3A4 นั้นสามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มย่อยได้อีก 3 กลุ่มตามความแรงของการยับยั้งเอนไซม์ดังกล่าว ได้แก่
- สารยับยั้งอย่างแรง (Strong inhibitor) คือ สารที่เมื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แล้วทำให้ค่า AUC ในกระแสเลือดของซับสเตรตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 เท่าจากปกติ หรือลดการกำจัดซับสเตรตออกจากร่างกายได้มากกว่าร้อยละ 80[33]
- สารยับยั้งปานกลาง (Moderate inhibitor) คือ สารที่เมื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แล้วทำให้ค่า AUC ในกระแสเลือดของซับสเตรตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าจากปกติ หรือลดการกำจัดซับสเตรตออกจากร่างกายได้ร้อยละ 50–80[33]
- สารยับยั้งอย่างอ่อน (Weak inhibitor) คือ สารที่เมื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์แล้วทำให้ค่า AUC ในกระแสเลือดของซับสเตรตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.25 เท่าจากปกติ แต่น้อยกว่า 2 เท่า หรือลดการกำจัดซับสเตรตออกจากร่างกายได้ร้อยละ 20–50[33]
| สารซับสเตรต | สารยับยั้ง | สารเหนี่ยวนำ |
|---|---|---|
|
Strong
Moderate
Weak
Unspecified potency
|
Strong potency
Unspecified potency
|
แผนผังปฏิสัมพันธ์
คลิกเลือกบนชื่อสีดำของยีน, โปรตีน หรือสารเมแทบอไลต์ด้านล่าง เพื่อเชื่อมต่อไปยังบทความที่เกี่ยวเนื่อง [§ 1]
- ↑ สามารถแก้ไขรายละเอียดในแผนภาพปฏิสัมพันธ์นี้ได้ที่ WikiPathways: "IrinotecanPathway_WP46359".
ดูเพิ่ม
- รายชื่อยาที่ได้รับผลจากน้ำเกรปฟรูต
- ไซโตโครม P450
- เมแทบอลิซึมของยา
อ้างอิง
- ↑ "Gene structure of CYP3A4, an adult-specific form of cytochrome P450 in human livers, and its transcriptional control". European Journal of Biochemistry / FEBS. 218 (2): 585–95. ธันวาคม 1993. doi:10.1111/j.1432-1033.1993.tb18412.x. PMID 8269949.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Assignment of the human cytochrome P-450 nifedipine oxidase gene (CYP3A4) to chromosome 7 at band q22.1 by fluorescence in situ hybridization". The Japanese Journal of Human Genetics. 37 (2): 133–8. มิถุนายน 1992. doi:10.1007/BF01899734. PMID 1391968.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Cytochrome P450 enzymes in drug metabolism: Regulation of gene expression, enzyme activities, and impact of genetic variation". Pharmacology & Therapeutics. 138: 103–141. doi:10.1016/j.pharmthera.2012.12.007.
- ↑ EntrezGene 1576
- ↑ "Lipid-metabolizing CYPs in the regulation and dysregulation of metabolism". Annual Review of Nutrition. 34: 261–79. 2014. doi:10.1146/annurev-nutr-071813-105747. PMID 24819323.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้) - ↑ "The pharmacology of the cytochrome P450 epoxygenase/soluble epoxide hydrolase axis in the vasculature and cardiovascular disease". Pharmacological Reviews. 66 (4): 1106–40. ตุลาคม 2014. doi:10.1124/pr.113.007781. PMID 25244930.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "HET0016, a potent and selective inhibitor of 20-HETE synthesizing enzyme". British Journal of Pharmacology. 133 (3): 325–9. มิถุนายน 2001. doi:10.1038/sj.bjp.0704101. PMC 1572803. PMID 11375247.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "The unique complexity of the CYP3A4 upstream region suggests a nongenetic explanation of its expression variability". Pharmacogenetics and Genomics. 20 (3): 167–78. มีนาคม 2010. doi:10.1097/FPC.0b013e328336bbeb. PMID 20147837.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Ligand diversity of human and chimpanzee CYP3A4: activation of human CYP3A4 by lithocholic acid results from positive selection". Drug Metabolism and Disposition. 37 (6): 1328–33. มิถุนายน 2009. doi:10.1124/dmd.108.024372. PMC 2683693. PMID 19299527.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Prediction of the clearance of eleven drugs and associated variability in neonates, infants and children". Clinical Pharmacokinetics. 45 (9): 931–56. 2006. doi:10.2165/00003088-200645090-00005. PMID 16928154.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้) - ↑ "Development of CYP2D6 and CYP3A4 in the first year of life". Clinical Pharmacology and Therapeutics. 83 (5): 670–1. พฤษภาคม 2008. doi:10.1038/sj.clpt.6100327. PMID 18043691.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Transgenic mouse models of human CYP3A4 gene regulation". Molecular Pharmacology. 64 (1): 42–50. กรกฎาคม 2003. doi:10.1124/mol.64.1.42. PMID 12815159.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Mechanisms of enhanced oral availability of CYP3A4 substrates by grapefruit constituents. Decreased enterocyte CYP3A4 concentration and mechanism-based inactivation by furanocoumarins". Drug Metabolism and Disposition. 25 (11): 1228–33. พฤศจิกายน 1997. PMID 9351897.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 "Conformational dynamics of CYP3A4 demonstrate the important role of Arg212 coupled with the opening of ingress, egress and solvent channels to dehydrogenation of 4-hydroxy-tamoxifen". Biochimica et Biophysica Acta. 1820 (10): 1605–17. ตุลาคม 2012. doi:10.1016/j.bbagen.2012.05.011. PMC 3404218. PMID 22677141.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Mechanism of oxidation reactions catalyzed by cytochrome p450 enzymes". Chemical Reviews. 104 (9): 3947–80. กันยายน 2004. doi:10.1021/cr020443g. PMID 15352783.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Functionally defective or altered CYP3A4 and CYP3A5 single nucleotide polymorphisms and their detection with genotyping tests". Pharmacogenomics. 6 (4): 357–71. มิถุนายน 2005. doi:10.1517/14622416.6.4.357. PMID 16004554.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Noninvasive tests of CYP3A enzymes". Pharmacogenetics. 4 (4): 171–84. สิงหาคม 1994. doi:10.1097/00008571-199408000-00001. PMID 7987401.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Inactivation of cytochrome P450 3A4 by bergamottin, a component of grapefruit juice". Chemical Research in Toxicology. 11 (4): 252–9. เมษายน 1998. doi:10.1021/tx970192k. PMID 9548795.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Grapefruit juice-drug interactions". British Journal of Clinical Pharmacology. 46 (2): 101–10. สิงหาคม 1998. doi:10.1046/j.1365-2125.1998.00764.x. PMC 1873672. PMID 9723817.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Effect of grapefruit juice on carbamazepine bioavailability in patients with epilepsy". Clinical Pharmacology and Therapeutics. 64 (3): 286–8. กันยายน 1998. doi:10.1016/S0009-9236(98)90177-1. PMID 9757152.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Interactions between grapefruit juice and cardiovascular drugs". American Journal of Cardiovascular Drugs. 4 (5): 281–97. 2004. doi:10.2165/00129784-200404050-00002. PMID 15449971.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้) - ↑ "Grapefruit juice and drug interactions. Exploring mechanisms of this interaction and potential toxicity for certain drugs". Geriatrics. 61 (11): 12–8. พฤศจิกายน 2006. PMID 17112309.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Duration of effect of grapefruit juice on the pharmacokinetics of the CYP3A4 substrate simvastatin". Clinical Pharmacology and Therapeutics. 68 (4): 384–90. ตุลาคม 2000. doi:10.1067/mcp.2000.110216. PMID 11061578.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Integrative Medicine, Noni". Memorial Sloan-Kettering Cancer Center. สืบค้นเมื่อ 2013-06-27.
- ↑ "Effects of pomegranate juice on human cytochrome p450 3A (CYP3A) and carbamazepine pharmacokinetics in rats". Drug Metabolism and Disposition. 33 (5): 644–8. พฤษภาคม 2005. doi:10.1124/dmd.104.002824. PMID 15673597.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Aflatoxins upregulate CYP3A4 mRNA expression in a process that involves the PXR transcription factor". Toxicology Letters. 205 (2): 146–53. สิงหาคม 2011. doi:10.1016/j.toxlet.2011.05.1034. PMID 21641981.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Sex is a major determinant of CYP3A4 expression in human liver". Hepatology. 38 (4): 978–88. ตุลาคม 2003. doi:10.1053/jhep.2003.50393. PMID 14512885.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 "CYP3A4 and pregnane X receptor humanized mice". Journal of Biochemical and Molecular Toxicology. 21 (4): 158–62. 2007. doi:10.1002/jbt.20173. PMID 17936928.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้) - 1 2 "Influence of gender, feeding regimen, and exposure duration on gene expression associated with xenobiotic metabolism in fathead minnows (Pimephales promelas)". Comparative Biochemistry and Physiology. Toxicology & Pharmacology. 154 (3): 208–12. กันยายน 2011. doi:10.1016/j.cbpc.2011.05.016. PMID 21664292.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Cytochrome p450 turnover: regulation of synthesis and degradation, methods for determining rates, and implications for the prediction of drug interactions". Current Drug Metabolism. 9 (5): 384–94. มิถุนายน 2008. doi:10.2174/138920008784746382. PMID 18537575.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Structural and mechanistic insights into the interaction of cytochrome P4503A4 with bromoergocryptine, a type I ligand". The Journal of Biological Chemistry. 287 (5): 3510–7. มกราคม 2012. doi:10.1074/jbc.M111.317081. PMC 3271004. PMID 22157006.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: unflagged free DOI (ลิงก์) - 1 2 "Screening of type I and II drug binding to human cytochrome P450-3A4 in nanodiscs by localized surface plasmon resonance spectroscopy". Analytical Chemistry. 81 (10): 3754–9. พฤษภาคม 2009. doi:10.1021/ac802612z. PMC 4757437. PMID 19364136.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 Flockhart DA (2007). "Drug Interactions: Cytochrome P450 Drug Interaction Table". Indiana University School of Medicine. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2007-10-10. สืบค้นเมื่อ 2018-04-10. Retrieved on December 25, 2008.
- ↑ Where classes of agents are listed, there may be exceptions within the class
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 FASS (drug formulary): Swedish environmental classification of pharmaceuticals Facts for prescribers (Fakta för förskrivare). Retrieved July 2011
- ↑ "Erlotinib".
Metabolized primarily by CYP3A4 and, to a lesser degree, by CYP1A2 and the extrahepatic isoform CYP1A1
- ↑ "Cyclobenzaprine". DrugBank.
- ↑ "Effect of rifampin and nelfinavir on the metabolism of methadone and buprenorphine in primary cultures of human hepatocytes". Drug Metabolism and Disposition. 37 (12): 2323–9. ธันวาคม 2009. doi:10.1124/dmd.109.028605. PMC 2784702. PMID 19773542.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "CYP2D6 and CYP3A4 involvement in the primary oxidative metabolism of hydrocodone by human liver microsomes". British Journal of Clinical Pharmacology. 57: 287–97. มี.ค. 2004. doi:10.1046/j.1365-2125.2003.02002.x. PMC 1884456. PMID 14998425.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Druglib.com เก็บถาวร 2018-05-09 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน[ต้องการอ้างอิงเต็มรูปแบบ]
- ↑ "Bicalutamide: clinical pharmacokinetics and metabolism". Clinical Pharmacokinetics. 43 (13): 855–78. 2004. doi:10.2165/00003088-200443130-00003. PMID 15509184.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้) - ↑ "Involvement of multiple human cytochromes P450 in the liver microsomal metabolism of astemizole and a comparison with terfenadine". British Journal of Clinical Pharmacology. 51 (2): 133–42. กุมภาพันธ์ 2001. doi:10.1046/j.1365-2125.2001.01292.x. PMC 2014443. PMID 11259984.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Enzyme 1.14.13.32 at KEGG
- ↑ "Showing Protein Cytochrome P450 3A4 (HMDBP01018)". Human Metabolome Database. สืบค้นเมื่อ 2017-08-05.
- ↑ "Pharmacogenetics of oral anticoagulants". Pharmacogenetics. 13 (5): 247–52. พฤษภาคม 2003. doi:10.1097/00008571-200305000-00002. PMID 12724615.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Atorvastatin reduces the ability of clopidogrel to inhibit platelet aggregation: a new drug-drug interaction". Circulation. 107 (1): 32–7. มกราคม 2003. doi:10.1161/01.CIR.0000047060.60595.CC. PMID 12515739.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Ketamine-derived designer drug methoxetamine: metabolism including isoenzyme kinetics and toxicological detectability using GC-MS and LC-(HR-)MSn". Analytical and Bioanalytical Chemistry. 405 (19): 6307–21. กรกฎาคม 2013. doi:10.1007/s00216-013-7051-6. PMID 23774830.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 5 6 Rod Flower; Humphrey P. Rang; Maureen M. Dale; Ritter, James M. (2007). Rang & Dale's pharmacology. Edinburgh: Churchill Livingstone. ISBN 0-443-06911-5.[ต้องการเลขหน้า]
- ↑ "Chloramphenicol is a potent inhibitor of cytochrome P450 isoforms CYP2C19 and CYP3A4 in human liver microsomes". Antimicrobial Agents and Chemotherapy. 47 (11): 3464–9. พฤศจิกายน 2003. doi:10.1128/AAC.47.11.3464-3469.2003. PMC 253795. PMID 14576103.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2018-01-16. สืบค้นเมื่อ 2018-04-10.[ต้องการอ้างอิงเต็มรูปแบบ]
- ↑ "Interaction of buprenorphine and its metabolite norbuprenorphine with cytochromes p450 in vitro". Drug Metabolism and Disposition. 31 (6): 768–72. มิถุนายน 2003. doi:10.1124/dmd.31.6.768. PMID 12756210.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ http://www.aapsj.org/abstracts/AM_2009/AAPS2009-001235.PDF[ต้องการอ้างอิงเต็มรูปแบบ] เก็บถาวร กรกฎาคม 21, 2011 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ "In vitro evaluation of valproic acid as an inhibitor of human cytochrome P450 isoforms: preferential inhibition of cytochrome P450 2C9 (CYP2C9)". Br J Clin Pharmacol. 52: 547–53. doi:10.1046/j.0306-5251.2001.01474.x. PMC 2014611. PMID 11736863.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้) - ↑ Potent inhibition of human cytochrome P450 3A isoforms by cannabidiol: Role of phenolic hydroxyl groups in the resorcinol moiety
- 1 2 Non-nucleoside reverse transcriptase inhibitors have been shown to both induce and inhibit CYP3A4.
- ↑ "Potent inhibition by star fruit of human cytochrome P450 3A (CYP3A) activity". Drug Metabolism and Disposition. 32 (6): 581–3. มิถุนายน 2004. doi:10.1124/dmd.32.6.581. PMID 15155547.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ HCVadvocate.org เก็บถาวร 2010-03-05 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน[ต้องการอ้างอิงเต็มรูปแบบ]
- ↑ "Inhibition of human P450 enzymes by nicotinic acid and nicotinamide". Biochemical and Biophysical Research Communications. 317 (3): 950–6. พฤษภาคม 2004. doi:10.1016/j.bbrc.2004.03.137. PMID 15081432.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Inhibitory effects of polyphenols on human cytochrome P450 3A4 and 2C9 activity". Food and Chemical Toxicology. 48 (1): 429–35. มกราคม 2010. doi:10.1016/j.fct.2009.10.041. PMID 19883715.
Ginko Biloba has been shown to contain the potent inhibitor amentoflavone
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Piperine, a major constituent of black pepper, inhibits human P-glycoprotein and CYP3A4". The Journal of Pharmacology and Experimental Therapeutics. 302 (2): 645–50. สิงหาคม 2002. doi:10.1124/jpet.102.034728. PMID 12130727.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Isoniazid is a mechanism-based inhibitor of cytochrome P450 1A2, 2A6, 2C19 and 3A4 isoforms in human liver microsomes". European Journal of Clinical Pharmacology. 57 (11): 799–804. มกราคม 2002. doi:10.1007/s00228-001-0396-3. PMID 11868802.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Investigation of CYP3A4 and CYP2D6 Interactions of Withania somnifera and Centella asiatica in Human Liver Microsomes". Phytotherapy Research. 29 (5): 785–90. พฤษภาคม 2015. doi:10.1002/ptr.5308. PMID 25684704.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2012/203415lbl.pdf
- ↑ Nallani, Srikanth C.; Glauser, Tracy A.; Hariparsad, Niresh; Setchell, Kenneth; Buckley, Donna J.; Buckley, Arthur R.; Desai, Pankaj B. (2003-12-01). "Dose-dependent induction of cytochrome P450 (CYP) 3A4 and activation of pregnane X receptor by topiramate". Epilepsia. 44 (12): 1521–1528. doi:10.1111/j.0013-9580.2003.06203.x. ISSN 0013-9580. PMID 14636322.
- ↑ "Vitamin D Receptor-Mediated Upregulation of CYP3A4 and MDR1 by Quercetin in Caco-2 cells". Planta Medica. 82 (1–2): 121–30. มกราคม 2016. doi:10.1055/s-0035-1557898. PMID 26366751.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Capsaicin induces CYP3A4 expression via pregnane X receptor and CCAAT/enhancer-binding protein β activation". Molecular Nutrition & Food Research. 56 (5): 797–809. พฤษภาคม 2012. doi:10.1002/mnfr.201100697. PMID 22648626.
{{cite journal}}: ข้ามพารามิเตอร์|authors=ซึ่งไม่รู้จัก (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
แหล่งข้อมูลอื่น
- PharmGKB: Annotated PGx Gene Information for CYP3A4 เก็บถาวร 2010-04-15 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- CYP3A4 substrate prediction เก็บถาวร 2011-02-15 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ตำแหน่งจีโนม CYP3A4 ของมนุษย์ และหน้าเพจแสดงข้อมูลเกี่ยวกับยีน CYP3A4 ใน UCSC Genome Browser
บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติอเมริกัน ซึ่งจัดเป็นสาธารณสมบัติ
