Overview
การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ เป็นอนิเมะอิงนิยายชื่อเดียวกัน ซึ่งเป็นเล่มที่สี่ในไลต์โนเวลชุด สึซึมิยะ ฮารุฮิ ของนางารุ ทานิงาวะ
| การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ 涼宮ハルヒの消失 | |
|---|---|
| กำกับ | • ทัตสึยะ อิชิฮาระ • ยาซูฮิโระ ทาเกโมโตะ |
| บทภาพยนตร์ | ฟูมิฮิโกะ ชิโมะ |
| เนื้อเรื่อง | นางารุ ทานิงาวะ |
| อำนวยการสร้าง | • อัตสึชิ อิโต • ฮิเดอากิ ฮัตตะ |
| นักแสดงนำ | (ดูเบื้องล่าง) |
| กำกับภาพ | รีวตะ นากางามิ |
| ตัดต่อ | เค็งโงะ ชิเงมูระ |
| ดนตรีประกอบ | ซาโตรุ โคซากิ |
| บริษัทผู้สร้าง | |
| วันฉาย | |
| ความยาว | 164 นาที |
| ประเทศ | ญี่ปุ่น และอื่น ๆ |
| ภาษา | ญี่ปุ่น และอื่น ๆ |
| ทำเงิน | |
การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ[1][2][3] (ญี่ปุ่น: 涼宮ハルヒの消失; โรมาจิ: Suzumiya Haruhi no Shōshitsu; อังกฤษ: The Disappearance of Haruhi Suzumiya หรือ The Vanishment of Haruhi Suzumiya) เป็นอนิเมะอิงนิยายชื่อเดียวกัน ซึ่งเป็นเล่มที่สี่ในไลต์โนเวลชุด สึซึมิยะ ฮารุฮิ ของนางารุ ทานิงาวะ
อนิเมะนี้ผลิตโดยเกียวโตแอนิเมชัน โดยทัตสึยะ อิชิฮาระและยาซูฮิโระ ทาเกโมโตะ ร่วมกันกำกับ มีความยาวหนึ่งร้อยหกสิบสี่นาที (เกือบสามชั่วโมง) ซึ่งเท่ากับอนิเมะโทรทัศน์เจ็ดตอนรวมกัน และสำนักพิมพ์คาโดกาวะ (Kadokawa Shoten) นำออกฉายในโรงภาพยนตร์ญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 แล้วทำเป็นดีวีดีและบลูเรย์ขายตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม ปีนั้น ส่วนในทวีปอเมริกาเหนือ บันไดเอนเตอร์เทนเมนต์ (Bandai Entertainment) ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ ในสหราชอาณาจักร มังงะเอนเตอร์เทนเมนต์ (Manga Entertainment) เผยแพร่ และในประเทศไทย โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (Rose Media & Entertainment) เผยแพร่
อนิเมะ การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ ขึ้นชื่อว่า ไม่มีแนวเรื่องแนวหนึ่งแนวใดเป็นการจำเพาะ เพราะมีทั้งตลก วีรคติ วิทยาศาสตร์ ลึกลับ จินตนิมิต เสี้ยวชีวิต และละคร[4] โดยดำเนินเรื่องสืบจากอนิเมะโทรทัศน์ชุด เรียกเธอว่าพระเจ้า สึซึมิยะ ฮารุฮิ (The Melancholy of Haruhi Suzumiya) ซึ่งมียี่สิบแปดตอนและสร้างจากนิยายเล่มที่หนึ่ง สอง สาม และห้าจากไลต์โนเวลชุดเดียวกัน และอนิเมะนี้มีสถานะเป็นตอนที่ยี่สิบเก้าต่อกันนั้น[5]
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวเกิดระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม ถึง 24 ธันวาคม ปีเดียวกัน ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งเดือนหลังจากงานวัฒนธรรมตามตอนสุดท้ายของอนิเมะโทรทัศน์ เรียกเธอว่าพระเจ้า สึซึมิยะ ฮารุฮิ สิ้นสุดลง ในวันที่ 16 ธันวาคมนั้น หน่วย SOS (SOS Brigade) ของฮารุฮิ สึซึมิยะตกลงจะกินเลี้ยงหม้อไฟกันที่ห้องของหน่วยในวันที่ 24 ธันวาคม เนื่องในวันคริสตสมภพ แม้ว่าโรงเรียนห้ามก่อประกายไฟในอาคารก็ตาม
เช้าวันที่ 18 ธันวาคม เคียวน์มาถึงโรงเรียน และพบว่าทุกสิ่งเปลี่ยนไป เพราะฮารุฮิ, อิซึกิ โคอิซึมิ และเพื่อนบางห้องสาบสูญไปพร้อมกัน, ฝ่ายมิคุรุ อาซาฮินะ หญิงสาวนักเดินทางข้ามเวลาซึ่งเป็นรุ่นพี่มัธยมศึกษาปีที่ 5 และคนที่เขาหลงรัก กลับจำเขามิได้ และเดินทางข้ามเวลาไม่เป็นอีกต่อไป, ส่วนนางาโตะ ยูกิ แอนดรอยด์ที่มนุษย์ต่างดาวสร้างขึ้น กลับกลายเป็นมนุษย์จริง ๆ และมีอารมณ์ความรู้สึกดังมนุษย์ทั่วไปขึ้นมา, ขณะที่เรียวโกะ อาซากุระ แอนดรอยด์ที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของเขาและถึงแก่ความตายไปแล้ว กลับฟื้นชีพและกลายเป็นมนุษย์ปรกติเช่นกัน, และชามิเซน แมวที่ฮาริฮุเคยบันดาลให้พูดจาได้อย่างมนุษย์ ก็กลับไปเป็นแมวธรรมดาดังเดิม นอกจากนี้ ยังปรากฏว่า นอกจากเขาแล้ว ไม่มีใครในโรงเรียนที่รู้จักฮารุฮิและหน่วย SOS เลย เคียวน์พบเค้าเงื่อนเดียว คือ ข้อความที่ยูกิเขียนลงบนที่คั่นหนังสือแล้วเสียบทิ้งไว้ก่อนเกิดความเปลี่ยนแปลงว่า ภายในกำหนดสองวัน ให้เขารวบรวม "กุญแจ" มาไขโปรแกรมโปรแกรมหนึ่งซึ่งยูกิสร้างทิ้งเอาไว้
ระหว่างครุ่นคิดถึงเงื่อนงำนั้น เคียวน์ได้ทำความรู้จักกับยูกิที่เป็นมนุษย์มากขึ้น และพบว่า บัดนี้ ยูกิชอบเขาเป็นอันมาก จนวันที่ 20 ธันวาคม เคียวน์ทราบจากทานิงุจิ เพื่อนร่วมห้อง ว่า เพื่อนที่หายตัวไปนั้น ที่จริงเป็นนักเรียนอยู่โรงเรียนมัธยมอื่นตลอดเวลา เคียวน์จึงตามไปและพบฮารุฮิกับอิซึกิ ทว่า ทั้งคู่จดจำเขามิได้ ที่สุด เคียวน์บอกเธอว่า เขาคือ "จอห์น สมิธ" (John Smith, ชื่อที่เขาคิดขึ้นมาเล่น ๆ แล้วบอกฮารุฮิ ครั้งที่เขาย้อนเวลาไปสู่ช่วงเทศกาลทะนะบะตะเมื่อสามปีก่อน เพื่อช่วยฮารุฮิในวัยมัธยมต้นเขียนพื้นสนามโรงเรียนเป็นข้อความถึงเจ้าหญิงทอผ้า) เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นความทรงจำเดียวที่ฮารุฮิมีอยู่เกี่ยวกับโลกเดิม เธอจึงเชื่อเขาและร่วมมือด้วย ฮารุฮิช่วยเขาตามหาและรวบรวมสมาชิกของหน่วย SOS ได้เป็นผลสำเร็จ สมาชิกทุกคนประชุม ณ ห้องของหน่วย ปรากฏว่า โปรแกรมข้างต้นมีอำนาจย้อนวันเวลา และกุญแจสำคัญสำหรับไขโปรแกรมก็คือ การที่พวกเขาทั้งหลายได้อยู่พร้อมหน้ากัน
เพื่อให้สรรพสิ่งกลับเป็นดังเดิม เคียวน์กดปุ่มให้โปรแกรมทำงาน โปรแกรมนั้นนำพาเขาย้อนกลับไปสู่เทศกาลทะนะบะตะเมื่อสามปีก่อนดังกล่าว ณ ที่นั้น เขาได้พบมิคุรุในวัยสาวที่เดินทางมาจากโลกอนาคตเพื่อรอคอยช่วยเหลือเขา ทั้งในการที่เขาจะได้ช่วยฮารุฮิวัยเด็กเขียนพื้นสนามโรงเรียน และที่เขาจะได้ฟื้นฟูโลก แต่ก่อนถึงเวลาสมควร มิคุรุกับเคียวน์ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในค่ำคืนนั้นให้มากที่สุด และมิคุรุซบบ่าเขาหลับไปใต้แสงดาว เมื่อตื่นขึ้นแล้วทั้งคู่ก็พากันไปหายูกิซึ่งในเวลานั้นอยู่ในวัยมัธยมต้นเช่นเดียวกับฮารุฮิ ยูกิมอบโปรแกรมล้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่เคียวน์ โปรแกรมดังกล่าวบรรจุในปืนกระบอกหนึ่ง และจำต้องยิงใส่บุคคลผู้ยังให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนั้น
ครั้นแล้ว เคียวน์และมิคุรุวัยสาวก็เดินทางกลับมายังวันที่ 18 ธันวาคม ของโลกปัจจุบัน เพื่อยิงปืนเช่นว่าใส่ตัวต้นเหตุ ซึ่งก็คือ ยูกินั้นเอง ยูกิอาศัยความสามารถพิเศษของฮารุฮิเปลี่ยนแปลงความทรงจำของคนทั้งปวง ด้วยหวังว่าจะทำให้ทุกคนเป็นสุขขึ้นเมื่อมีชีวิตอันราบเรียบราวกับไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อน แต่งดเว้นเคียวน์ไว้คนหนึ่ง เพื่อให้เขาเลือกระหว่าง โลกเดิมที่สับสนอลหม่าน กับโลกใหม่ที่เธอเปลี่ยนให้ เคียวน์ไต่สวนตนเองอยู่เป็นนาน ที่สุดก็เห็นว่า โลกเดิมซึ่งมีฮารุฮิที่ดื้อรั้นซุกซนไม่เกรงกลัวใครนั้นมีชีวิตชีวาและเป็นสุขยิ่งกว่า
แต่ก่อนที่เขาและมิคุรุจะได้ยิงปืนใส่ยูกิ เขาก็ถูกเรียวโกะโผเข้าแทงจนบาดเจ็บสาหัสด้วยสำคัญว่าเขาจะทำร้ายยูกิ อย่างไรก็ดี ตัวเขาเอง, มิคุรุวัยเด็ก และยูกิเดินทางจากอนาคตกลับมา ณ เวลานั้นเพื่อจัดการเรื่องราวต่อได้อย่างทันท่วงที โดยยูกิจากอนาคตประมือด้วยเรียวโกะ รักษาเคียวน์ที่นอนเจ็บอยู่บนพื้น แล้วคว้าปืนไปยิงยูกิแทนเคียวน์ ส่วนมิคุรุวัยสาวนั้นสะกดให้มิคุรุวัยเด็กหมดสติไปเพื่อป้องกันมิให้เธอทราบเรื่องเกี่ยวกับตนเองในวัยสาวอันจะยังให้ประวัติศาสตร์เสียสมดุลและเพื่อรักษาความลับราชการตามหน้าที่[6]
เมื่อเคียวน์ตื่นขึ้น เขาพบว่าโลกกลับเป็นปรกติแล้ว โดยที่คนอื่น ๆ จะได้มีความทรงจำเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของโลกแม้สักน้อยก็หาไม่ อิซึกิซึ่งนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างเตียงแจ้งแก่เคียวน์ว่า ในวันที่ 18 ธันวาคม ระหว่างที่สมาชิกหน่วย SOS พากันไปซื้อข้าวของ เพื่อเตรียมเลี้ยงหม้อไฟในวันที่ 24 ธันวาคม และจัดงานเลี้ยงให้เด็ก ๆ ในวันที่ 25 ธันวาคมนั้น เคียวน์ตกบันไดหัวฟาดพื้นสลบไสลไปสามวัน เคียวน์ยังพบด้วยว่า ฮารุฮินอนเฝ้าเขาอยู่ข้างเตียงไม่ห่างตลอดสามวันนั้น ไม่กี่วันต่อมา เคียวน์ก็ออกจากโรงพยาบาล และมีชีวิตประจำวันดังเดิม
วันที่ 24 ธันวาคม เมื่อเลิกเรียน เคียวน์มุ่งหน้าไปยังห้องของหน่วย SOS เขาหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูเมื่อได้กลิ่นหอมโชยมาจากข้างใน ซึ่งหมายความว่า ฮารุฮิและคนอื่น ๆ ตั้งหม้อไฟกันแล้ว เขาเดินเข้าไปพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุขบนใบหน้า
ตัวละคร
| ชื่อ | นักพากย์ | ||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ญี่ปุ่น | อังกฤษ | ไทย | |||||||||||||||||||||||||||
| หน่วย SOS | |||||||||||||||||||||||||||||
|
|
ศรีอาภา เรือนนาค | |||||||||||||||||||||||||||
|
เด็กสาวนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายคิตะ (北高; North High School) มีความสามารถเหนือธรรมชาติในอันที่จะบันดาลให้ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปได้ดังใจปรารถนาโดยที่ตนเองก็ไม่ทราบ เธอก่อตั้งหน่วย SOS ขึ้นเพื่อสืบหาเรื่องประหลาดในโลกนี้ และตั้งตนเองเป็นหัวหน้าหน่วย เมื่อเรื่องราวผ่านไปเรื่อย ๆ เธอมีและพัฒนาความรู้สึกที่ดีต่อเคียวน์ แต่เพราะเคียวน์หลงรักมิคุรุ เธอจึงหึงหวงในบางครั้ง ในเรื่อง เมื่อเธอกลายเป็นนักเรียนโรงเรียนอื่นแล้ว มีผมยาว ขณะที่ในโลกเดิมนั้นไว้ผมสั้น | |||||||||||||||||||||||||||||
|
|
กริน อักษรดี | |||||||||||||||||||||||||||
|
เพื่อนร่วมห้องเรียนของฮารุฮิ ผู้บรรยายเรื่องราวทั้งมวลให้ผู้ชมทราบผ่านมุมมองของตน เคียวน์มิใช่ชื่อเขา แต่เป็นชื่อสุนัขของป้าเขา เมื่อน้องสาวเขาใช้เรียกเขาท่ามกลางเพื่อนของเธอ ชื่อนั้นก็แพร่หลายต่อไปยังเพื่อนของเขาอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ชื่อจริง ๆ ของเขาหามีระบุไว้ในเรื่องไม่ | |||||||||||||||||||||||||||||
|
|
พนาวรรณ ศรีวะโลสกุล | |||||||||||||||||||||||||||
|
เด็กสาวจากอนาคต ซึ่งเดินทางกลับมายังโลกปัจจุบัน และเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเดียวกับเคียวน์ เธอชอบเคียวน์ และความสัมพันธ์ของทั้งคู่มักเป็นไปในทางจีบกัน (flirtation) แต่เพราะองค์กรซึ่งเธอสังกัดอยู่ไม่อนุญาตให้มีความสัมพันธ์ทางรักใคร่กับผู้ใด เธอจึงมักบอกเคียวน์ว่า อย่าใกล้ชิดเธอให้มาก และแม้ต้องการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ แก่เขา แต่ก็มักจบลงด้วยคำพูดว่า "ความลับของทางการค่ะ" (禁則事項; "That's classified") เพราะกฎขององค์กรห้ามไว้ มิคุรุในวัยสาวเดินทางกลับสู่อดีตเพื่อช่วยเหลือเคียวน์หลายครั้ง | |||||||||||||||||||||||||||||
|
|
แวววิไล ถาวรนันท์ | |||||||||||||||||||||||||||
|
เด็กสาวซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนของเคียวน์ เป็นแอนดรอยด์ที่กลุ่มมนุษย์ต่างดาวอันเรียกตนว่า "องค์กรข้อมูล" (Data Entity) สร้างขึ้นและส่งมาคอยเฝ้าระวังฮารุฮิ มีความสามารถจัดการสิ่งทั้งปวงไปในทางที่ตนเห็นสมควร เช่น เยียวยาบาดแผล, ย้อนวันและคืน และเปลี่ยนแปลงความทรงจำ เพราะเป็นหุ่นยนต์ ปรกติจึงไม่ค่อยพูดจา มีอารมณ์เรียบเฉย และหมกมุ่นอยู่กับหนังสือ | |||||||||||||||||||||||||||||
|
อภินันท์ ธีระนันทกุล | ||||||||||||||||||||||||||||
|
เพื่อนร่วมโรงเรียนของเคียวน์ เป็นนักพลังจิต (ESPer) มีหน้าที่ร่วมกับนักพลังจิตคนอื่น ๆ คอยรับมือกับอสุรกายในมิติปิดกั้น (closed space) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อฮารุฮิฝันร้ายหรือไม่สบายใจเป็นต้น | |||||||||||||||||||||||||||||
| เพื่อนร่วมโรงเรียน | |||||||||||||||||||||||||||||
|
|
แวววิไล ถาวรนันท์ | |||||||||||||||||||||||||||
|
เด็กสาวซึ่งเป็นหัวหน้าห้องของเคียวน์ และเป็นแอนดรอยด์ที่กลุ่มมนุษย์ต่างดาวสร้างขึ้นไว้สำรอง (backup) ยูกิ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเดียวกัน ผิวเผินดูน่ารักและมีอุปนิสัยอ่อนโยนอารี แต่เมื่อทราบว่า เคียวน์เป็นคนเดียวที่ฮารุฮิเอาใจใส่ ก็เกิดความคิดต้องการสังหารเขาเพื่อศึกษาปฏิกิริยาจากฮารุฮิ จึงถูกยูกิทำลายไป ในเรื่อง เธอฟื้นคืนชีพมาเป็นหัวหน้าห้องอีกครั้ง แต่เมื่อทุกสิ่งกลับสู่สภาวะเดิม ก็ไม่ปรากฏเธออีก | |||||||||||||||||||||||||||||
|
|
ธันวา ภักดีอำนาจ | |||||||||||||||||||||||||||
|
เด็กสาวซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องและเพื่อนสนิทของมิคุรุ | |||||||||||||||||||||||||||||
|
|
อภิชาติ สมุทคีรี | |||||||||||||||||||||||||||
|
เพื่อนร่วมห้องและเพื่อนสนิทของเคียวน์ | |||||||||||||||||||||||||||||
|
|
|
ธันวา ภักดีอำนาจ | ||||||||||||||||||||||||||
|
เพื่อนร่วมห้องและเพื่อนสนิทของเคียวน์ | |||||||||||||||||||||||||||||
| อื่น ๆ | |||||||||||||||||||||||||||||
|
|
คาริ วาห์ลเกรน | ธันวา ภักดีอำนาจ | ||||||||||||||||||||||||||
|
น้องสาวเคียวน์ ไม่ปรากฏชื่อเสียงเรียงนามเหมือนกัน อายุสิบปี และเป็นนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 5 เธอมักปลุกเคียวน์ตอนเช้า ทั้งที่เขายังไม่อยากตื่น | |||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||
|
แมวซึ่งอยู่หลังห้องแถวของยูกิ และฮารุฮิบันดาลให้พูดจาได้อย่างมนุษย์ | |||||||||||||||||||||||||||||
| หมายเหตุ: = ไม่ทราบ และ = ไม่พูด | |||||||||||||||||||||||||||||
การผลิต
อนิเมะ เรียกเธอว่าพระเจ้า สึซึมิยะ ฮารุฮิ ฉายทางโทรทัศน์ญี่ปุ่นจบไปเมื่อปี 2549 ครั้นปี 2552 ก็นำออกฉายซ้ำอีกพร้อมตอนที่ไม่เคยฉายมาก่อน เมื่อจบตอนสุดท้าย ได้มีการขึ้นโฆษณาทำนองว่า ตอนต่อไป ซึ่งก็คือ การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ นั้นจะสร้างเป็นอนิเมะฉายทางโรงภาพยนตร์[7] วางกำหนดว่าจะเริ่มแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปีถัดมา[8] อนึ่ง ในเดือนธันวาคม 2552 ยังมีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ซึ่งวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ความยาวหนึ่งนาทีด้วย[9]
เพลง
| 'การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ' ออริจินัลซาวด์แทร็ก 『涼宮ハルヒの消失』 オリジナル サウンドトラック The Vanishment of Haruhi Suzumiya Original Soundtrack | |
|---|---|
| ซาวด์แทร็กอัลบั้มโดย | |
| วางตลาด | 27 มกราคม 2553 |
| แนวเพลง | เพลงประกอบอนิเมะ |
| ความยาว | 75:27 นาที (01:42 ชั่วโมง) |
| ค่ายเพลง | แลนทิส |
| ผู้อำนวยการ | • แผ่นหนึ่ง เพลงที่ห้า: แดเนียล บราวน์ • เพลงอื่น ๆ: อิมเมจิน |
| โปรดิวเซอร์ | แลนทิส |
อนิเมะนี้ใช้เพลงหลักอยู่สองเพลง เป็นเพลงเปิดหนึ่ง เพลงปิดหนึ่ง เพลงเปิด คือ "โบเก็นเดโชะเดโชะ?" (冒険でしょでしょ?; "เป็นการผจญภัยใช่ไหมล่ะ ใช่ไหม?) อายะ ฮิราโนะ ซึ่งพากย์เป็น ฮารุฮิ สึซึมิยะ ขับร้อง และเป็นเพลงเดียวกับที่ใช้เปิดอนิเมะ เรียกเธอว่าพระเจ้า สึซึมิยะ ฮารุฮิ ส่วนเพลงปิด คือ "ยาซาชีโบเกียกุ" (優しい忘却; "ลืมเลือนไปด้วยใจอ่อนโยน") มิโนริ ชิฮาระ ซึ่งพากย์เป็น ยุกิ นางาโตะ ขับร้อง และเพลงปิดนี้ยังทำเป็นซิงเกิลขายตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 ด้วย[10]
ส่วนอัลบั้มเพลงประกอบอนิเมะนั้น ประกอบด้วยซีดีสองแผ่น เพลงทั้งหมดสามสิบเพลง และขายตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2553[11]
แผ่นหนึ่ง
| ลำดับ | ชื่อเพลง | ศิลปิน | ยาว |
|---|---|---|---|
| 1. | "อิสึโมะโนะฟูเกคะระฮะจิมะรุโมะโนะงะตะริ ('เรื่องเริ่มด้วยฉากธรรมดานี่ล่ะ') " | ซาโตรุ โคซากิ | 3:51 |
| 2. | "เอสโอเอสดังคริสต์มาสพาร์ที ('งานเลี้ยงคริสต์มาสของหน่วย SOS ') " | ” | 2:24 |
| 3. | "โดะตะบะตะไทม์ ('เวลาวุ่นวาย') " | ” | 1:03 |
| 4. | "นิชิโจโนะซะกินิมะชิอุเกะรุโมะโนะ ('เรื่องราวอย่างทุกวันซึ่งรอกันอยู่เบื้องหน้า') " | เคโงะ โฮอาชิ | 0:51 |
| 5. | "อะซะกุรุเรียวโกะโทะอิอุโจะเซ ('หญิงสาวนาม เรียวโกะ อาซากุระ') " | รีวอิจิ ทากาดะ | 2:59 |
| 6. | "ฟุอังคะระเคียวฟุเอะ ('กังวลจนหวาดกลัว') " | ” | 1:44 |
| 7. | "อุรุงิระเระตะคิไต ('ไม่ได้ดังหมาย') " | เคโงะ โฮะอะชิ | 2:48 |
| 8. | "โคะโดะกุเซะไกโนะฮิโระงะริ ('โลกอ้างว้างยิ่งกว้างใหญ่ขึ้น') " | ” | 3:14 |
| 9. | "คันเกียวเฮ็งกะโนะเซะฮิ ('ดีหรือไม่ที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป') " | ซาโตรุ โกซะกิ | 2:56 |
| 10. | "ซุซุมิยะฮะรุฮิโนะเทะงะกะริ ('แกะรอยฮารุฮิ สึซึมิยะ') " | คาเกรุ อิชิฮามะ | 1:27 |
| 11. | "ฮะยะรุโคะโกะโระโทะมะเอะนิเดะไนอะชิ หัวใจอันทะเยอทะยาน และแข้งขาที่ก้าวไม่ออก') " | ซาโตรุ โกซะกิ | 1:14 |
| 12. | "สึนะงัตตะคิโอะกุ ('เรียงร้อยความทรงจำ') " | ซาโตรุ โกซะกิ | 2:33 |
| 13. | "เอสโอเอสดังฟุตะตะบิ ('หน่วย SOS อีกครั้ง') " | ” | 1:56 |
| 14. | "เรดี? ('พร้อมไหม?') " | รีวอิจิ ทากาดะ | 4:13 |
| 15. | "อะโนะฮิโนะคิโอะกุโอะโอะอิกะเกะเตะ ('ไล่ล่าความทรงจำของวันนั้น') " | ซาโตรุ โกซะกิ | 1:27 |
| 16. | "มิชิบิกุโจะเซโนะคะตะรุโคะโตะบะ ('สนทนากับหญิงสาวผู้ชี้ทาง') " | เคโงะ โฮะอะชิ | 2:26 |
| 17. | "มิระอิเอะโนะอะชิอะโตะ ('รอยเท้าจากอนาคต') " | ” | 1:53 |
| 18. | "ฌีมโนเปดีดะอินิบัง ('ฌีมโนเปดี หมายเลข 2') " | เอริก ซาตี | 2:55 |
| 19. | "นะงะโตะยุกิโนะโคะโกะโระนิอะรุโมะโนะ ('ในใจของยูกิ นางาโตะ') " | เคโงะ โฮะอะชิ | 2:88 |
| 20. | "จิโกะอิชิกิโนะคะกุนิง ('รู้สึกตัวแล้ว') " | ” | 2:44 |
| 21. | "เระกิชิโนะเท็งกันเต็ง ('จุดบรรจบแห่งความเป็นไป') " | รีวอิจิ ทากาดะ | 3:18 |
| 22. | "ฟุตะตะบิเดะอะเอะตะดังอิงตะชิ ('พบหน้าลูกหน่วยอีกครั้ง') " | ซาโตรุ โกซะกิ | 5:01 |
| 23. | "อิสึโมะโนะฟูเกเดะโอะวะรุโมะโนะงะตะริ ('เรื่องจบด้วยฉากธรรมดานี่ล่ะ') " | ” | 3:16 |
| ความยาวทั้งหมด: | 54:21 | ||
แผ่นสอง
| ลำดับ | ชื่อเพลง | ศิลปิน | ยาว |
|---|---|---|---|
| 1. | "ฌีมโนเปดีดะอิอิชิบัง ('ฌีมโนเปดี หมายเลข 1') " | เอริก ซาตี | 3:17 |
| 2. | "ฌีมโนเปดีดะอินิบัง ('ฌีมโนเปดี หมายเลข 2') " | ” | 2:50 |
| 3. | "ฌีมโนเปดีดะอิซังบัง ('ฌีมโนเปดี หมายเลข 3') " | ” | 2:27 |
| 4. | "โนเซียนดะอิอิชิบัง (โนเซียน หมายเลข 1') " | ” | 3:24 |
| 5. | "โนเซียนดะอินิบัง (โนเซียน หมายเลข 2') " | ” | 2:17 |
| 6. | "โนเซียนดะอิซังบัง (โนเซียน หมายเลข 3') " | ” | 2:56 |
| 7. | "เฌอเตอเวอ ('ผมต้องการคุณนะ') " | ” | 5:15 |
| ความยาวทั้งหมด: | 21:06 | ||
การเผยแพร่และการตอบรับ
ประเทศญี่ปุ่น
หนึ่งสัปดาห์ให้หลังเริ่มฉายเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 ณ โรงภาพยนตร์ยี่สิบสี่แห่งในประเทศญี่ปุ่น การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ ก็ติดอันดับหนึ่งในสิบภาพยนตร์ทำเงินมากที่สุดในประเทศ[12] โดยสัปดาห์นั้นสร้างรายได้ราวสองร้อยล้านเยน[13]
ต่อมา อนิเมะนี้ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในการประกาศผลรางวัลแอนิเมชันโคเบะ (Animation Kobe Awards) ประจำปี 2553[14] และมิโนริ ชิฮาระ ยังได้รับรางวัลขับร้องยอดเยี่ยมสำหรับเพลง "ยะซะชี โบเกียะกุ" ณ การประกาศผลรางวัลเซยู (Seiyu Awards) ครั้งที่ห้า ประจำปีเดียวกันด้วย[15]
อนิเมะเรื่องนี้ทำเป็นบลูเรย์และดีวีดีทั้งแบบปรกติและแบบพิเศษขายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2553[16][17] ในสัปดาห์แรก แบบบลูเรย์ก็ขายได้มากกว่าเจ็ดหมื่นเจ็ดพันแผ่น เป็นอันดับหนึ่งตามผังออริคอน (Oricon) และในเวลาเดียวกัน แบบดีวีดีนั้นขายได้หนึ่งหมื่นเก้าพันหกร้อยหกสิบเจ็ดแผ่น ติดอันดับสี่ตามผังเดียวกัน[18]
ประเทศไทย
โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ถือลิขสิทธิ์อนิเมะ สึซึมิยะ ฮารุฮิ ในประเทศไทย ได้นำอนิเมะนี้เข้ามาฉายในราชอาณาจักรเพียงวันเดียว คือ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2554 สองรอบ คือ รอบสิบสี่นาฬิกา และรอบสิบเจ็ดนาฬิกา ณ โรงภาพยนตร์ลิโด้ สยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร แห่งเดียว ท่ามกลางอุทกภัยใหญ่ในปีนั้น โดยไม่พากย์ไทย แต่บรรยายไทยแทน[2][3][19]
มีรายงานว่า แม้สถานการณ์อุทกภัยจะรุนแรง แต่ก็มีผู้เข้าชมเป็นอันมาก สามารถขายตั๋วได้หมดในวันเดียว และในการฉายดังกล่าว โรส มีเดียฯ ยังจัดประมูลสินค้าเกี่ยวกับอนิเมะ เป็นต้นว่า ดีวีดีฉบับพิเศษ สมุดภาพ หมอน ปลอกหมอน และอื่น ๆ เพื่อนำรายได้บริจาคให้มูลนิธิชัยพัฒนาไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้วย[19][3][20]
ต่อมา ได้จัดพากย์ไทยและทำเป็นสื่อบันเทิงสำหรับบ้านในรูปแบบวีซีดีและดีวีดีขายตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 เฉพาะดีวีดีนั้นมีสองแบบ คือ แบบพิเศษ แถมปลอกหมอน สมุดภาพ และไปรษณียบัตรฮารุฮิ แบบหนึ่ง กับแบบธรรมดา มีเฉพาะตัวดีวีดี อีกแบบหนึ่ง[21]
ทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป
บันดะอิเอนเตอร์เทนเมนต์ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ ในทวีปอเมริกาเหนือ โดยบริษัทนี้ร่วมผลิตพากย์ภาษาอังกฤษกับแบ็งซูม! เอนเตอร์เทนเมนต์ (Bang Zoom! Entertainment) แล้วนำออกฉาย ณ นครซานฟรานซิสโกเป็นแห่งแรกตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2553 ครั้นแล้ว จึ่งฉายที่โรงภาพยนตร์เล็มลีส์ซันเซ็ต (Laemmle's Sunset theater) ในย่านฮอลลีวูดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ปีนั้น และท้องที่อื่น ๆ ตามมาโดยลำดับ[22] ในการนี้ ยังได้นำออกฉายที่รัฐฮาวายเป็นส่วนหนึ่งของงานภาพยนตร์โดดเด่นจากเอเชีย (Spotlight Asia Films) เมื่อเดือนมิถุนายน 2553 ด้วย[23] ขณะที่ในทวีปยุโรป อนิเมะนี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2553 ณ เทศกาลสก็อตแลนด์รักอนิเมะ (Scotland Loves Anime) ที่ประเทศสก็อตแลนด์[24]
บลูเรย์และดีวีดีฉบับพากย์อังกฤษดังกล่าว ขายในทวีปอเมริกาเหนือตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2554 ส่วนในสหรัฐราชอาณาจักร มังงะเอนเตอร์เทนเมนต์นำดีวีดีออกขายตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 และกำหนดขายบลูเรย์ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 สืบไป[25][26][27][28][29][30][31] ขณะที่ในประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ แม็ดแมนเอนเตอร์เทนเมนต์ (Madman Entertainment) ขายบลูเรย์และดีวีดีตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554[32][33]
อ้างอิง
- 1 2 "ใบปลิวภาพยนตร์เรื่องการหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ". ม.ป.ป. สืบค้นเมื่อ 18 ธันวาคม 2554.
{{cite web}}: ตรวจค่าวันที่ใน:|date=(วิธีใช้) - 1 2 "จองตั๋วภาพยนตร์เรื่องการหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ". ม.ป.ป. สืบค้นเมื่อ 18 ธันวาคม 2554.
{{cite web}}: ตรวจค่าวันที่ใน:|date=(วิธีใช้) - 1 2 3 "Disappearance of Suzumiya Haruhi (การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ)". ม.ป.ป. สืบค้นเมื่อ 18 ธันวาคม 2554.
{{cite web}}: ตรวจค่าวันที่ใน:|date=(วิธีใช้) - ↑ "Literature: Haruhi Suzumiya". tvtropes.org. 2011. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 20, 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Disappearance of Haruhi Suzumiya (film)". Haruhi Wiki. ธันวาคม 18, 2011. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 19, 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ ทานิงาวะ, นางารุ (6 มีนาคม 2555). "1: การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ ~Another Day~". สึซึมิยะ ฮารุฮิ. เล่มที่ 12. Neozero, แปล. กรุงเทพฯ: บงกชคอมิกส์. น. 14-26. ISBN 9789740517481.
- ↑ "Disappearance of Haruhi Suzumiya Film Announced for 2010". Anime News Network. ตุลาคม 8, 2009. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 12, 2009.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Gintama, Haruhi Suzumiya Films' Dates Listed in 2010". Anime News Network. พฤศจิกายน 2, 2009. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 2, 2009.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Haruhi Suzumiya Film's New Promo Video Streamed". Anime News Network. ธันวาคม 17, 2009. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 18, 2009.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "優しい忘却" [Yasashii Bōkyaku] (ภาษาญี่ปุ่น). Lantis. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2011-12-28. สืบค้นเมื่อ มกราคม 13, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "映画『涼宮ハルヒの消失』オリジナルサウンドトラック" [Film The Disappearance of Haruhi Suzumiya Original Soundtrack] (ภาษาญี่ปุ่น). Lantis. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-05-04. สืบค้นเมื่อ มกราคม 13, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Japanese Box Office, February 6–7". Anime News Network. กุมภาพันธ์ 11, 2010. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 13, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Kadokawa: Haruhi Film Earns 200 Million Yen in 1st Week". Anime News Network. กุมภาพันธ์ 12, 2010. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 13, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Haruhi Film, K-ON!!, Miku Win Anime Kobe Awards". Anime News Network. ตุลาคม 15, 2010. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 15, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "5th Annual Seiyū Award Winners Announced". Anime News Network. มีนาคม 5, 2011. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 26, 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Disappearance of Haruhi Suzumiya (Limited Edition) (Blu-ray)". CD Japan. กันยายน 3, 2010. สืบค้นเมื่อ กันยายน 3, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Disappearance of Haruhi Suzumiya (Limited Edition)". CD Japan. กันยายน 3, 2010. สืบค้นเมื่อ กันยายน 3, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Haruhi Film BD Sells 77,000+ Copies to Top Weekly Chart". Anime News Network. ธันวาคม 21, 2010. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 21, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "สาวก ฮารุฮิ ไม่หวั่นน้ำท่วม บุกลิโด้เต็มโรง". SiamDara.com. 16 พฤศจิกายน 2011. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2011-12-22. สืบค้นเมื่อ 18 ธันวาคม 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "สาวก ฮารุฮิ ไม่หวั่นน้ำท่วม บุกลิโด้เต็มโรง". หนังดี.คอม. 15 พฤศจิกายน 2554. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2011-11-17. สืบค้นเมื่อ 18 ธันวาคม 2554.
- ↑ "การหายตัวไปของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ". โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์. 2555. สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2555.
- ↑ "Disappearance of Haruhi to Screen in LA June 24". Anime News Network. มิถุนายน 1, 2010. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 2, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Bandai Entertainment Acquires The Disappearance of Haruhi Suzumiya". Anime News Network. เมษายน 15, 2010. สืบค้นเมื่อ เมษายน 30, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Scotland Loves Animation". Scotland Loves Animation. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 20, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Bandai Entertainment Adds The Disappearance of Haruhi Suzumiya". Anime News Network. เมษายน 15, 2010. สืบค้นเมื่อ เมษายน 15, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Bandai Makes Solid New York Anime Festival Announcements". Mania. ตุลาคม 9, 2010. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2010-10-11. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 20, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Manga UK Adds Haruhi Film, 2nd TV Season, Haruhi-chan". Anime News Network. ตุลาคม 31, 2010. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 31, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "New Manga DVD/BR Release Dates Announced". Anime News Network. เมษายน 13, 2011. สืบค้นเมื่อ เมษายน 13, 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Disappearance of Haruhi Suzumiya Delayed to November". Anime News Network. มิถุนายน 13, 2011. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 15, 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Disappearance of Haruhi Suzumiya (BLU-RAY + DVD COMBO) (AVAIL 09/20/2011, PRE-ORDER NOW)". Bandai Entertainment. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-08-19. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 19, 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Disappearance of Haruhi Suzumiya Blu-Ray Delayed to February". Anime News Network. ตุลาคม 12, 2011. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 12, 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Disappearance of Haruhi Suzumiya DVD". Madman Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 6, 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Disappearance of Haruhi Suzumiya Blu-ray". Madman Entertainment. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-03-10. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 6, 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
แหล่งข้อมูลอื่น
- (ในภาษาญี่ปุ่น) เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เก็บถาวร 2015-02-06 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- (ในภาษาอังกฤษ) การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ (อนิเมะ) ที่เครือข่ายข่าวอนิเมะ
- (ในภาษาอังกฤษ) การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ ที่อินเทอร์เน็ตมูวีเดตาเบส