Overview
เลอ็อนฮาร์ท อ็อยเลอร์ เป็นผู้รอบรู้ชาวสวิส ผู้มีบทบาทในฐานะนักคณิตศาสตร์ นักฟิสิกส์ นักดาราศาสตร์ นักตรรกศาสตร์ นักภูมิศาสตร์ นักทฤษฎีดนตรี และวิศวกร ผู้วางรากฐานของการศึกษาทฤษฎีกราฟและทอพอโลยี ผู้ค้นพบหลักสำคัญในสาขาของคณิตศาสตร์อีกมาก อาทิ ทฤษฎีจำนวนเชิงวิเคราะห์ การวิเคราะห์เชิงซ้อน และแคลคูลัสกณิกนันต์ นอกจากนี้เป็นผู้ริเริ่มศัพท์เฉพาะและสัญกรณ์ทางคณิตศาสตร์สมัยใหม่จำนวนมาก รวมถึงสัญกรณ์ของฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ อีกทั้งเป็นที่รู้จักจากผลงานด้านกลศาสตร์ พลศาสตร์ของไหล ทัศนศาสตร์ ดาราศาสตร์ และทฤษฎีดนตรี อ็อยเลอร์ได้รับการยกย่องว่าเป็น "อัจฉริยะรอบด้าน" ผู้ "พร้อมด้วยพลังแห่งจินตนาการอันแทบไร้ขีดจำกัด พรสวรรค์ทางปัญญา และความทรงจำอันยอดเยี่ยม" เขาใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่อยู่ที่เซนต์ปีเตอส์เบิร์กในรัสเซีย และที่เบอร์ลิน ซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองหลวงของปรัสเซีย
เลอ็อนฮาร์ท อ็อยเลอร์ | |
|---|---|
| Leonhard Euler (เยอรมัน) | |
ภาพเหมือนโดยเอมานูเอ็ล ฮันท์มัน ค.ศ.1753 | |
| เกิด | 15 เมษายน ค.ศ. 1707 บาเซิล สมาพันธรัฐสวิสเก่า |
| เสียชีวิต | 18 กันยายน ค.ศ. 1783 (76 ปี) [แบบเก่า: 7 กันยายน ค.ศ. 1783] เซนต์ปีเตอส์เบิร์ก จักรวรรดิรัสเซีย |
| การศึกษา | มหาวิทยาลัยบาเซิล (ปร.ม.) |
| มีชื่อเสียงจาก |
|
| คู่สมรส |
|
| บุตร | 13 คน รวมโยฮัน |
| รางวัล | ภาคีสมาชิกราชสมาคมแห่งลอนดอน (1747) |
| อาชีพทางวิทยาศาสตร์ | |
| สาขา | |
| สถาบันที่ทำงาน |
|
| วิทยานิพนธ์ | Dissertatio physica de sono (วิทยานิพนธ์ทางฟิสิกส์ว่าด้วยเสียง) (1726) |
| อาจารย์ที่ปรึกษา | โยฮัน แบร์นุลลี |
| ลูกศิษย์ในระดับปริญญาเอก | โยฮัน เฮ็นเนิร์ท |
| ลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ |
|
| ลายมือชื่อ | |
เลอ็อนฮาร์ท อ็อยเลอร์ (เยอรมัน: Leonhard Euler, เยอรมัน: [ˈleːɔnhaʁt ˈʔɔʏlɐ] , เยอรมันมาตรฐานสวิส: [ˈleɔnhard ˈɔʏlər]; 15 เมษายน ค.ศ. 1707 – 18 กันยายน ค.ศ. 1783) เป็นผู้รอบรู้ชาวสวิส ผู้มีบทบาทในฐานะนักคณิตศาสตร์ นักฟิสิกส์ นักดาราศาสตร์ นักตรรกศาสตร์ นักภูมิศาสตร์ นักทฤษฎีดนตรี และวิศวกร ผู้วางรากฐานของการศึกษาทฤษฎีกราฟและทอพอโลยี ผู้ค้นพบหลักสำคัญในสาขาของคณิตศาสตร์อีกมาก อาทิ ทฤษฎีจำนวนเชิงวิเคราะห์ การวิเคราะห์เชิงซ้อน และแคลคูลัสกณิกนันต์ นอกจากนี้เป็นผู้ริเริ่มศัพท์เฉพาะและสัญกรณ์ทางคณิตศาสตร์สมัยใหม่จำนวนมาก รวมถึงสัญกรณ์ของฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์[2] อีกทั้งเป็นที่รู้จักจากผลงานด้านกลศาสตร์ พลศาสตร์ของไหล ทัศนศาสตร์ ดาราศาสตร์ และทฤษฎีดนตรี[3] อ็อยเลอร์ได้รับการยกย่องว่าเป็น "อัจฉริยะรอบด้าน" ผู้ "พร้อมด้วยพลังแห่งจินตนาการอันแทบไร้ขีดจำกัด พรสวรรค์ทางปัญญา และความทรงจำอันยอดเยี่ยม"[4] เขาใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่อยู่ที่เซนต์ปีเตอส์เบิร์กในรัสเซีย และที่เบอร์ลิน ซึ่งขณะนั้นเป็นเมืองหลวงของปรัสเซีย
อ็อยเลอร์ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ทำให้การใช้ตัวอักษรกรีก (พายพิมพ์เล็ก) เป็นที่แพร่หลายเพื่อแสดงถึงอัตราส่วนของเส้นรอบวงต่อเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลม อีกทั้งเป็นบุคคลแรกที่ใช้สัญกรณ์ สำหรับค่าของฟังก์ชัน ใช้ตัวอักษร เพื่อแสดงหน่วยจินตภาพ ใช้ตัวอักษรกรีก (ซิกมาพิมพ์ใหญ่) เพื่อแสดงผลรวม ใช้ตัวอักษรกรีก (เดลตาพิมพ์ใหญ่) สำหรับผลต่างอันตะ และใช้อักษรพิมพ์เล็กแทนด้านของรูปสามเหลี่ยม ขณะที่ใช้อักษรพิมพ์ใหญ่แทนมุมของรูปสามเหลี่ยมนั้น[5] อีกทั้งเป็นผู้ให้นิยามตามที่ใช้ในปัจจุบันของค่าคงตัว ซึ่งเป็นฐานของลอการิทึมธรรมชาติ ในปัจจุบันรู้จักในชื่อจำนวนของอ็อยเลอร์[6] นอกจากนี้ อ็อยเลอร์ยังมีผลงานด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์และวิศวกรรมศาสตร์ อาทิ การศึกษาว่าด้วยเรือซึ่งช่วยในด้านการเดินเรือ งานเขียนด้านทัศนศาสตร์จำนวนสามเล่มซึ่งมีส่วนต่อการออกแบบกล้องจุลทรรศน์และกล้องโทรทรรศน์ ตลอดจนการศึกษาว่าด้วยการโก่งงอของคานและภาระวิกฤตของเสา[7]
อ็อยเลอร์ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลแรกผู้พัฒนาทฤษฎีกราฟ (ส่วนหนึ่งจากผลเฉลยสำหรับข้อปัญหาสะพานทั้งเจ็ดแห่งเมืองเคอนิชส์แบร์ค ซึ่งถือเป็นการประยุกต์ใช้ทอพอโลยีครั้งแรกในทางปฏิบัติ) นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีชื่อเสียงจากความสำเร็จมากมาย อาทิ การแก้ปัญหาที่ยังไม่ถูกแก้ในทฤษฎีจำนวนและคณิตวิเคราะห์หลายปัญหา รวมถึงปัญหาบาเซิลที่มีชื่อเสียง อ็อยเลอร์ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ค้นพบว่าผลรวมของจำนวนจุดยอดกับจำนวนหน้าลบด้วยจำนวนขอบของทรงหลายหน้าที่ไม่มีรู มีค่าเท่ากับ 2 ซึ่งปัจจุบันโดยทั่วไปเรียกว่าลักษณะเฉพาะอ็อยเลอร์ ในฟิสิกส์ อ็อยเลอร์ได้จัดรูปกฎการเคลื่อนที่ของไอแซก นิวตันเป็นกฎใหม่ในผลงานสองเล่มชื่อ Mechanica (กลศาสตร์) เพื่อบรรยายการเคลื่อนที่ของวัตถุแข็งเกร็งได้ดีขึ้น อีกทั้งเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการศึกษาว่าด้วยการเปลี่ยนรูปยืดหยุ่นของวัตถุที่เป็นของแข็ง อ็อยเลอร์ได้กำหนดสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยสำหรับการเคลื่อนที่ของของไหลไร้ความหนืด[7] ตลอดจนการวางรากฐานทางคณิตศาสตร์ของทฤษฎีศักย์[4]
อ็อยเลอร์ได้รับการยกย่องว่าอาจเป็นผู้มีผลงานมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 18[8][7] ผลงานตีพิมพ์จำนวน 866 ชิ้นของเขาและจดหมายโต้ตอบได้รับการเก็บรวบรวมไว้ใน Leonhardi Euleri Opera omnia (รวมผลงานเลอ็อนฮาร์ท อ็อยเลอร์)[9][10][11] นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนที่ทำงานหลังการเสียชีวิตของอ็อยเลอร์ต่างยอมรับถึงความสำคัญของเขาในสาขานี้ โดยปีแยร์-ซีมง ลาปลัสกล่าวว่า "จงอ่านอ็อยเลอร์ จงอ่านอ็อยเลอร์ ท่านคืออาจารย์ของพวกเราทุกคน"[12][ข] ขณะที่คาร์ล ฟรีดริช เกาส์เขียนไว้ว่า "การศึกษาผลงานของอ็อยเลอร์จะยังคงเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับสาขาที่แตกต่างกันแต่ละสาขาของคณิตศาสตร์ และไม่มีสิ่งใดสามารถแทนที่ได้"[13][ค]
ช่วงชีวิตตอนต้น
เลอ็อนฮาร์ท อ็อยเลอร์เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1707 ณ เมืองบาเซิล เป็นบุตรของพอลที่ 3 อ็อยเลอร์ ศิษยาภิบาลแห่งคริสตจักรปฏิรูป และมาร์เกอริต (สกุลเดิม: บรุคเคอร์) ผู้ซึ่งมีบรรพบุรุษนักวิชาการศิลปะคลาสสิกที่มีชื่อเสียงอยู่หลายคน[15] เขาเป็นบุตรคนโตในบรรดาพี่น้องสี่คน โดยมีน้องสาวสองคนคืออันนา มาเรีย และมาเรีย มักดาเลนา และน้องชายอีกหนึ่งคนคือโยฮัน ไฮน์ริช[16][15] ภายหลังจากเลอ็อนฮาร์ทเกิดได้ไม่นาน ครอบครัวอ็อยเลอร์ได้ย้ายจากบาเซิลไปยังรีเอิน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ซึ่งบิดาของเขาได้เป็นศิษยาภิบาลในโบสถ์ท้องถิ่น และเลอ็อนฮาร์ทใช้ชีวิตวัยเด็กส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น[15]
ตั้งแต่วัยเยาว์ อ็อยเลอร์ได้รับการศึกษาด้านคณิตศาสตร์จากบิดา ผู้ซึ่งเคยศึกษากับยาค็อพ แบร์นุลลีเมื่อหลายปีก่อนที่มหาวิทยาลัยบาเซิล เมื่ออายุราวแปดปี ออยเลอร์ได้รับการส่งไปอาศัยอยู่ที่บ้านของคุณยายและเข้าเรียนที่โรงเรียนละตินในบาเซิล นอกจากนี้ เขายังได้รับการสอนพิเศษส่วนตัวจากโยฮันเนิส บวร์คฮาร์ท นักเทววิทยาหนุ่มผู้มีความสนใจด้านคณิตศาสตร์[15]
ใน ค.ศ. 1720 เมื่อมีอายุได้ 13 ปี เลอ็อนฮาร์ท อ็อยเลอร์ได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยบาเซิล[3] การเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยตั้งแต่อายุน้อยเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติในสมัยนั้น[15] หลักสูตรภาควิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานสอนโดยโยฮัน แบร์นุลลี น้องชายของยาค็อพ แบร์นุลลี ผู้ล่วงลับซึ่งเคยสอนบิดาของอ็อยเลอร์มาก่อน ต่อมาโยฮัน เบอร์นูลลีและอ็อยเลอร์ได้รู้จักกันและกันมากขึ้น โดยอ็อยเลอร์ได้บรรยายถึงแบร์นุลลีไว้ในอัตชีวประวัติของเขาไว้ว่า[17]
ศาสตราจารย์ผู้มีชื่อเสียง โยฮัน แบร์นุลลี [...] ถือเป็นความยินดียิ่งแก่ตนที่ได้ช่วยเหลือข้าพเจ้าในคณิตวิทยาศาสตร์ ในการสอนส่วนตัว แต่ท่านได้ปฏิเสธเนื่องด้วยตารางงานที่มาก แต่ท่านได้ให้คำแนะนำอันเป็นประโยชน์ยิ่งกว่าแก่ข้าพเจ้า กล่าวคือ ให้ข้าพเจ้าไปหาหนังสือคณิตศาสตร์ที่ยากขึ้นแล้วนำมาศึกษาด้วยตนเองอย่างตั้งใจยิ่งและหากข้าพเจ้าพบข้อสงสัยหรือความยากลำบากใด ๆ ท่านก็ยินดีเปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าเข้าพบได้ทุกบ่ายวันเสาร์ และกรุณาช่วยบรรยายปัญหาที่ข้าพเจ้าได้รวบรวมไว้ที่ซึ่งได้ผลลัพธ์อันน่าพึงใจยิ่ง กล่าวคือ เมื่อท่านได้แก้ข้อสงสัยข้อหนึ่งของข้าพเจ้า ข้อสงสัยอื่นอีกนับสิบก็มักคลี่คลายไปพร้อมกัน ซึ่งนับว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการก้าวหน้าอย่างมีความสุขในคณิตวิทยาศาสตร์
ในช่วงเวลานั้น อ็อยเลอร์โดยได้รับการสนับสนุนจากโยฮัน แบร์นุลลี จึงสามารถขอความยินยอมจากบิดาให้เป็นนักคณิตศาสตร์แทนการเป็นศิษยาภิบาล[18][19]
ใน ค.ศ. 1723 อ็อยเลอร์ได้รับปรัชญามหาบัณฑิต โดยมีดุษฎีนิพนธ์ที่เปรียบเทียบหลักปรัชญาของเรอเน เดการ์ตกับไอแซก นิวตัน[15] จากนั้น จึงได้เข้าศึกษาต่อในคณะเทววิทยาของมหาวิทยาลัยบาเซิล[19]
ใน ค.ศ. 1726 อ็อยเลอร์สำเร็จวิทยานิพนธ์ว่าด้วยการแผ่ของเสียงเรื่อง De Sono (ว่าด้วยเสียง)[20][21] ซึ่งนำไปยื่นสมัครตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยบาเซิลแต่ไม่ประสบความสำเร็จ[22] ต่อมาใน ค.ศ. 1727 จึงได้เข้าร่วมการแข่งขันชิงรางวัลจัดโดยสถาบันปารีส (จัดขึ้นในทุกปีและภายหลังเปลี่ยนเป็นทุกสองปีนับแต่ ค.ศ. 1720)[23] เป็นครั้งแรก โดยโจทย์ของปีนั้นคือการหาวิธีที่ดีที่สุดในการจัดวางเสากระโดงเรือ ปีแยร์ บูเก (Pierre Bouguer) ผู้เป็นที่รู้จักในนาม "บิดาแห่งนาวาสถาปัตยกรรม" เป็นผู้ชนะ ส่วนอ็อยเลอร์ได้อันดับที่สอง[24] ตลอดหลายปี อ็อยเลอร์เข้าร่วมการแข่งขันนี้ทั้งหมด 15 ครั้ง[23] และชนะการแข่งขันถึง 12 ครั้ง[24]
อาชีพ
ช่วงแรกที่พำนักในเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก (ค.ศ. 1727–1741)

บุตรชายสองคนของโยฮัน แบร์นุลลี ดานีเอลและนิโคเลาส์ได้เข้ารับราชการที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งจักรวรรดิรัสเซีย ณ เซนต์ปีเตอส์เบิร์ก ใน ค.ศ. 1725 โดยให้คำมั่นแก่อ็อยเลอร์ว่าจะช่วยแนะนำให้ได้ในตำแหน่งเมื่อมีโอกาส[22] เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 1726 นีโคเลาส์เสียชีวิตลงด้วยภาวะไส้ติ่งอักเสบ หลังจากใช้เวลาอยู่ในรัสเซียได้ไม่ถึงหนึ่งปี[25][26] เมื่อดานีเอลเข้ารับตำแหน่งของพี่ชายในแผนกวิชาคณิตศาสตร์–ฟิสิกส์ จึงได้เสนอให้ตำแหน่งด้านสรีรวิทยาที่ว่างอยู่นั้น มอบให้แก่อ็อยเลอร์ผู้เป็นเพื่อน[22] ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1726 อ็อยเลอร์ได้ตอบรับข้อเสนอนี้อย่างกระตือรือร้นแต่ได้เลื่อนการเดินทางไปเซนต์ปีเตอส์เบิร์กออกไป ในขณะที่ยื่นสมัครตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยบาเซิลแต่ไม่ประสบความสำเร็จ[22]
อ็อยเลอร์เดินทางถึงเซนต์ปีเตอส์เบิร์กในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1727[22][19] โดยได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากตำแหน่งระดับต้นในแผนกวิชาการแพทย์ของสถาบันสู่ตำแหน่งในแผนกวิชาคณิตศาสตร์ และได้พำนักอยู่ร่วมกับดานีเอล แบร์นุลลีและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด[27] อ็อยเลอร์สามารถใช้ภาษารัสเซียได้อย่างชำนาญ ปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตในเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก และรับงานเพิ่มเติมเป็นแพทย์กองทัพเรือรัสเซียอีกด้วย[28]
สถาบันแห่งเซนต์ปีเตอส์เบิร์กก่อตั้งโดยจักรพรรดิปีเตอร์มหาราชซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการศึกษาในรัสเซียและลดช่องว่างทางวิทยาศาสตร์กับยุโรปตะวันตก ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้สถาบันแห่งนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับนักวิชาการต่างชาติ อาทิ อ็อยเลอร์[24] จักรพรรดินีนาถเยกาเจรีนาที่ 1 ผู้ทรงอุปถัมภ์แห่งสถาบันและผู้ทรงสืบสานนโยบายความก้าวหน้าของพระสวามีผู้สวรรคตก่อนที่อ็อยเลอร์จะเดินทางมาถึงเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก[29] ต่อมา ชนชั้นขุนนางฝ่ายอนุรักษนิยมของรัสเซียได้ขึ้นสู่อำนาจภายหลังการขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดิปิออตร์ที่ 2 แห่งรัสเซีย ขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง 12 พรรษา[29] ชนชั้นขุนนางซึ่งไม่ไว้วางใจนักวิทยาศาสตร์ชาวต่างชาติของสถาบันได้ตัดงบประมาณของอ็อยเลอร์และเพื่อนร่วมงาน อีกทั้งยังขัดขวางการรับนักเรียนชาวต่างชาติและนักเรียนที่ไม่ใช่ชนชั้นสูงเข้าสู่สถาบันกืมนาซีอุม[ง]และมหาวิทยาลัย[29]
สถานการณ์ดีขึ้นเล็กน้อยภายหลังการสิ้นพระชนม์ของจักรพรรดิปิออตร์ที่ 2 ใน ค.ศ. 1730 และการขึ้นสู่อำนาจซึ่งได้รับอิทธิพลจากเยอรมนีของจักรพรรดินีนาถอันนาแห่งรัสเซีย[31] อ็อยเลอร์ก้าวหน้าในตำแหน่งในสถาบันอย่างรวดเร็วและได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ใน ค.ศ. 1731[31] และได้ลาออกจากกองทัพเรือรัสเซีย โดยปฏิเสธการเลื่อนยศเป็นนายเรือเอก[31] สองปีต่อมา ดานีเอล แบร์นุลลีซึ่งทนต่ออำนาจการตรวจสอบและความเป็นปรปักษ์ที่เผชิญในเซนต์ปีเตอส์เบิร์กไม่ไหวจึงเดินทางกลับไปยังบาเซิล อ็อยเลอร์จึงได้ขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าแผนกวิชาคณิตศาสตร์แทน[32] ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1734 ได้สมรสกับคาทารีนา เกสเซล (ค.ศ. 1707–1773) บุตรีของเกออร์ก เกสเซล[33] พระเจ้าฟรีดริชที่ 2 ทรงชักชวนอ็อยเลอร์ให้ไปร่วมงานกับสถาบันแห่งเบอร์ลินที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ในพระองค์ใน ค.ศ. 1740 แต่อ็อยเลอร์ในระยะแรกยังคงต้องการอยู่ที่เซนต์ปีเตอส์เบิร์ก[34] แต่ภายหลังจากการสวรรคตของจักรพรรดินีนาถอันนาและพระเจ้าฟรีดริชที่ 2 ตกลงการพระราชทานค่าตอบแทนจำนวน 1600 เอกู (เทียบเท่ากับที่อ็อยเลอร์ได้รับในรัสเซีย) จึงยินยอมย้ายไปยังเบอร์ลิน และใน ค.ศ. 1741 อ็อยเลอร์ได้ขออนุญาตเดินทางไปเบอร์ลิน โดยให้เหตุผลว่าต้องการสภาพอากาศที่อ่อนโยนกว่าสำหรับสภาพสายตาของตน[34] สถาบันแห่งรัสเซียได้ให้ความยินยอมและจ่ายเงินให้ปีละ 200 รูเบิลในฐานะสมาชิกประจำสถาบัน[34]
ช่วงที่พำนักในเบอร์ลิน (ค.ศ. 1741–1766)
ด้วยความกังวลต่อความวุ่นวายที่ยังคงดำเนินอยู่ในรัสเซีย อ็อยเลอร์จึงออกจากเซนต์ปีเตอส์เบิร์กในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1741 เพื่อไปรับตำแหน่งที่สถาบันแห่งเบอร์ลิน ซึ่งได้รับข้อเสนอจากฟรีดริชมหาราชแห่งปรัสเซีย[35] อ็อยเลอร์ใช้ชีวิตอยู่ในเบอร์ลินเป็นเวลา 25 ปี โดยได้เขียนบทความจำนวนหลายร้อยชิ้น[19] ใน ค.ศ. 1748 งานเขียนว่าด้วยฟังก์ชันชื่อ Introductio in analysin infinitorum (บทนำสู่การวิเคราะห์เชิงอนันต์) ได้รับการตีพิมพ์ และใน ค.ศ. 1755 ตำราว่าด้วยแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์ชื่อ Institutiones calculi differentialis (รากฐานของแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์) ได้รับการตีพิมพ์เช่นกัน[36][37] ใน ค.ศ. 1755 เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกต่างชาติของราชบัณฑิตยสถานแห่งวิทยาศาสตร์สวีเดน[38] และของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งฝรั่งเศส[39] ในบรรดาศิษย์ที่มีชื่อเสียงของอ็อยเลอร์ในเบอร์ลิน รวมถึงสเตปัน รูมอฟสกี (Stepan Rumovsky) ผู้ซึ่งภายหลังได้รับการยกย่องว่าเป็นนักดาราศาสตร์ชาวรัสเซียคนแรก[40][41] ใน ค.ศ. 1748 อ็อยเลอร์ได้ปฏิเสธข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยบาเซิลที่เชิญให้ไปดำรงตำแหน่งแทนโยฮัน แบร์นุลลีที่ได้เสียชีวิตลงได้ไม่นาน[19] ใน ค.ศ. 1753 ได้ซื้อบ้านในชาร์ล็อทเทินบวร์ค ซึ่งได้อาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวและมารดาหม้ายของเขา[42][43]
อ็อยเลอร์ได้เป็นครูสอนพิเศษให้แด่ฟรีเดอริเคอ ชาร์ล็อทเทอ แห่งบรันเดินบวร์ค-ชเวท (Friederike Charlotte of Brandenburg-Schwedt) เจ้าหญิงแห่งอันฮัลท์-เดสเซา พระราชนัดดาของฟรีดริช โดยได้เขียนจดหมายแด่เจ้าหญิงมากกว่า 200 ฉบับในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1760 ซึ่งต่อมาได้รับการรวบรวมเป็นหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ จดหมายของอ็อยเลอร์ว่าด้วยวิชาต่าง ๆ ในปรัชญาธรรมชาติส่งให้แด่เจ้าหญิงเยอรมัน (Letters of Euler on different Subjects in Natural Philosophy Addressed to a German Princess)[44] งานชิ้นนี้ประกอบด้วยการบรรยายของอ็อยเลอร์ในวิชาศึกษาที่ว่าด้วยฟิสิกส์และคณิตศาสตร์และให้ข้อคิดเห็นอันมีคุณค่าเกี่ยวกับบุคลิกภาพและความเชื่อทางศาสนาของเขา หนังสือนั้นได้รับการแปลเป็นหลายภาษา ตีพิมพ์เผยแพร่ทั่วยุโรปและสหรัฐ และได้รับความนิยมในการอ่านโดยทั่วกันมากกว่างานทางคณิตศาสตร์เล่มใด ๆ ของเขา ความนิยมของจดหมายนี้สะท้อนถึงความสามารถของอ็อยเลอร์ในการสื่อสารสาระทางวิทยาศาสตร์ให้แก่ผู้อ่านทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นความสามารถที่หาได้ยากในหมู่นักวิจัยเฉพาะทาง[37]
แม้อ็อยเลอร์เป็นผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งต่อเกียรติภูมิของสถาบันและได้รับการเสนอชื่อโดยฌ็อง เลอ รง ดาล็องแบร์ ให้เป็นผู้สมัครตำแหน่งประธาน แต่พระเจ้าฟรีดริชที่ 2 กลับทรงแต่งตั้งพระองค์เองเป็นประธาน[43] กษัตริย์แห่งปรัสเซียทรงมีแวดวงนักปราชญ์จำนวนมากในราชสำนักและทรงตระหนักว่านักคณิตศาสตร์ขาดความประณีตและขาดความรู้นอกเหนือจากสิ่งที่ว่าด้วยตัวเลขและการคำนวณ อ็อยเลอร์เป็นคนเรียบง่าย เคร่งศาสนา ผู้ไม่เคยตั้งคำถามต่อระเบียบสังคมที่มีอยู่หรือความเชื่อดั้งเดิม ในหลายแง่มุม เขาถือเป็นขั้วตรงข้ามของวอลแตร์ ผู้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในราชสำนักของพระเจ้าฟรีดริช อ็อยเลอร์ไม่ใช่นักโต้วาทีที่ชำนาญและมักหยิบยกประเด็นที่ตนเองไม่ได้รู้อย่างลึกซึ้งขึ้นมาโต้แย้ง ทำให้เขากลายเป็นเป้าต่อการเสียดสีอันเฉียบคมของวอลแตร์บ่อยครั้ง[37] นอกจากนี้ พระเจ้าฟรีดริชทรงแสดงความผิดหวังต่อความสามารถด้านวิศวกรรมปฏิบัติของอ็อยเลอร์ โดยมีรับสั่งว่า
ข้าพเจ้ามีพระราชประสงค์ให้มีสายน้ำพุในพระราชอุทยานของข้าพเจ้า อ็อยเลอร์ได้คำนวณแรงของกงล้ออันจำเป็นต่อการยกน้ำขึ้นสู่แหล่งเก็บน้ำ ซึ่งจากที่แหล่งเก็บน้ำนั้นน้ำควรไหลกลับผ่านรางแต่ละรางแล้วจึงพุ่งออก ณ พระราชวังซ็องซูซี อนึ่ง เครื่องจักรของข้าพเจ้าอันสร้างขึ้นตามหลักเรขาคณิตดังกล่าวนั้น หาได้ยกน้ำขึ้นไปใกล้แหล่งเก็บน้ำแม้เพียงระยะห้าสิบก้าวไม่ ความไร้แก่นสารในไร้แก่นสาร! ความไร้แก่นสารในเรขาคณิต![45]
อย่างไรก็ตาม ความผิดหวังนั้นแทบแน่นอนว่าไม่สมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาจากมุมมองทางเทคนิค การคำนวณของอ็อยเลอร์ดูมีแนวโน้มว่าถูกต้อง แม้การประสานงานกับพระเจ้าฟรีดริชและผู้ที่ดำเนินการก่อสร้างน้ำพุ อาจมีความบกพร่องหรือไม่ราบรื่นก็ตาม[46]
ตลอดระยะเวลาที่พำนักอยู่ในเบอร์ลิน อ็อยเลอร์ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับสถาบันแห่งเซนต์ปีเตอส์เบิร์กและได้ตีพิมพ์ผลงาน 109 ชิ้นในรัสเซีย[47] และให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาจากสถาบันเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก ในบางครั้งได้รับนักศึกษาชาวรัสเซียมาอาศัยอยู่ที่บ้านของตนในเบอร์ลินด้วย[47] ใน ค.ศ. 1760 ขณะที่สงครามเจ็ดปีกำลังดำเนินอยู่ ไร่ของออยเลอร์ในชาร์ล็อทเทินบวร์คถูกกองทัพรัสเซียที่รุกคืบเข้ามาปล้นสะดม[42] เมื่อพลเอก อีวาน เปโตรวิช ซัลตืยคอฟ (Ivan Petrovich Saltykov) ทราบเหตุการณ์นี้ จึงได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ทรัพย์สินของอ็อยเลอร์ และต่อมาจักรพรรดินีนาถเยลีซาเวตาได้พระราชทานเงินเพิ่มเติมอีก 4000 รูเบิล ซึ่งนับเป็นเงินจำนวนมหาศาลในสมัยนั้น[48] อ็อยเลอร์จึงตัดสินใจย้ายออกจากเบอร์ลินใน ค.ศ. 1766 และเดินทางกลับไปรัสเซีย[49]
ในช่วงที่พำนักอยู่ในเบอร์ลิน (ค.ศ. 1741–1766) อ็อยเลอร์อยู่ในจุดสูงสุดของการสร้างผลงาน โดยได้เขียนงานทั้งหมด 380 ชิ้น ประกอบด้วย 275 ชิ้นที่ได้รับการตีพิมพ์[50] รวมถึงบันทึกความทรงจำ 125 ชิ้นในสถาบันแห่งเบอร์ลิน และอีกกว่า 100 ชิ้นที่ส่งไปยังสถาบันแห่งเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก ซึ่งยังคงสถานะสมาชิกไว้และจ่ายเงินบำเหน็จประจำปีแก่เขา ผลงาน Introductio in Analysin Infinitorum ของอ็อยเลอร์ได้รับการตีพิมพ์เป็นสองภาคใน ค.ศ. 1748 นอกจากงานวิจัยของตน อ็อยเลอร์ยังดูแลห้องสมุด หอดูดาว สวนพฤกษศาสตร์ ตลอดจนการจัดพิมพ์ปฏิทินและแผนที่ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของสถาบัน[51] อีกทั้งมีส่วนร่วมในการออกแบบน้ำพุที่พระราชวังซ็องซูซี อันเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์[52]
ช่วงที่สองที่พำนักในเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก (ค.ศ. 1766–1783)
สถานการณ์ทางการเมืองในรัสเซียมีเสถียรภาพมากขึ้นภายหลังจากการขึ้นครองราชย์ของเยกาเจรีนามหาราชินี ดังนั้นใน ค.ศ. 1766 อ็อยเลอร์จึงตอบรับคำเชิญให้กลับไปยังสถาบันแห่งเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก โดยเงื่อนไขที่ตั้งนับว่าสูงมาก ได้แก่ เงินประจำปี 3000 รูเบิล บำนาญสำหรับภรรยา และคำมั่นว่าจะให้บุตรชายของเขาได้รับตำแหน่งระดับสูง ที่สถาบัน อ็อยเลอร์ได้รับความช่วยเหลือจากนักศึกษาชื่อ อันเดิช โยฮัน เล็กเซล (Anders Johan Lexell)[53] ระหว่างพำนักอยู่ในเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก เกิดเหตุเพลิงไหม้ใน ค.ศ. 1771 ซึ่งทำลายบ้านของเขาลง[54]
ชีวิตส่วนตัว
เมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1734 อ็อยเลอร์ได้สมรสกับคาทารีนา เกสเซล บุตรสาวของเกออร์ก เกสเซล (Georg Gsell) ผู้เป็นจิตรกรประจำสถาบันกืมนาซีอุมในเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก[33] โดยทั้งสองได้ซื้อบ้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำเนวา สามปีภายหลังการเสียชีวิตของภรรยาใน ค.ศ. 1773[54] อ็อยเลอร์ได้สมรสกับน้องสาวต่างมารดาของเธอชื่อ ซาโลเม อาบิเกล เกสเซล[55] การสมรสในครั้งนี้ดำเนินต่อไปจนกระทั่งการเสียชีวิตของอ็อยเลอร์ใน ค.ศ. 1783 จากบุตรทั้ง 13 คนของทั้งสอง มีบุตรเพียงห้าคนที่มีชีวิตรอดพ้นวัยเด็ก[56] โดยเป็นบุตรชายสามคนและบุตรสาวสองคน[57] บุตรชายคนแรกคือโยฮัน อัลเบร็ชท์ อ็อยเลอร์ (Johann Albrecht Euler) ผู้มีคริสทีอัน ก็อลท์บัค (Christian Goldbach) เป็นพ่อทูนหัว[57] ส่วนโยฮัน ไฮน์ริช อ็อยเลอร์ ผู้เป็นน้องได้มาตั้งรกรากในเซนต์ปีเตอส์เบิร์กใน ค.ศ. 1735 และทำงานเป็นจิตรกรที่สถาบัน[34]
ในวัยเยาว์ อ็อยเลอร์สามารถท่องจำมหากาพย์อีนีอิดของเวอร์จิลได้ และเมื่อถึงวัยชรา อ็อยเลอร์ยังคงสามารถท่องบทกวีนี้ได้พร้อมทั้งบอกประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของแต่ละหน้าในฉบับที่เคยเรียนมาได้[58][59] อ็อยเลอร์รู้จำนวนเฉพาะหนึ่งร้อยจำนวนแรกและสามารถบอกกำลังของแต่ละจำนวนได้ถึงเลขกำลังหก[60] อ็อยเลอร์เป็นที่รู้จักว่าเป็นคนมีน้ำใจและอัธยาศัยดี ไม่ได้ความผิดปกติทางประสาทดังที่พบในอัจฉริยะบางคน อีกทั้งยังคงรักษาอุปนิสัยที่ร่าเริงและอ่อนโยนไว้ได้ แม้ภายหลังจะตาบอดโดยสิ้นเชิง[60]
ความเสื่อมลงของสายตา
สายตาของอ็อยเลอร์เสื่อมลงเรื่อย ๆ ตลอดเส้นทางอาชีพทางคณิตศาสตร์ของเขา ใน ค.ศ. 1738 สามปีหลังจากเกือบเสียชีวิตลงด้วยโรคไข้หวัด[61] โดยเกือบตาบอดที่ตาขวา อ็อยเลอร์เชื่อว่าสาเหตุนั้นเกิดจากการทำแผนที่ที่ได้ทำให้กับสถาบันแห่งเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก[62] แต่สาเหตุที่แท้จริงของการตาบอดนั้นยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่[63][64] การมองเห็นในตาข้างขวาของอ็อยเลอร์นั้นยิ่งเสื่อมลงมากขึ้นระหว่างที่พำนักอยู่ในเยอรมนี ถึงพระเจ้าฟรีดริชทรงขนานนามว่า "ไซคลอปส์" อ็อยเลอร์กล่าวถึงการสูญเสียการมองเห็นของตนว่า "บัดนี้ ข้าพเจ้าจะมีสิ่งรบกวนน้อยลง"[62] ใน ค.ศ. 1766 พบว่าเป็นต้อกระจกที่ตาซ้าย แม้การรักษาต้อกระจกแบบดั้งเดิมจะช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นชั่วคราว แต่ภาวะแทรกซ้อนเกือบทำให้ตาข้างซ้ายนั้นบอดสนิท[39] ภาวะดังกล่าวเหมือนจะมีผลต่อความสามารถในการทำงานของเขาเพียงเล็กน้อย ด้วยความช่วยเหลือจากอาลักษณ์ ผลงานของอ็อยเลอร์ในหลายสาขาวิชากลับเพิ่มขึ้น[65] และใน ค.ศ. 1775 อ็อยเลอร์สามารถผลิตผลงานทางคณิตศาสตร์ได้เฉลี่ยสัปดาห์ละหนึ่งฉบับ[39]
การเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 1783 ณ นครเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก หลังรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับครอบครัว ขณะที่อ็อยเลอร์กำลังสนทนาเกี่ยวกับดาวเคราะห์ยูเรนัสที่เพิ่งค้นพบและวงโคจรกับอันเดิช โยฮัน เล็กเซล อ็อยเลอร์ทรุดตัวลงและเสียชีวิตจากภาวะเลือดออกในสมองใหญ่[63] ยาค็อพ ฟ็อน ชเตลีน (Jacob von Staehlin) ได้เขียนประกาศข่าวการเสียชีวิตที่สั้นให้แก่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งรัสเซียและนักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซีย นิโคลัส ฟูส (Nicolas Fuss) ผู้เป็นศิษย์ของอ็อยเลอร์ ได้เขียนคำยกย่องที่ละเอียดกว่า[56] ซึ่งได้กล่าวในพิธีรำลึก ขณะที่คำยกย่องที่เขียนแก่สถาบันแห่งฝรั่งเศส โดยนักคณิตศาสตร์และนักปราชญ์ชาวฝรั่งเศส มาร์กี เดอ กงดอร์เซ (Marquis de Condorcet) ได้เขียนไว้ว่า
... il cessa de calculer et de vivre.
... ท่านได้หยุดที่จะคำนวณและหยุดที่จะมีชีวิตอยู่[66]
อ็อยเลอร์ถูกฝังไว้ข้างกับคาทารีนา ณ สุสานลูเทอรันสโมเลนสกี (Smolensk Lutheran) บนเกาะวาซิลเยฟสกี (Vasilievsky) ต่อมาใน ค.ศ. 1837 สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งรัสเซียได้สร้างอนุสรณ์สถานใหม่ขึ้นแทนแผ่นป้ายหลุมศพเดิมที่ถูกปกคลุมด้วยพืชพรรณ ใน ค.ศ. 1957 เพื่อเป็นการรำลึกถึงวาระครบรอบวันคล้ายวันเกิด 250 ปี หลุมศพของอ็อยเลอร์ได้ถูกย้ายไปยังสุสานลาซาเรฟสโคเย (Lazarevskoe) ณ อารามอเล็กซานเดอร์ เนฟสกี (Alexander Nevsky)[67]
อ็อยเลอร์มีชีวิตอยู่ (พ.ศ. 2250 – พ.ศ. 2326) ตรงกับระหว่างรัชสมัยของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 แห่งกรุงศรีอยุธยา แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปีที่สองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แห่งราชวงศ์จักรี
ผลงานด้านวิทยาศาสตร์
| บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ |
| ค่าคงตัวทางคณิตศาสตร์ e |
|---|
| สมบัติ |
| การประยุกต์ |
|
| การนิยามค่า e |
|
| บุคคล |
|
| หัวข้อที่เกี่ยวข้อง |
|
อ็อยเลอร์ทำผลงานในแทบทุกแขนงของคณิตศาสตร์ รวมถึงเรขาคณิต แคลคูลัสกณิกนันต์ ตรีโกณมิติ พีชคณิต และทฤษฎีจำนวน ตลอดจนฟิสิกส์ตัวกลางแบบต่อเนื่อง ทฤษฎีดวงจันทร์ และแขนงอื่นของฟิสิกส์ อ็อยเลอร์ถือเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์ ซึ่งหากรวบรวมผลงานซึ่งหลายชิ้นมีความสำคัญยิ่งมาตีพิมพ์ จะต้องใช้หนังสือขนาดควอร์โตประมาณ 60 ถึง 80 เล่ม[39] ชื่อของอ็อยเลอร์ได้รับการนำไปใช้เรียกชื่อของหัวข้อจำนวนมาก ผลงานของอ็อยเลอร์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800 หน้าต่อปีช่วง ค.ศ. 1725 ถึง 1783 นอกจากนี้ อ็อยเลอร์ยังเขียนจดหมายมากกว่า 4500 ฉบับและต้นฉบับอีกมากกว่าร้อยชิ้น มีการประมาณว่าเลอ็อนฮาร์ท อ็อยเลอร์เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานถึงหนึ่งในสี่ของผลงานรวมด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ กลศาสตร์ ดาราศาสตร์ และการเดินเรือในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ขณะที่นักวิจัยบางคนประเมินว่าสัดส่วนผลงานด้านคณิตศาสตร์เพียงแขนงเดียวในคริสต์ศตวรรษนั้นอาจสูงถึงหนึ่งในสาม[5]
สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
อ็อยเลอร์เสนอเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์จำนวนมากผ่านผลงานตำราของเขาที่ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางจนเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลาย ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดคือ เขาเป็นผู้เสนอความคิดรวบยอดเรื่องฟังก์ชัน[2] และใช้สัญลักษณ์ f(x) เป็นครั้งแรก ซึ่งมีความหมายว่า ฟังก์ชัน f ใด ๆ ที่ใช้เข้ากับอาร์กิวเมนต์ x นอกจากนี้ อ็อยเลอร์ยังคิดค้นเครื่องหมายสำหรับฟังก์ชันตรีโกณมิติที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ใช้อักษร e แทนฐานของลอการิทึมธรรมชาติ (ในปัจจุบันเรียกว่าจำนวนของอ็อยเลอร์) ใช้อักษรกรีก Σ (ซิกมา) แทนสัญกรณ์ผลรวมจากการบวกของเซตจำนวน และใช้อักษร i แทนหน่วยจินตภาพ[68] เป็นต้น นอกจากนี้ อ็อยเลอร์ยังใช้อักษรกรีก π ที่แสดงถึงอัตราส่วนระหว่างเส้นรอบวงต่อเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมใด ๆ ซึ่งเป็นผลให้เกิดความนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย แม้ว่าผู้ริเริ่มใช้สัญลักษณ์ π คนแรกคือ วิลเลียม โจนส์ นักคณิตศาสตร์ชาวเวลส์ก็ตาม[69]
คณิตวิเคราะห์
การพัฒนาแคลคูลัสกณิกนันต์เป็นหัวข้อวิจัยที่นักคณิตศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 นิยมศึกษามากที่สุด รวมถึงตระกูลแบร์นุลลีซึ่งสนิทสนมกับตระกูลของอ็อยเลอร์ก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาแคลคูลัสในยุคแรกเริ่ม อิทธิพลของตระกูลแบร์นุลลีนี้เองที่ทำให้แคลคูลัสเป็นเป้าหมายสำคัญในงานของอ็อยเลอร์ ถึงแม้ว่าบทพิสูจน์บางข้อของอ็อยเลอร์จะไม่เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานความเคร่งครัดทางคณิตศาสตร์ในปัจจุบัน[70] (โดยเฉพาะการอาศัยหลักสภาพนัยทั่วไปของพีชคณิต) ซึ่งแนวคิดของเขาได้นำไปสู่ความก้าวหน้าครั้งสำคัญมากมาย อ็อยเลอร์เป็นที่รู้จักยิ่งในสาขาคณิตวิเคราะห์จากความถี่ในการใช้และพัฒนาอนุกรมกำลัง กล่าวคือการเขียนนิพจน์ของฟังก์ชันในรูปผลบวกของพจน์อนันต์[71] อาทิ
ความรู้ด้านอนุกรมกำลังของอ็อยเลอร์ทำให้เขาสามารถแก้ปัญหาบาเซิลได้สำเร็จใน ค.ศ. 1735 (และเสนอบทพิสูจน์ที่ละเอียดขึ้นใน ค.ศ. 1741) ปัญหาบาเซิลนี้ตั้งขึ้นครั้งแรกโดยปิเอโตร เมนโกลี (Pietro Mengoli) ใน ค.ศ. 1644 และในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1730 ได้กลายเป็นปัญหาเปิดที่มีชื่อเสียง ซึ่งได้รับการเผยแพร่โดยยาค็อพ แบร์นุลลี และมีนักคณิตศาสตร์ชั้นนำจำนวนมากในยุคนั้นพยายามแก้แต่ไม่สำเร็จ ในที่สุด อ็อยเลอร์พบว่า[72][73][70]
อ็อยเลอร์เสนอค่าคงตัวต่อไปนี้
ซึ่งในปัจจุบันเราเรียกว่าค่าคงตัวของอ็อยเลอร์หรือค่าคงตัวอ็อยเลอร์-มัสเกโรนี นอกจากนี้อ็อยเลอร์ยังศึกษาค่าคงตัวนี้และความเกี่ยวข้องกับอนุกรมฮาร์มอนิก ฟังก์ชันแกมมา และค่าของฟังก์ชันซีตาของรีมันบางค่าอีกด้วย[74]

อ็อยเลอร์ได้เสนอการใช้ฟังก์ชันเลขชี้กำลังและลอการิทึมมาใช้ในการพิสูจน์เชิงวิเคราะห์ อีกทั้งค้นพบวิธีแสดงฟังก์ชันลอการิทึมในรูปอนุกรมกำลัง และสามารถให้การนิยามลอการิทึมสำหรับจำนวนลบและจำนวนเชิงซ้อนได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตการประยุกต์เชิงคณิตศาสตร์ของการใช้ลอการิทึมอย่างมาก[68] อ็อยเลอร์ได้ให้การนิยามฟังก์ชันเลขชี้กำลังสำหรับจำนวนเชิงซ้อนและค้นพบความสัมพันธ์ของฟังก์ชันนั้นกับฟังก์ชันตรีโกณมิติ สำหรับจำนวนจริงใด ๆ φ (ในหน่วยเรเดียน) สูตรของอ็อยเลอร์ระบุว่าฟังก์ชันเลขชี้กำลังเชิงซ้อนเป็นไปตาม
ซึ่งได้รับการเรียกว่า "สูตรที่น่ามหัศจรรย์ที่สุดในวงการคณิตศาสตร์" โดยริชาร์ด ไฟน์แมน[75]
กรณีพิเศษของสูตรข้างต้นเป็นที่รู้จักในชื่อ เอกลักษณ์ของอ็อยเลอร์
อ็อยเลอร์ได้พัฒนาทฤษฎีของฟังก์ชันอดิศัยพิเศษ โดยการเสนอฟังก์ชันแกมมา[76][77] และการเสนอวิธีการใหม่สำหรับการแก้สมการกำลังสี่[78] อ็อยเลอร์ค้นพบวิธีคำนวณหาปริพันธ์ที่มีขอบเขตเป็นจำนวนเชิงซ้อน ซึ่งเป็นการวางรากฐานสู่การพัฒนาการวิเคราะห์เชิงซ้อนสมัยใหม่ และยังเป็นผู้ริเริ่มแคลคูลัสของการแปรผันและได้กำหนดสมการอ็อยเลอร์–ลากร็องฌ์เพื่อใช้แปลงปัญหาการหาค่าเหมาะที่สุดในแขนงนี้ให้เป็นการแก้สมการเชิงอนุพันธ์
อ็อยเลอร์เป็นผู้บุกเบิกการใช้วิธีเชิงวิเคราะห์เพื่อการแก้ปัญหาทฤษฎีจำนวน โดยในการทำเช่นนั้น จึงได้เชื่อมโยงสองสาขาคณิตศาสตร์ที่เดิมแยกจากกันเข้าด้วยกันและได้เกิดการศึกษาแขนงใหม่คือทฤษฎีจำนวนเชิงวิเคราะห์ขึ้น ในการวางรากฐานให้กับแขนงใหม่นี้ อ็อยเลอร์ได้พัฒนาทฤษฎีอนุกรมไฮเพอร์จีออเมตริก อนุกรมคิว ฟังก์ชันตรีโกณมิติแบบไฮเพอร์โบลิก และทฤษฎีเชิงวิเคราะห์ของเศษส่วนต่อเนื่องขึ้น อาทิ อ็อยเลอร์ได้พิสูจน์ว่าจำนวนเฉพาะนั้นมีอยู่นับไม่ถ้วน โดยอาศัยการลู่ออกของอนุกรมฮาร์มอนิกและใช้วิธีเชิงวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจการกระจายของจำนวนเฉพาะ ผลงานของอ็อยเลอร์ในด้านนี้ได้นำไปสู่การพัฒนาทฤษฎีบทจำนวนเฉพาะ[79]
ทฤษฎีจำนวน
ความสนใจของอ็อยเลอร์ในทฤษฎีจำนวนสามารถย้อนไปถึงอิทธิพลของคริสทีอัน ก็อลท์บัค[80] ผู้เป็นเพื่อนในสถาบันแห่งเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก[61] ผลงานช่วงแรกของอ็อยเลอร์ว่าด้วยทฤษฎีจำนวนมีจำนวนมากที่พื้นฐานจากผลงานของปีแยร์ เดอ แฟร์มา อ็อยเลอร์ได้พัฒนาบางแนวคิดของแฟร์มาและได้หักล้างข้อความคาดการณ์บางประการของเขา อาทิ ข้อความคาดการณ์ที่ว่าจำนวนทุกจำนวนในรูป (จำนวนแฟร์มา) เป็นจำนวนเฉพาะ[81]
อ็อยเลอร์ได้เชื่อมโยงธรรมชาติการกระจายของจำนวนเฉพาะเข้ากับแนวคิดเชิงคณิตวิเคราะห์ และพิสูจน์ว่าผลรวมส่วนกลับของจำนวนเฉพาะนั้นลู่ออก ในการทำเช่นนั้น อ็อยเลอร์ได้ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างฟังก์ชันซีตาของรีมันกับจำนวนเฉพาะ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ สูตรผลคูณอ็อยเลอร์สำหรับฟังก์ชันซีตาของรีมัน[82]
อ็อยเลอร์ได้คิดค้นฟังก์ชันทอเทียนต์ φ(n) ซึ่งเป็นจำนวนของจำนวนเต็มบวกที่น้อยกว่าหรือเท่ากับจำนวนเต็ม n และเป็นจำนวนเฉพาะสัมพัทธ์กับ n โดยอาศัยสมบัติของฟังก์ชันนี้ เขาได้วางนัยทั่วไปทฤษฎีบทเล็กของแฟร์มาให้เป็นผลลัพธ์ที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ ทฤษฎีบทของอ็อยเลอร์[83] เขามีส่วนสำคัญยิ่งต่อทฤษฎีจำนวนสมบูรณ์ ซึ่งเป็นหัวข้อที่ดึงดูดความสนใจของนักคณิตศาสตร์มาตั้งแต่สมัยของยุคลิด เขาได้พิสูจน์ว่าความสัมพันธ์ที่ปรากฏระหว่างจำนวนสมบูรณ์คู่กับจำนวนเฉพาะแมร์แซน (ซึ่งเขาได้พิสูจน์ไว้ก่อนหน้า) เป็นความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่รู้จักกันในชื่อ ทฤษฎีบทยุคลิด–อ็อยเลอร์[84] อ็อยเลอร์ได้ตั้งข้อความคาดการณ์เกี่ยวกับกฎส่วนกลับกำลังสอง ซึ่งแนวคิดนี้ถือเป็นทฤษฎีบทพื้นฐานในทฤษฎีจำนวน และแนวคิดของเขาได้ปูทางสู่ผลงานของคาร์ล ฟรีดริช เกาส์ โดยเฉพาะผลงาน Disquisitiones Arithmeticae (งานค้นคว้าเชิงเลขคณิต)[85] ใน ค.ศ. 1772 อ็อยเลอร์ได้พิสูจน์ว่า 231 − 1 = 2,147,483,647 เป็นจำนวนเฉพาะแมร์แซน ซึ่งอาจยังคงเป็นจำนวนเฉพาะที่มากที่สุดเท่าที่มีการค้นพบจนถึง ค.ศ. 1867[86]
อ็อยเลอร์ยังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาทฤษฎีการแบ่งส่วนของจำนวนเต็ม[87]
ทฤษฎีกราฟ

ในปี ค.ศ. 1735 อ็อยเลอร์ได้เสนอคำตอบของข้อปัญหาที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อสะพานทั้งเจ็ดแห่งเมืองเคอนิชส์แบร์ค[88] เคอนิชส์แบร์คเป็นเมืองในปรัสเซียซึ่งมีแม่น้ำเพรเกิลไหลผ่าน ทำให้เกิดเกาะขนาดใหญ่สองเกาะกลางแม่น้ำ มีสะพานเชื่อมเกาะและฝั่งทั้งหมดเจ็ดสะพาน ข้อปัญหาถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเดินจากจุดเริ่มต้นแล้วข้ามทุกสะพานเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และสามารถกลับมาจุดเริ่มต้นได้ อ็อยเลอร์พิสูจน์ได้ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีเส้นทางแบบอ็อยเลอร์ บทพิสูจน์ข้อปัญหาดังกล่าวถือว่าเป็นทฤษฎีบทแรกของทฤษฎีกราฟ[88]
อ็อยเลอร์ยังค้นพบสูตร ซึ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนจุดยอด , จำนวนเส้นขอบ และจำนวนหน้า ของรูปทรงหลายเหลี่ยมนูน[89] ซึ่งใช้ได้กับกราฟเชิงระนาบด้วย ค่าคงตัวในสมการดังกล่าว (ในที่นี้คือ 2) ปัจจุบันเรียกว่าลักษณะเฉพาะอ็อยเลอร์ของกราฟ (หรือวัตถุทางคณิตศาสตร์อื่น) และสัมพันธ์กับสกุลของวัตถุนั้น[90] การศึกษาสมการนี้และผลขยายนัยทั่วไปของสมการดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยโอกุสแต็ง-หลุยส์ โกชี[91] และซีมง อ็องตวน ฌ็อง ลุยลีเย[92] เป็นจุดเริ่มต้นของวิชาทอพอโลยี[89]
ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์
| บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ |
| กลศาสตร์ดั้งเดิม |
|---|
|
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบางประการของอ็อยเลอร์คือการแก้ปัญหาในในโลกความจริงด้วยวิธีเชิงวิเคราะห์ และการบรรยายการประยุกต์ของจำนวนแบร์นุลลี อนุกรมฟูรีเย จำนวนอ็อยเลอร์ ค่าคงตัว e และ π เศษส่วนต่อเนื่อง และการหาปริพันธ์จำนวนมาก เขาได้รวมแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์ของไลบ์นิทซ์เข้ากับวิธีฟลักซ์ชันของนิวตัน และพัฒนาเครื่องมือที่ทำให้นำแคลคูลัสไปใช้กับปัญหาทางฟิสิกส์ง่ายขึ้น เขายังก้าวหน้าอย่างมากในการปรับปรุงการประมาณเชิงตัวเลขของการหาปริพันธ์ โดยคิดค้นวิธีที่ปัจจุบันเรียกว่าการประมาณอ็อยเลอร์ ซึ่งแบบที่สำคัญที่สุด ได้แก่ วิธีของอ็อยเลอร์[93] และสูตรอ็อยเลอร์–แมคลอริน[94][95][96]
อ็อยเลอร์มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมการคานอ็อยเลอร์–แบร์นุลลี ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของวิศวกรรมศาสตร์[97] นอกจากการประยุกต์ใช้เครื่องมือเชิงวิเคราะห์ของเขากับปัญหาในกลศาสตร์ดั้งเดิมอย่างเป็นผลสำเร็จ อ็อยเลอร์ยังได้นำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กับปัญหาเกี่ยวกับท้องฟ้า ผลงานด้านดาราศาสตร์ของเขาได้รับการยกย่องด้วยรางวัลจากสถาบันแห่งปารีสหลายสมัยตลอดอาชีพ ความสำเร็จของเขารวมถึงการกำหนดวงโคจรของดาวหางและวัตถุท้องฟ้าอื่นได้อย่างแม่นยำ การทำความเข้าใจธรรมชาติของดาวหาง และการคำนวณพารัลแลกซ์ของดวงอาทิตย์ นอกจากนี้ การคำนวณของเขายังมีส่วนช่วยในการพัฒนาตารางลองจิจูดที่มีความแม่นยำ[98]
อ็อยเลอร์มีส่วนสำคัญในสาขาทัศนศาสตร์[99] เขาไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีอนุภาคของแสงของนิวตัน[100] ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น งานเขียนด้านทัศนศาสตร์ของเขาในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1740 มีส่วนช่วยทำให้ทฤษฎีคลื่นของแสงที่เสนอโดยคริสตียาน เฮยเคินส์ กลายเป็นแนวคิดหลัก อย่างน้อยจนกระทั่งการพัฒนาทฤษฎีควอนตัมของแสงในเวลาต่อมา[101]
ในพลศาสตร์ของไหล อ็อยเลอร์เป็นคนแรกที่ทำนายปรากฏการณ์โพรงอากาศใน ค.ศ. 1754 ซึ่งเกิดขึ้นเป็นเวลานานก่อนการสังเกตครั้งแรกในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และจำนวนอ็อยเลอร์ที่ใช้ในการคำนวณการไหลของของไหลมีที่มาจากผลงานของเขาที่ว่าด้วยประสิทธิภาพของกังหัน[102] ใน ค.ศ. 1757 อ็อยเลอร์ได้ตีพิมพ์ชุดสมการสำคัญสำหรับการไหลไร้ความหนืด ซึ่งในปัจจุบันเรียกว่า สมการอ็อยเลอร์[103]
อ็อยเลอร์เป็นที่รู้จักในวิศวกรรมโครงสร้างจากสูตรที่ให้ภาระวิกฤตของอ็อยเลอร์ ซึ่งเป็นภาระการโก่งเดาะวิกฤตของเสาอุดมคติ โดยค่านั้นขึ้นอยู่เพียงกับความยาวของเสาและความแข็งตึงการดัดของเสา[104]
ตรรกศาสตร์
อ็อยเลอร์ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ใช้เส้นโค้งปิดเพื่อแสดงการใช้เหตุผลด้วยตรรกบท (ค.ศ. 1768) แผนภาพเหล่านี้จึงเป็นที่รู้จักในชื่อ แผนภาพอ็อยเลอร์[105]

แผนภาพอ็อยเลอร์เป็นวิธีการแทนเซตและความสัมพันธ์ระหว่างเซตด้วยแผนภาพ แผนภาพอ็อยเลอร์ประกอบด้วยเส้นโค้งปิดอย่างง่าย (โดยทั่วไปเป็นวงกลม) บนระนาบ เพื่อแสดงเซต แต่ละเส้นโค้งอ็อยเลอร์นั้นแบ่งระนาบออกเป็นสองบริเวณหรือ "เขต" ได้แก่ บริเวณภายใน ซึ่งแทนสมาชิกของเซต และบริเวณภายนอก ซึ่งแทนสมาชิกที่ไม่อยู่ในเซตนั้น ขนาดหรือรูปร่างของเส้นโค้งไม่เป็นสิ่งสำคัญ ความสำคัญของแผนภาพอยู่ที่ลักษณะการซ้อนทับกันของเส้นโค้ง ความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ระหว่างบริเวณที่ปิดล้อมโดยเส้นโค้งแต่ละเส้น (การทับซ้อน การบรรจุอยู่ภายใน หรือไม่เกี่ยวข้องกันเลย) สอดคล้องกับความสัมพันธ์ทางทฤษฎีเซต (อินเตอร์เซกชัน เซตย่อย และความไม่มีส่วนร่วม) เส้นโค้งที่บริเวณภายในไม่มีส่วนร่วมกันแทนเซตไม่มีส่วนร่วม ส่วนเส้นโค้งสองเส้นที่เขตภายในมีส่วนร่วมกัน แทนเซตที่มีสมาชิกบางส่วนร่วมกัน เขตที่อยู่ภายในทั้งสองเส้นโค้งพร้อมกันจะแทนสมาชิกที่เป็นส่วนร่วมของทั้งสองเซต เส้นโค้งที่อยู่ภายในเส้นโค้งอีกเส้นหนึ่งทั้งหมดนั้นแทนเซตย่อยของเซตนั้น
แผนภาพอ็อยเลอร์ (และพัฒนาต่อยอดเป็นแผนภาพเวนน์) ได้รับการนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสอนทฤษฎีเซตของกระแสคณิตศาสตร์ใหม่ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960[106] นับแต่เวลานั้น แผนภาพเหล่านี้ก็ได้รับการใช้อย่างแพร่หลายในฐานะวิธีการสร้างภาพนามธรรมของการผสมลักษณะเฉพาะ[107]
ประชากรศาสตร์
ในบทความ ค.ศ. 1760 การค้นคว้าทั่วไปว่าด้วยภาวะการตายและการเพิ่มของประชากรมนุษย์ (A General Investigation into the Mortality and Multiplication of the Human Species) อ็อยเลอร์ได้สร้างแบบจำลองที่แสดงให้เห็นว่าประชากรซึ่งมีอัตราเจริญพันธุ์และอัตราการตายคงที่สามารถเติบโตเชิงเรขาคณิตได้โดยใช้สมการเชิงผลต่าง ภายใต้การเติบโตเชิงเรขาคณิตนี้ อ็อยเลอร์ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีประชากรซึ่งแสดงให้เห็นว่าสามารถนำมาใช้ประมาณค่าข้อมูลในกรณีที่ข้อมูลสังเกตขาดหายได้อย่างไร ราว 150 ปีต่อมา บทความสามชิ้นของอัลเฟรด เจ. ลอตกา (ค.ศ. 1907, 1911 (ร่วมกับเอฟ. อาร์. ชาร์ป) และ 1922) ได้นำแนวทางที่คล้ายกันของอ็อยเลอร์มาใช้และพัฒนาเป็นแบบจำลองประชากรคงรูป ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบบจำลองประชากรรูปนัยของคริสต์ศตวรรษที่ 20[108][109][110][111][112][113]
ดนตรี
หนึ่งในความสนใจที่ค่อนข้างแปลกของอ็อยเลอร์คือการประยุกต์แนวคิดทางคณิตศาสตร์ในดนตรี ใน ค.ศ. 1739 เขาได้เขียนผลงาน Tentamen novae theoriae musicae (การทดลองว่าด้วยทฤษฎีดนตรีใหม่) โดยหวังว่าสามารถรวมทฤษฎีดนตรีให้เป็นส่วนหนึ่งของคณิตศาสตร์ได้ในที่สุด แต่งานส่วนนี้ของเขาไม่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางและเคยถูกบรรยายว่ามีความเป็นคณิตศาสตร์มากไปสำหรับนักดนตรี และมีความเป็นดนตรีมากไปสำหรับนักคณิตศาสตร์[114] แม้เมื่อกล่าวถึงดนตรี การเข้าหาของอ็อยเลอร์ยังคงเป็นในเชิงคณิตศาสตร์เป็นหลัก[115] อาทิ การนำลอการิทึมฐานสองมาใช้เพื่อบรรยายเชิงตัวเลขของการแบ่งช่วงคู่แปดออกเป็นส่วนย่อย[116] งานเขียนด้านดนตรีของอ็อยเลอร์มีจำนวนไม่มาก (เพียงร้อยหน้าเศษจากผลงานทั้งหมดราวนับสามหมื่นหน้า) แต่สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในช่วงแรกและเป็นความสนใจที่ติดตัวไปตลอดชีวิต[115]
จุดเริ่มต้นหนึ่งของทฤษฎีดนตรีของอ็อยเลอร์คือการนิยาม "แนว" (genre /ฌ็องเรอ/) กล่าวคือ วิธีการแบ่งช่วงคู่แปดที่เป็นไปได้โดยอาศัยจำนวนเฉพาะ 3 และ 5 อ็อยเลอร์ได้บรรยายไว้ทั้งหมด 18 แนว ซึ่งมีรูปนิยามทั่วไปเป็น 2mA โดยที่ A เป็น "เลขชี้กำลัง" ของแนวนั้น (กล่าวคือผลรวมเลขชี้กำลังของ 3 และ 5) และ 2m (โดยที่ "m เป็นจำนวนที่ไม่มีกำหนดขนาด เล็กหรือใหญ่ ตราบเท่าที่เสียงสามารถรับรู้ได้"[117]) แสดงว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ขึ้นกับจำนวนช่วงคู่แปดที่พิจารณา แนวทั้งหมด ได้แก่ แนวที่หนึ่ง เมื่อ A = 1 คือช่วงคู่แปด (หรือคู่ซ้ำของตัวเอง) แนวที่สอง 2m.3 คือช่วงคู่แปดที่แบ่งด้วยขั้นคู่ที่ห้า (ขั้นคู่ที่สี่ + ขั้นคู่ที่ห้า, C–G–C) แนวที่สามคือ 2m.5 ขั้นคู่ที่สามเมเจอร์ + ขั้นคู่ที่หกไมเนอร์ (C–E–C) แนวที่สี่คือ 2m.32 สองขั้นคู่ที่สี่และหนึ่งโน้ต (C–F–B♭–C) แนวที่ห้าคือ 2m.3.5 (C–E–G–B–C) เป็นต้น แนวที่ 12 (2m.33.5) แนวที่ 13 (2m.32.52) และแนวที่ 14 (2m.3.53) เป็นรูปปรับแก้ของไดอะทอนิก โครมาติก และเอนฮาร์มอนิก ตามลำดับ ของแนวคิดโบราณ แนวที่ 18 (2m.33.52) คือ "ไดอะทอนิก-โครมาติก" ซึ่ง "ใช้โดยทั่วไปในการบทประพันธ์ทั้งหมด"[118] ซึ่งปรากฏว่าเหมือนกับระบบที่บรรยายโดยนักทฤษฎีดนตรีชาวเยอรมัน โยฮัน มัทเทโซน (Johann Mattheson)[119] ต่อมาอ็อยเลอร์ได้คิดความเป็นไปได้ของการบรรยายแนวที่รวมจำนวนเฉพาะ 7 เข้าไป[120]
อ็อยเลอร์คิดค้นกราฟจำเพาะขึ้นเรียกว่า Speculum musicum[121][122] เพื่อนิทัศน์แนวไดอะทอนิก-โครมาติก และได้อภิปรายเส้นทางในกราฟนี้สำหรับขั้นคู่เสียงจำเพาะ สะท้อนถึงความสนใจในสะพานทั้งเจ็ดแห่งเมืองเคอนิชส์แบร์ค (ดูที่กล่าวไว้ข้างต้น) แนวคิดดังกล่าวได้รับความสนใจอีกครั้งในฐานะโทนเน็ทซ์ (Tonnetz) ในทฤษฎีแบบนีโอ-รีมัน (ดูเพิ่ม แลตทิซ (ดนตรี))[123]
อ็อยเลอร์นำหลักของ "เลขชี้กำลัง" มาใช้เพื่อเสนอวิธีการแปลง gradus suavitatis (ระดับความไพเราะหรือระดับความกลมกลืน) ของขั้นคู่เสียงและคอร์ดจากตัวประกอบเฉพาะ โดยควรคำนึงว่าพิจารณาในระบบเสียงธรรมชาติ (just intonation) กล่าวคือใช้เพียง 1 และจำนวนเฉพาะ 3 และ 5 เท่านั้น[124] ต่อมาได้เสนอสูตรที่ขยายระบบนี้ให้ครอบคลุมจำนวนเฉพาะใด ๆ ได้ อาทิ
โดยที่ pi คือจำนวนเฉพาะและ ki คือเลขชี้กำลังของจำนวนเฉพาะนั้น[125]
ปรัชญาและความเชื่อทางศาสนาส่วนตัว
อ็อยเลอร์เป็นผู้มีศรัทธาทางศาสนาตลอดชีวิตของเขา[19] เรื่องที่รู้ส่วนใหญ่เกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาของเขาสามารถสรุปได้จาก จดหมายแด่เจ้าหญิงเยอรมัน และผลงานก่อนหน้า Rettung der Göttlichen Offenbahrung gegen die Einwürfe der Freygeister (การปกป้องวิวรณ์ของพระเป็นเจ้าเพื่อต้านการคัดค้านของกลุ่มเสรีชนทางความคิด) ผลงานเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าอ็อยเลอร์เป็นคริสต์ศาสนิกชนที่มีศรัทธาในศาสนาผู้เชื่อว่าพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเป็นเจ้า โดยเฉพาะผลงาน Rettung ซึ่งมีเนื้อหาเป็นการโต้แย้งเพื่อสนับสนุนแนวคิดเรื่องการดลใจจากพระเป็นเจ้าในพระคัมภีร์[126][127]
อ็อยเลอร์คัดค้านแนวคิดโมนาดวิทยา (monadology) ของไลบ์นิทซ์และปรัชญาของคริสทีอัน ว็อล์ฟ (Christian Wolff)[128] เขายืนยันว่าความรู้ตั้งอยู่บางส่วนบนพื้นฐานของกฎเชิงปริมาณที่แม่นยำ ซึ่งเป็นบางสิ่งที่โมนาดนิยมและวิทยาศาสตร์แบบว็อล์ฟไม่สามารถให้ได้ อ็อยเลอร์เรียกแนวคิดของว็อล์ฟว่าเป็น "แนวคิดนอกศาสนาและอเทวนิยม"[129]
ตำนานเรื่องหนึ่ง[130] ได้รับแรงบันดาลใจจากการโต้แย้งระหว่างอ็อยเลอร์กับนักปรัชญาโลกิยนิยมว่าด้วยศาสนา โดยมีฉากหลังอยู่ในช่วงการพำนักครั้งที่สองที่สถาบันแห่งเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส เดอนี ดีเดอโรได้เดินทางมาที่รัสเซียตามคำเชิญของเยกาเจรีนามหาราชินี จักรพรรดินีนาถทรงกังวลว่าแนวคิดอเทวนิยมของดีเดอโรจะมีอิทธิพลต่อผู้คนในราชสำนัก จึงโปรดให้อ็อยเลอร์มาโต้แย้งกับเขา ดีเดอโรได้รับแจ้งว่ามีนักคณิตศาสตร์ผู้ทรงความรู้ได้จัดทำหลักฐานพิสูจน์ความมีอยู่ของพระเป็นเจ้า เขาก็ตกลงจะรับฟังเมื่อมีการเสนอในราชสำนัก เมื่อถึงเวลา อ็อยเลอร์ก้าวออกมาเผชิญกับดีเดอโร และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม โดยยกข้อความที่อ้างเหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อสรุป ดังนี้
"ท่านครับ ฉะนั้น พระเจ้าจึงมีอยู่ –โปรดโต้แย้ง!"
ดีเดอโร ผู้มองว่า (ตามเรื่องเล่ากล่าว) คณิตศาสตร์ทั้งหมดเป็นเรื่องไร้ความหมายถึงกับตกตะลึง ขณะที่เสียงหัวเราะดังกึกก้องไปทั่วราชสำนัก ด้วยความอับอาย เขาจึงขออนุญาตออกจากรัสเซีย ซึ่งเยกาเจรีนามหาราชินีทรงยินยอม แม้เกร็ดเรื่องนี้จะชวนขบขันเพียงใดก็ถือว่าเป็นเรื่องเล่าที่ไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากดีเดอโรเองมีผลงานศึกษาด้านคณิตศาสตร์อยู่ด้วย[131] ตำนานนี้อาจเล่าขึ้นครั้งแรกโดยดีเยอดอเน ตีเยโบ (Dieudonné Thiébault) และต่อมาได้เติมแต่งรายละเอียดโดยออกัสตัส เดอ มอร์แกน (Augustus De Morgan)[130]
มรดกแห่งโลกวิทยาศาสตร์
การยอมรับ
อ็อยเลอร์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานมากที่สุดต่อสาขาวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์[7] นักคณิตศาสตร์และนักฟิสิกส์ จอห์น ฟอน นอยมันน์ขนานนามอ็อยเลอร์ว่า "ยอดนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค"[132] นักคณิตศาสตร์ ฟร็องซัว อาราโกกล่าวว่า "อ็อยเลอร์คำนวณได้โดยไม่ต้องพยายามใด ๆ เปรียบดั่งชายที่เพียงหายใจและดั่งอินทรีที่เพียงลอยตัวอยู่ในอากาศ"[133] โดยทั่วไป เขาได้รับการจัดลำดับให้อยู่รองจากคาร์ล ฟรีดริช เกาส์, ไอแซก นิวตัน และอาร์คิมิดีส ซึ่งอยู่ในบรรดานักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล[133] ขณะที่บางความเห็นจัดลำดับเขาอยู่ในระดับเดียวกับบุคคลเหล่านั้น[134] นักฟิสิกส์และนักคณิตศาสตร์ อ็องรี ปวงกาเรขนานนามอ็อยเลอร์ว่า "เทพแห่งคณิตศาสตร์"[135]
นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส อ็องเดร แวย์ (André Weil) ได้เขียนไว้ว่าอ็อยเลอร์อยู่เหนือบรรดาผู้ร่วมสมัยและไม่มีผู้ใดสามารถตั้งตนเป็นกำลังหลักของคณิตศาสตร์ในยุคได้เทียบเท่าเขา[132]
ไม่เคยมีนักคณิตศาสตร์ผู้ใดที่สามารถครองสถานะผู้นำอย่างไร้ข้อโต้แย้งในทุกสาขาของคณิตศาสตร์ทั้งบริสุทธิ์และประยุกต์ ได้เช่นเดียวกับที่อ็อยเลอร์ทำได้ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของคริสต์ศตวรรษที่สิบแปด
นักคณิตศาสตร์ชาวสวิส นิโคลัส ฟูสได้กล่าวถึงความทรงจำอันยอดเยี่ยมและความรู้อันกว้างขวางของอ็อยเลอร์ว่า[4]
ความรู้ที่เราเรียกว่าคงแก่เรียนไม่ได้เป็นศัตรูกับเขาเลย เขาได้อ่านนักเขียนชาวโรมันผู้สำคัญทั้งหมด รู้ประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์ยุคโบราณอย่างสมบูรณ์ จดจำเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของทุกยุคสมัยและทุกชนชาติไว้ได้ และสามารถยกตัวอย่างเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์แม้เพียงเล็กน้อยได้โดยไม่ลังเล เขายังมีความรู้ด้านการแพทย์ พฤกษศาสตร์ และเคมีมากกว่าที่คาดจากผู้ที่ไม่ได้ทำงานเฉพาะทางในสาขาวิทยาศาสตร์นั้น
การรำลึก


อ็อยเลอร์ปรากฏอยู่บนธนบัตร 10 ฟรังก์สวิสทั้งชุดธนบัตรที่หก[136] และเจ็ด[137] รวมทั้งบนดวงตราไปรษณีย์จำนวนมากของสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และรัสเซีย ใน ค.ศ. 1782 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ต่างประเทศของสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์อเมริกัน[138] นอกจากนี้ ดาวเคราะห์น้อย 2002 อ็อยเลอร์ นั้นได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา[139]
บรรณานุกรมคัดสรร
อ็อยเลอร์มีผลงานเขียนมากมาย หนังสือของอ็อยเลอร์ อาทิ
- Mechanica (ค.ศ. 1736)
- Methodus inveniendi lineas curvas maximi minimive proprietate gaudentes, sive solutio problematis isoperimetrici latissimo sensu accepti (ค.ศ. 1744)[140] (วิธีสำหรับการหาเส้นโค้งที่มีสมบัติของค่าสูงสุดหรือค่าต่ำสุด หรือผลเฉลยของปัญหาไอโซพาราเมทริกซ์ในความหมายที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางที่สุด)[141]
- Introductio in analysin infinitorum (ค.ศ. 1748)[142][143] (บทนำสู่การวิเคราะห์เชิงอนันต์)[144]
- Institutiones calculi differentialis (ค.ศ. 1755)[143][145] (รากฐานของแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์)
- Vollständige Anleitung zur Algebra (ค.ศ. 1765)[143] (องค์ประกอบของพีชคณิต)
- Institutiones calculi integralis (ค.ศ. 1768–1770)[143] (รากฐานของแคลคูลัสเชิงปริพันธ์)
- จดหมายแด่เจ้าหญิงเยอรมัน (ค.ศ. 1768–1772)[37]
- Dioptrica ตีพิมพ์เป็นสามเล่ม เริ่มตีพิมพ์ตั้งแต่ ค.ศ. 1769[99]
ต้องใช้เวลาถึง ค.ศ. 1830 จึงมีการตีพิมพ์ผลงานภายหลังการเสียชีวิตของอ็อยเลอร์ที่ส่วนใหญ่เผยแพร่เป็นรายชิ้น[146] ต่อมาได้ค้นพบผลงานที่ยังไม่เคยตีพิมพ์เพิ่มเติมอีก 61 ชิ้นโดยเพาล์ ไฮน์ริช ฟ็อน ฟูส (Paul Heinrich von Fuss) (เหลนของอ็อยเลอร์และบุตรของนิโคลัส ฟูส) และได้รับการรวบรวมตีพิมพ์เป็นชุดใน ค.ศ. 1862[146][147] บัญชีรายชื่อตามลำดับเวลาของผลงานอ็อยเลอร์ได้รับการจัดทำโดยนักคณิตศาสตร์ชาวสวีเดน กุสตาฟ เอเนสเตริม (Gustaf Eneström) และตีพิมพ์ในช่วง ค.ศ. 1910 ถึง 1913[148] บัญชีรายชื่อนี้เรียกว่า ดัชนีเอเนสเตริม ได้กำหนดหมายเลขผลงานของอ็อยเลอร์ตั้งแต่ E1 ถึง E866[149] แฟ้มเก็บถาวรอ็อยเลอร์ (Euler Archive) เริ่มต้นขึ้นที่วิทยาลัยดาร์ตมัธ[150] ก่อนที่ย้ายไปสมาคมคณิตศาสตร์แห่งอเมริกา[151] และล่าสุดได้ย้ายไปมหาวิทยาลัยแปซิฟิกใน ค.ศ. 2017[152]
ใน ค.ศ. 1907 สถาบันวิทยาศาสตร์สวิสได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการอ็อยเลอร์และมอบหมายให้รับผิดชอบการจัดพิมพ์ผลงานฉบับสมบูรณ์ของอ็อยเลอร์ภายหลังจากความล่าช้าหลายครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 19[146] เล่มแรกของ Opera Omnia (รวมผลงาน) จึงได้รับการตีพิมพ์ใน ค.ศ. 1911[153] อย่างไรก็ตาม การค้นพบผลงานต้นฉบับใหม่อย่างต่อเนื่องทำให้มีการขยายขอบเขตของโครงการนี้ โชคดีที่การตีพิมพ์รวมผลงานของอ็อยเลอร์มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตีพิมพ์ 70 เล่ม (เฉลี่ยเล่มละ 426 หน้า) ภายใน ค.ศ. 2006 และ 80 เล่มใน ค.ศ. 2022[154][10][5] แต่ละเล่มได้รับการจัดแบ่งประเภทออกเป็นสี่ชุด โดยชุดที่หนึ่งรวบรวมผลงานด้านคณิตวิเคราะห์ พีชคณิต และทฤษฎีจำนวน มีทั้งหมด 29 เล่ม รวมมากกว่า 14,000 หน้า ชุดที่ 2 จำนวน 31 เล่ม รวม 10,660 หน้า ครอบคลุมผลงานด้านกลศาสตร์ ดาราศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ชุดที่ 3 จำนวน 12 เล่มว่าด้วยฟิสิกส์ ส่วนชุดที่ 4 ซึ่งรวบรวมจดหมายจำนวนมหาศาล ต้นฉบับที่ยังไม่ตีพิมพ์ และบันทึกของอ็อยเลอร์ซึ่งเพิ่งเริ่มจัดทำใน ค.ศ. 1967 ภายหลังการตีพิมพ์ฉบับเล่ม 8 เล่ม โครงการได้ตัดสินใจใน ค.ศ. 2022 ในการเผยแพร่เล่มที่เหลือในชุดที่ 4 ในรูปแบบออนไลน์เท่านั้น[10][153][5]
- ภาพประกอบจากผลงาน Solutio problematis... a. 1743 propositi ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Acta Eruditorum ค.ศ. 1744
- หน้าปกหนังสือของผลงาน Methodus inveniendi lineas curvas ของอ็อยเลอร์
- แผนที่โลกของอ็อยเลอร์ ค.ศ. 1760
- แผนที่แอฟริกาของอ็อยเลอร์ ค.ศ. 1753
เชิงอรรถ
- ↑ ตามพงศาวลีวิชาการ อ็อยเลอร์ถือเสมือนเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาปริญญาเอกของลากร็องฌ์[1]
- ↑ คำอ้างนี้ปรากฏในบทวิพากษ์ของนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลี กูลเยลโม ลีบรี (Guglielmo Libri) ว่าด้วยหนังสือรวมจดหมายโต้ตอบระหว่างนักคณิตศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่สิบแปดที่เพิ่งตีพิมพ์ มีใจความว่า "... nous rappellerions que Laplace lui même, ... ne cessait de répéter aux jeunes mathématiciens ces paroles mémorables que nous avons entendues de sa propre bouche : 'Lisez Euler, lisez Euler, c'est notre maître à tous.'" [... เราขอรำลึกว่าด้วยตัวของลาปลัสเอง ... ไม่เคยหยุดกล่าวย้ำแก่บรรดานักคณิตศาสตร์วัยเยาว์ถึงถ้อยคำอันน่าจดจำนี้ที่เราได้ยินจากปากของท่านโดยตรงว่า 'จงอ่านอ็อยเลอร์ จงอ่านอ็อยเลอร์ ท่านคืออาจารย์ของพวกเราทุกคน'][155]
- ↑ เกาส์เขียนไว้ในจดหมายถึงพาร์ล ฟูส (Paul Fuss) เมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 1849 ใจความว่า[14] "Die besondere Herausgabe der kleinern Eulerschen Abhandlungen ist gewiß etwas höchst verdienstliches, [...] und das Studium aller Eulerschen Arbeiten doch stets die beste durch nichts anderes zu ersetzende Schule für die verschiedenen mathematischen Gebiete bleiben wird." [การเผยแพร่พิเศษของศาสตรนิพนธ์ย่อยของอ็อยเลอร์ออกมานั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่องอย่างยิ่ง [...] และการศึกษาผลงานของอ็อยเลอร์จะยังคงเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับสาขาที่แตกต่างกันแต่ละสาขาของคณิตศาสตร์ และไม่มีสิ่งใดสามารถแทนที่ได้]
- ↑ สถาบันกืมนาซีอุม (gymnasium เยอรมัน: [ɡʏmˈnaːzi̯ʊm] ; พหูพจน์ Gymnasien) เป็นโรงเรียนที่มีการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียน โดยมุ่งมอบการศึกษาที่มีคุณภาพแก่เยาวชนที่มีศักยภาพทางวิชาการสูง[30]
อ้างอิง
- ↑ เลอ็อนฮาร์ท อ็อยเลอร์ at the Mathematics Genealogy Project Retrieved 2021-07-02
- 1 2 Dunham 1999, p. 17.
- 1 2 Debnath, Lokenath (2010). The Legacy of Leonhard Euler: A Tricentennial Tribute (ภาษาอังกฤษ). London: Imperial College Press. น. vii. ISBN 978-1-84816-525-0.
- 1 2 3 Debnath, Lokenath (2010). The Legacy of Leonhard Euler: A Tricentennial Tribute (ภาษาอังกฤษ). London: Imperial College Press. น. 370. ISBN 978-1-84816-525-0.
- 1 2 3 4 Assad, Arjang A. (2007). "Leonhard Euler: A brief appreciation". Networks (ภาษาอังกฤษ). 49 (3): 190–198. doi:10.1002/net.20158. S2CID 11298706.
- ↑ Boyer, Carl B (1 มิถุนายน 2021). "Leonhard Euler". Encyclopedia Britannica. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2021.
{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 Debnath, Lokenath (2009-04-15). "The legacy of Leonhard Euler – a tricentennial tribute". International Journal of Mathematical Education in Science and Technology (ภาษาอังกฤษ). 40 (3): 353–388. Bibcode:2009IJMES..40..353D. doi:10.1080/00207390802642237. ISSN 0020-739X.
- ↑ Goldman, Jay R. (1998). The Queen of Mathematics: A Historically Motivated Guide to Number Theory (ภาษาอังกฤษ). A.K. Peters. น. 24. ISBN 978-1-56881-006-5.
- ↑ "Leonhardi Euleri Opera Omnia (LEOO)". Bernoulli Euler Center. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 11 กันยายน 2022. สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2022.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 "The works". Bernoulli-Euler Society. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 11 กันยายน 2022. สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2022.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Gautschi 2008, p. 3.
- ↑ Dunham 1999, p. xiii "Lisez Euler, lisez Euler, c'est notre maître à tous."
- ↑ Grinstein, Louise; Lipsey, Sally I. (2001). "Euler, Leonhard (1707–1783)". Encyclopedia of Mathematics Education. Routledge. น. 235. ISBN 978-0-415-76368-4.
- ↑ Fuß, Paul Heinrich; Gauß, Carl Friedrich (11 กันยายน 1849). "Carl Friedrich Gauß → Paul Heinrich Fuß, Göttingen, 1849 Sept. 11".
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 5 6 Gautschi 2008, p. 4.
- ↑ Calinger 2016, p. 11.
- ↑ Gautschi 2008, p. 5.
- ↑ Calinger 1996, p. 124.
- 1 2 3 4 5 6 Knobloch, Eberhard; Louhivaara, I. S.; Winkler, J., บ.ก. (พฤษภาคม 1983). Zum Werk Leonhard Eulers: Vorträge des Euler-Kolloquiums im Mai 1983 in Berlin (PDF). Birkhäuser Verlag. doi:10.1007/978-3-0348-7121-1. ISBN 978-3-0348-7122-8.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Calinger 2016, p. 32.
- ↑ Euler, Leonhard (1727). Dissertatio physica de sono [Physical dissertation on sound] (ภาษาละติน). Basel: E. and J. R. Thurnisiorum. สืบค้นเมื่อ 6 มิถุนายน 2021 – โดยทาง Euler archive.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
Translated into English as
Bruce, Ian. "Euler's Dissertation De Sono: E002" (PDF). Some Mathematical Works of the 17th & 18th Centuries, including Newton's Principia, Euler's Mechanica, Introductio in Analysin, etc., translated mainly from Latin into English. สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 5 Calinger 1996, p. 125.
- 1 2 "The Paris Academy". Euler Archive. Mathematical Association of America. สืบค้นเมื่อ 29 กรกฎาคม 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 Calinger 1996, p. 156.
- ↑ Calinger 1996, pp. 121–166.
- ↑ O'Connor, John J.; Robertson, Edmund F., "Nicolaus (II) Bernoulli", MacTutor History of Mathematics archive, University of St Andrews.
- ↑ Calinger 1996, pp. 126–127.
- ↑ Calinger 1996, p. 127.
- 1 2 3 Calinger 1996, p. 126.
- ↑ PISA 2003 – Der Bildungsstand der Jugendlichen in Deutschland – Ergebnisse des 2. internationalen Vergleiches Ehmke et al., 2004, In: PISA-Konsortium Deutschland (Hrsg.): PISA 2003 – Der Bildungsstand der Jugendlichen in Deutschland – Ergebnisse des 2. internationalen Vergleiches, Münster/New York: Waxmann, S. 244
- 1 2 3 Calinger 1996, p. 128.
- ↑ Calinger 1996, pp. 128–129.
- 1 2 Gekker & Euler 2007, p. 402.
- 1 2 3 4 Calinger 1996, pp. 157–158.
- ↑ Gautschi 2008, p. 7.
- ↑ Euler, Leonhard (1787). "Institutiones calculi differentialis cum eius usu in analysi finitorum ac doctrina serierum" [Foundations of Differential Calculus, with Applications to Finite Analysis and Series]. Academiae Imperialis Scientiarum Petropolitanae (ภาษาละติน). 1. Petri Galeatii: 1–880. สืบค้นเมื่อ 8 มิถุนายน 2021 – โดยทาง Euler Archive.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 Dunham 1999, pp. xxiv–xxv.
- ↑ Stén, Johan C.-E. (2014). "Academic events in Saint Petersburg". A Comet of the Enlightenment. Vita Mathematica. เล่มที่ 17. Birkhäuser. น. 119–135. doi:10.1007/978-3-319-00618-5_7. ISBN 978-3-319-00617-8. See in particular footnote 37, p. 131.
- 1 2 3 4 Finkel, B. F. (1897). "Biography – Leonhard Euler". The American Mathematical Monthly. 4 (12): 297–302. doi:10.2307/2968971. JSTOR 2968971. MR 1514436.
- ↑ Balashov, Yuri (2007). "Rumovsky, Stepan Yakovlevich". ใน Hockey, Thomas; และคณะ (บ.ก.). Biographical Encyclopedia of Astronomers. New York: Springer. น. 991–992. doi:10.1007/978-0-387-30400-7_1196. ISBN 978-0-387-30400-7.
- ↑ Clark, William; Golinski, Jan; Schaffer, Simon (1999). The Sciences in Enlightened Europe. University of Chicago Press. น. 395. ISBN 978-0-226-10940-4. สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2021.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Knobloch, Eberhard (2007). "Leonhard Euler 1707–1783. Zum 300. Geburtstag eines langjährigen Wahlberliners". Mitteilungen der Deutschen Mathematiker-Vereinigung. 15 (4): 276–288. doi:10.1515/dmvm-2007-0092. S2CID 122271644.
- 1 2 Gautschi 2008, pp. 8–9.
- ↑ Euler, Leonhard (1802). Letters of Euler on Different Subjects of Physics and Philosophy, Addressed to a German Princess. แปลโดย Hunter, Henry (พิมพ์ครั้งที่ 2nd). London: Murray and Highley. Archived via Internet Archives
- ↑ Frederick II of Prussia (1927). Letters of Voltaire and Frederick the Great, Letter H 7434, 25 January 1778. Richard Aldington. New York: Brentano's.
- ↑ Lynch, Peter (กันยายน 2017). "Euler and the failed fountain of Sanssouci — that's maths: Frederick the Great ignored the advice of a genius in maths and physics". Irish Times. สืบค้นเมื่อ 26 ธันวาคม 2023.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Vucinich, Alexander (1960). "Mathematics in Russian Culture". Journal of the History of Ideas. 21 (2): 164–165. doi:10.2307/2708192. ISSN 0022-5037. JSTOR 2708192.
- ↑ Gindikin, Simon (2007). "Leonhard Euler". Tales of Mathematicians and Physicists. Springer Publishing. น. 171–212. doi:10.1007/978-0-387-48811-0_7. ISBN 978-0-387-48811-0. See in particular p. 182.
- ↑ Gautschi 2008, p. 9.
- ↑ Knobloch, Eberhard (1998). "Mathematics at the Prussian Academy of Sciences 1700–1810". ใน Begehr, Heinrich; Koch, Helmut; Kramer, Jürg; Schappacher, Norbert; Thiele, Ernst-Jochen (บ.ก.). Mathematics in Berlin. Basel: Birkhäuser Basel. น. 1–8. doi:10.1007/978-3-0348-8787-8_1. ISBN 978-3-7643-5943-0.
- ↑ Thiele, Rüdiger (2005). "The Mathematics and Science of Leonhard Euler (1707–1783)". Mathematics and the Historian's Craft. CMS Books in Mathematics. New York: Springer Publishing. น. 81–140. doi:10.1007/0-387-28272-6_6. ISBN 978-0-387-25284-1.
- ↑ Eckert, Michael (2002). "Euler and the Fountains of Sanssouci". Archive for History of Exact Sciences. 56 (6): 451–468. doi:10.1007/s004070200054. ISSN 0003-9519. S2CID 121790508.
- ↑ Maehara, Hiroshi; Martini, Horst (2017). "On Lexell's Theorem". The American Mathematical Monthly. 124 (4): 337–344. doi:10.4169/amer.math.monthly.124.4.337. ISSN 0002-9890. JSTOR 10.4169/amer.math.monthly.124.4.337. S2CID 125175471.
- 1 2 Thiele, Rüdiger (2005). "The mathematics and science of Leonhard Euler". ใน Kinyon, Michael; van Brummelen, Glen (บ.ก.). Mathematics and the Historian's Craft: The Kenneth O. May Lectures. Springer Publishing. น. 81–140. ISBN 978-0-387-25284-1.
- ↑ Gekker & Euler 2007, p. 405.
- 1 2 Fuss, Nicolas (1783). "Éloge de M. Léonhard Euler" [Eulogy for Leonhard Euler]. Nova Acta Academiae Scientiarum Imperialis Petropolitanae (ภาษาฝรั่งเศส). 1: 159–212. สืบค้นเมื่อ 19 พฤษภาคม 2018 – โดยทาง Bioheritage Diversity Library.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) Translated into English as "Eulogy of Leonhard Euler by Nicolas Fuss". MacTutor History of Mathematics archive. แปลโดย Glaus, John S. D. University of St Andrews. สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2006.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Calinger 1996, p. 129.
- ↑ Meade, Phil (1999-11-27). "Letter: Uncommon talent". www.newscientist.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2024-09-22.
- ↑ Nahin, Paul J. (2017). Dr. Euler's Fabulous Formula: Cures Many Mathematical Ills. Princeton Science Library (ภาษาอังกฤษ). Princeton Oxford: Princeton University Press. น. 326. ISBN 978-0-691-17591-1.
- 1 2 Lynch, Peter (2021-01-21). "Euler: a mathematician without equal and an overall nice guy". The Irish Times. สืบค้นเมื่อ 2024-12-09.
- 1 2 Gautschi 2008, p. 6.
- 1 2 Eves, Howard W. (1969). "Euler's blindness". In Mathematical Circles: A Selection of Mathematical Stories and Anecdotes, Quadrants III and IV. Prindle, Weber, & Schmidt. น. 48. OCLC 260534353. Also quoted by Richeson (2012), p. 17, cited to Eves.
- 1 2 Asensi, Victor; Asensi, Jose M. (มีนาคม 2013). "Euler's right eye: the dark side of a bright scientist". Clinical Infectious Diseases. 57 (1): 158–159. doi:10.1093/cid/cit170. PMID 23487386.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Bullock, John D.; Warwar, Ronald E.; Hawley, H. Bradford (เมษายน 2022). "Why was Leonhard Euler blind?". British Journal for the History of Mathematics. 37: 24–42. doi:10.1080/26375451.2022.2052493. S2CID 247868159.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Gautschi 2008, pp. 9–10.
- ↑ Marquis de Condorcet. "Eulogy of Euler – Condorcet". สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2006.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Calinger 2016, pp. 530–536.
- 1 2 Boyer, Carl B.; Uta C. Merzbach (1991). A History of Mathematics. John Wiley & Sons. น. 439–445. ISBN 0-471-54397-7.
- ↑ Arndt, Jörg; Haenel, Christoph (2006). Pi Unleashed. Springer-Verlag. น. 166. ISBN 978-3-540-66572-4. สืบค้นเมื่อ 8 มิถุนายน 2021.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Wanner, Gerhard; Hairer, Ernst (2005). Analysis by its history (พิมพ์ครั้งที่ 1st). Springer Publishing. น. 63. ISBN 978-0-387-77036-9.
- ↑ Ferraro 2008, p. 155.
- ↑ Morris, Imogen I. (24 ตุลาคม 2023). Mechanising Euler's use of Infinitesimals in the Proof of the Basel Problem (วิทยานิพนธ์). University of Edinburgh. doi:10.7488/ERA/3835.
{{cite thesis}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Dunham 1999.
- ↑ Lagarias, Jeffrey C. (ตุลาคม 2013). "Euler's constant: Euler's work and modern developments". Bulletin of the American Mathematical Society. 50 (4): 556. arXiv:1303.1856. doi:10.1090/s0273-0979-2013-01423-x. MR 3090422. S2CID 119612431.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Feynman, Richard (1970). "Chapter 22: Algebra". The Feynman Lectures on Physics. เล่มที่ I. น. 10.
- ↑ Ferraro 2008, p. 159.
- ↑ Davis, Philip J. (1959). "Leonhard Euler's integral: A historical profile of the gamma function". The American Mathematical Monthly. 66: 849–869. doi:10.2307/2309786. JSTOR 2309786. MR 0106810.
- ↑ Nickalls, R. W. D. (มีนาคม 2009). "The quartic equation: invariants and Euler's solution revealed". The Mathematical Gazette. 93 (526): 66–75. doi:10.1017/S0025557200184190. JSTOR 40378672. S2CID 16741834.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Dunham 1999, Ch. 3, Ch. 4.
- ↑ Calinger 1996, p. 130.
- ↑ Dunham 1999, p. 7.
- ↑ Patterson, S. J. (1988). An introduction to the theory of the Riemann zeta-function. Cambridge Studies in Advanced Mathematics. เล่มที่ 14. Cambridge: Cambridge University Press. น. 1. doi:10.1017/CBO9780511623707. ISBN 978-0-521-33535-5. MR 0933558. สืบค้นเมื่อ 6 มิถุนายน 2021.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Shiu, Peter (พฤศจิกายน 2007). "Euler's contribution to number theory". The Mathematical Gazette. 91 (522): 453–461. doi:10.1017/S0025557200182099. JSTOR 40378418. S2CID 125064003.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Stillwell, John (2010). Mathematics and Its History. Undergraduate Texts in Mathematics. Springer. น. 40. ISBN 978-1-4419-6052-8. สืบค้นเมื่อ 6 มิถุนายน 2021.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์). - ↑ Dunham 1999, Ch. 1, Ch. 4.
- ↑ Caldwell, Chris. "The largest known prime by year". PrimePages. University of Tennessee at Martin. สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Hopkins, Brian; Wilson, Robin (2007). "Euler's science of combinations". Leonhard Euler: Life, Work and Legacy. Stud. Hist. Philos. Math. เล่มที่ 5. Amsterdam: Elsevier. น. 395–408. MR 3890500.
- 1 2 Alexanderson, Gerald (กรกฎาคม 2006). "Euler and Königsberg's bridges: a historical view". Bulletin of the American Mathematical Society. 43 (4): 567. doi:10.1090/S0273-0979-06-01130-X.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Richeson 2012.
- ↑ Gibbons, Alan (1985). Algorithmic Graph Theory. Cambridge University Press. น. 72. ISBN 978-0-521-28881-1. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 สิงหาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2015.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Cauchy, A. L. (1813). "Recherche sur les polyèdres – premier mémoire". Journal de l'École polytechnique (ภาษาฝรั่งเศส). 9 (Cahier 16): 66–86. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 มิถุนายน 2021. สืบค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2021.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ L'Huillier, S.-A.-J. (1812–1813). "Mémoire sur la polyèdrométrie". Annales de mathématiques pures et appliquées. 3: 169–89. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 มิถุนายน 2021. สืบค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2021.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Butcher, John C. (2003). Numerical Methods for Ordinary Differential Equations. New York: John Wiley & Sons. น. 45. ISBN 978-0-471-96758-3. สืบค้นเมื่อ 8 มิถุนายน 2021.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Calinger 2016, pp. 96, 137.
- ↑ Ferraro 2008, pp. 171–180, Chapter 14: Euler's derivation of the Euler–Maclaurin summation formula.
- ↑ Mills, Stella (1985). "The independent derivations by Leonhard Euler and Colin Maclaurin of the Euler–Maclaurin summation formula". Archive for History of Exact Sciences. 33 (1–3): 1–13. doi:10.1007/BF00328047. MR 0795457. S2CID 122119093.
- ↑ Ojalvo, Morris (ธันวาคม 2007). "Three hundred years of bar theory". Journal of Structural Engineering. 133 (12): 1686–1689. doi:10.1061/(asce)0733-9445(2007)133:12(1686).
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Youschkevitch, A. P. (1971). "Euler, Leonhard". ใน Gillispie, Charles Coulston (บ.ก.). Dictionary of Scientific Biography. เล่มที่ 4: Richard Dedekind – Firmicus Maternus. New York: Charles Scribner's Sons. น. 467–484. ISBN 978-0-684-16964-4.
- 1 2 Davidson, Michael W. (กุมภาพันธ์ 2011). "Pioneers in Optics: Leonhard Euler and Étienne-Louis Malus". Microscopy Today. 19 (2): 52–54. doi:10.1017/s1551929511000046. S2CID 122853454.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Calinger 1996, pp. 152–153.
- ↑ Home, R. W. (1988). "Leonhard Euler's 'anti-Newtonian' theory of light". Annals of Science. 45 (5): 521–533. doi:10.1080/00033798800200371. MR 0962700.
- ↑ Li, Shengcai (ตุลาคม 2015). "Tiny bubbles challenge giant turbines: Three Gorges puzzle". Interface Focus. 5 (5) 20150020. Royal Society. doi:10.1098/rsfs.2015.0020. PMC 4549846. PMID 26442144.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Euler, Leonhard (1757). "Principes généraux de l'état d'équilibre d'un fluide" [General principles of the state of equilibrium of a fluid]. Académie Royale des Sciences et des Belles-Lettres de Berlin, Mémoires (ภาษาฝรั่งเศส). 11: 217–273. สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2021.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) Translated into English as Frisch, Uriel (2008). "Translation of Leonhard Euler's: General Principles of the Motion of Fluids". arXiv:0802.2383 [nlin.CD]. - ↑ Gautschi 2008, p. 22.
- ↑ Baron, Margaret E. (พฤษภาคม 1969). "A note on the historical development of logic diagrams". The Mathematical Gazette. 53 (383): 113–125. doi:10.2307/3614533. JSTOR 3614533. S2CID 125364002.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Lemanski, Jens (2016). "Means or end? On the valuation of logic diagrams". Logic-Philosophical Studies. 14: 98–122.
- ↑ Rodgers, Peter (มิถุนายน 2014). "A survey of Euler diagrams" (PDF). Journal of Visual Languages & Computing. 25 (3): 134–155. doi:10.1016/j.jvlc.2013.08.006. S2CID 2571971. สืบค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2021.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Smith, D.P. and N. Keyfitz, (2013) Mathematical Demography: Selected Papers, Monographs, DOI 10.1007/978-3-642-35858-6_1 Springer-Verlag Demographic Research - Euler, L. (1760). 11. A general investigation into the mortality and multiplication of the human species. A General Investigation into the Mortality and Multiplication of the Human Species, Theoretical Population Biology 1: 307-314. Translated by Nathan and Beatrice Keyfitz
- ↑ Newell, Colin. (1988) Methods and models in demography. Belhaven Press.
- ↑ Inaba, Hisashi (2017) Chapter 1 The Stable Population Model in Age-structured population dynamics in demography and epidemiology. Springer Singapore.
- ↑ Lotka, A. J. (1907). Relation between birth rates and death rates. Science, 26(653), 21-22.
- ↑ Sharpe, F. R., & Lotka, A. J. (1911). L. A problem in age-distribution. The London, Edinburgh, and Dublin Philosophical Magazine and Journal of Science, 21(124), 435-438.
- ↑ Lotka, A. J. (1922). The stability of the normal age distribution. Proceedings of the National Academy of Sciences, 8(11), 339-345.
- ↑ Calinger 1996, pp. 144–145.
- 1 2 Pesic, Peter (2014). "Euler: the mathematics of musical sadness; Euler: from sound to light". Music and the Making of Modern Science. MIT Press. น. 133–160. ISBN 978-0-262-02727-4. สืบค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2021.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Tegg, Thomas (1829). "Binary logarithms". London encyclopaedia; or, Universal dictionary of science, art, literature and practical mechanics: comprising a popular view of the present state of knowledge, Volume 4. น. 142–143. สืบค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2021.
{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Euler 1739, p. 115.
- ↑ Emery, Eric (2000). Temps et musique. Lausanne: L'Âge d'homme. น. 344–345.
- ↑ Mattheson, Johannes (1731). Grosse General-Baß-Schule. เล่มที่ I. Hamburg. น. 104–106. OCLC 30006387. Mentioned by Euler. Also: Mattheson, Johannes (1719). Exemplarische Organisten-Probe. Hamburg. น. 57–59.
- ↑ ดูที่
- Perret, Wilfrid (1926). Some Questions of Musical Theory. Cambridge: W. Heffer & Sons. น. 60–62. OCLC 3212114.
- "What is an Euler-Fokker genus?". Microtonality. Huygens-Fokker Foundation. สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2015.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
- ↑ Euler 1739, p. 147.
- ↑ Euler, Leonhard (1774). "De harmoniae veris principiis per speculum musicum repraesentatis". Novi Commentarii Academiae Scientiarum Petropolitanae. 18. Eneström index 457: 330–353. สืบค้นเมื่อ 12 กันยายน 2022.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Gollin, Edward (2009). "Combinatorial and transformational aspects of Euler's Speculum Musicum". ใน Klouche, T.; Noll, Th. (บ.ก.). Mathematics and Computation in Music: First International Conference, MCM 2007 Berlin, Germany, May 18–20, 2007, Revised Selected Papers. Communications in Computer and Information Science. เล่มที่ 37. Springer. น. 406–411. doi:10.1007/978-3-642-04579-0_40. ISBN 978-3-642-04578-3.
- ↑ Lindley, Mark; Turner-Smith, Ronald (1993). Mathematical Models of Musical Scales: A New Approach. Bonn: Verlag für Systematische Musikwissenschaft. น. 234–239. ISBN 978-3-922626-66-4. OCLC 27789639. See also Nolan, Catherine (2002). "Music Theory and Mathematics". ใน Christensen, Th. (บ.ก.). The Cambridge History of Western Music Theory. New York: Cambridge University Press. น. 278–279. ISBN 978-1-139-05347-1. OCLC 828741887.
- ↑ Bailhache, Patrice (17 มกราคม 1997). "La Musique traduite en Mathématiques: Leonhard Euler". Communication au colloque du Centre François Viète, "Problèmes de traduction au XVIIIe siècle", Nantes (ภาษาฝรั่งเศส). สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2015.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Euler, Leonhard (1747). Rettung der Göttlichen Offenbahrung gegen die Einwürfe der Freygeister [Defense of divine revelation against the objections of the freethinkers] (ภาษาเยอรมัน). Eneström index 92. Berlin: Ambrosius Haude and Johann Carl Spener. สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2021 – โดยทาง Euler Archive.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Marquis de Condorcet (1805). Comparison to the Last Edition of Euler's Letters Published by de Condorcet, with the Original Edition: A Defense of the Revelation Against the Objections of Freethinkers, by Mr. Euler Followed by Thoughts by the Author on Religion, Omitted From the Last Edition of his Letters to a Princess of Germany (PDF). แปลโดย Ho, Andie. สืบค้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 2021.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Calinger 1996, p. 123.
- ↑ Calinger 1996, pp. 153–154
- 1 2 ดูที่
- Brown, B. H. (พฤษภาคม 1942). "The Euler–Diderot anecdote". The American Mathematical Monthly. 49 (5): 302–303. doi:10.2307/2303096. JSTOR 2303096.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Gillings, R. J. (กุมภาพันธ์ 1954). "The so-called Euler–Diderot incident". The American Mathematical Monthly. 61 (2): 77–80. doi:10.2307/2307789. JSTOR 2307789.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Struik, Dirk J. (1967). A Concise History of Mathematics (พิมพ์ครั้งที่ 3rd revised). Dover Books. น. 129. ISBN 978-0-486-60255-4.
- Brown, B. H. (พฤษภาคม 1942). "The Euler–Diderot anecdote". The American Mathematical Monthly. 49 (5): 302–303. doi:10.2307/2303096. JSTOR 2303096.
- ↑ Marty, Jacques (1988). "Quelques aspects des travaux de Diderot en " mathématiques mixtes "" [Some aspects of Diderot's work in general mathematics]. Recherches sur Diderot et sur l'Encyclopédie (ภาษาฝรั่งเศส). 4 (1): 145–147. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2012.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Debnath, Lokenath (2010). The Legacy of Leonhard Euler: A Tricentennial Tribute (ภาษาอังกฤษ). London: Imperial College Press. น. 56. ISBN 978-1-84816-525-0.
- 1 2 Davis, Donald M. (2004). The Nature and Power of Mathematics (ภาษาอังกฤษ). Mineola, N.Y: Dover Publications. น. 48. ISBN 978-0-486-43896-2. OCLC 56214613.
- ↑ Calinger 2016, p. ix.
- ↑ Calinger 2016, p. 241.
- ↑ "Schweizerische Nationalbank (SNB) – Sechste Banknotenserie (1976)". Swiss National Bank. สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Schweizerische Nationalbank (SNB) – Siebte Banknotenserie (1984)". Swiss National Bank. สืบค้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "E" (PDF). Members of the American Academy of Arts & Sciences, 1780–2017. American Academy of Arts and Sciences. น. 164–179. สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2019.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) Entry for Euler is on p. 177. - ↑ Schmadel, Lutz D., บ.ก. (2007). "(2002) Euler". Dictionary of Minor Planet Names (ภาษาอังกฤษ). Berlin, Heidelberg: Springer Publishing. น. 162. doi:10.1007/978-3-540-29925-7_2003. ISBN 978-3-540-29925-7.
- ↑ Fraser, Craig G. (11 กุมภาพันธ์ 2005). Leonhard Euler's 1744 book on the calculus of variations. Elsevier. ISBN 978-0-08-045744-4.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) In Grattan-Guinness 2005, pp. 168–180 - ↑ Euler, Leonhard (1744). Methodus inveniendi lineas curvas maximi minimive proprietate gaudentes, sive solutio problematis isoperimetrici lattissimo sensu accepti [A method for finding curved lines enjoying properties of maximum or minimum, or solution of isoperimetric problems in the broadest accepted sense] (ภาษาละติน). Bosquet. สืบค้นเมื่อ 8 มิถุนายน 2021 – โดยทาง Euler archive.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Reich, Karin (11 กุมภาพันธ์ 2005). 'Introduction' to analysis. Elsevier. ISBN 978-0-08-045744-4.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) In Grattan-Guinness 2005, pp. 181–190 - 1 2 3 4 Ferraro, Giovanni (2007). "Euler's treatises on infinitesimal analysis: Introductio in analysin infinitorum, institutiones calculi differentialis, institutionum calculi integralis". ใน Baker, Roger (บ.ก.). Euler Reconsidered: Tercentenary Essays (PDF). Heber City, UT: Kendrick Press. น. 39–101. MR 2384378. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 12 กันยายน 2022.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ บทวิเคราะห์ของผลงาน Introduction to Analysis of the Infinite:
- Aiton, E. J. "Introduction to analysis of the infinite. Book I. Transl. by John D. Blanton. (English)". zbMATH. Zbl 0657.01013.
- Shiu, P. (ธันวาคม 1990). "Introduction to analysis of the infinite (Book II), by Leonard Euler (translated by John D. Blanton)". The Mathematical Gazette. 74 (470): 392–393. doi:10.2307/3618156. JSTOR 3618156.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Ştefănescu, Doru. "Euler, Leonhard Introduction to analysis of the infinite. Book I. Translated from the Latin and with an introduction by John D. Blanton". Mathematical Reviews. MR 1025504.
- ↑ Demidov, S. S. (2005). Treatise on the differential calculus. Elsevier. ISBN 978-0-08-045744-4. สืบค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2015.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) In Grattan-Guinness 2005, pp. 191–198. - 1 2 3 Kleinert, Andreas (2015). "Leonhardi Euleri Opera omnia: Editing the works and correspondence of Leonhard Euler". Prace Komisji Historii Nauki PAU. 14. Jagiellonian University: 13–35. doi:10.4467/23921749pkhn_pau.16.002.5258.
- ↑ Euler, Leonhard; Fuss, Nikola Ivanovich; Fuss, Paul (1862). Opera postuma mathematica et physica anno 1844 detecta quae Academiae scientiarum petropolitanae obtulerunt ejusque auspicus ediderunt auctoris pronepotes Paulus Henricus Fuss et Nicolaus Fuss. Imperatorskaia akademīia nauk (Russia). OCLC 9094558695.
- ↑ Calinger 2016, pp. ix–x.
- ↑ "The Eneström Index". Euler Archive. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Knapp, Susan (19 กุมภาพันธ์ 2007). "Dartmouth students build online archive of historic mathematician". Vox of Dartmouth. Dartmouth College. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 28 พฤษภาคม 2010.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Klyve, Dominic (มิถุนายน–กรกฎาคม 2011). "Euler Archive Moves To MAA Website". MAA FOCUS. Mathematical Association of America. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2020.
{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Euler Archive". University of the Pacific.
- 1 2 Plüss, Matthias. "Der Goethe der Mathematik". Swiss National Science Foundation. สืบค้นเมื่อ 16 มิถุนายน 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Varadarajan, V. S. (2006). Euler through time: a new look at old themes. American Mathematical Society. ISBN 978-0-8218-3580-7. OCLC 803144928.
- Libri, Gugliemo (มกราคม 1846). "Correspondance mathématique et physique de quelques célèbres géomètres du XVIIIe siècle, ..." [Mathematical and physical correspondence of some famous geometers of the eighteenth century, ...]. Journal des Savants (ภาษาฝรั่งเศส): 51. สืบค้นเมื่อ 7 เมษายน 2014.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
บรรณานุกรม
- Calinger, Ronald (1996). "Leonhard Euler: The First St. Petersburg Years (1727–1741)". Historia Mathematica. 23 (2): 121–166. doi:10.1006/hmat.1996.0015.
- Calinger, Ronald (2016). Leonhard Euler: Mathematical Genius in the Enlightenment. Princeton University Press. ISBN 978-0-691-11927-4. สืบค้นเมื่อ 4 มกราคม 2017.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Dunham, William (1999). Euler: The Master of Us All. Dolciani Mathematical Expositions. เล่มที่ 22. Mathematical Association of America. ISBN 978-0-88385-328-3. สืบค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2015.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Euler, Leonhard (1739). Tentamen novae theoriae musicae [An attempt at a new theory of music, exposed in all clearness, according to the most well-founded principles of harmony] (ภาษาละติน). St. Petersburg: Imperial Academy of Sciences. สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2021 – โดยทาง Euler archive.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Ferraro, Giovanni (2008). The Rise and Development of the Theory of Series up to the Early 1820s. Springer Science+Business Media. ISBN 978-0-387-73467-5. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2021.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Gekker, I. R.; Euler, A. A. (2007). "Leonhard Euler's family and descendants". ใน Bogolyubov, Nikolaĭ Nikolaevich; Mikhaĭlov, G. K.; Yushkevich, Adolph Pavlovich (บ.ก.). Euler and Modern Science. แปลโดย Robert Burns. Mathematical Association of America. ISBN 978-0-88385-564-5. สืบค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2015.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Gautschi, Walter (2008). "Leonhard Euler: His Life, the Man, and His Works". SIAM Review. 50 (1): 3–33. Bibcode:2008SIAMR..50....3G. CiteSeerX 10.1.1.177.8766. doi:10.1137/070702710. ISSN 0036-1445. JSTOR 20454060.
- Grattan-Guinness, Ivor, บ.ก. (2005). Landmark Writings in Western Mathematics 1640–1940. Elsevier. ISBN 978-0-08-045744-4.
- Richeson, David S. (2012). Euler's Gem: The Polyhedron Formula and the Birth of Topology. Princeton University Press. p. 17. ISBN 978-1-4008-3856-1.
อ่านเพิ่ม
- Bradley, Robert E.; D'Antonio, Lawrence A.; Sandifer, Charles Edward (2007). Euler at 300: An Appreciation. Mathematical Association of America. ISBN 978-0-88385-565-2.
- Bradley, Robert E.; Sandifer, Charles Edward, บ.ก. (2007). Leonhard Euler: Life, Work and Legacy. Studies in the History and Philosophy of Mathematics. เล่มที่ 5. Elsevier. ISBN 978-0-444-52728-8. สืบค้นเมื่อ 8 มิถุนายน 2021.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Dunham, William (2007). The Genius of Euler: Reflections on his Life and Work. Mathematical Association of America. ISBN 978-0-88385-558-4.
- Hascher, Xavier; Papadopoulos, Athanase, บ.ก. (2015). Leonhard Euler: Mathématicien, physicien et théoricien de la musique (ภาษาฝรั่งเศส). Paris: CNRS Editions. ISBN 978-2-271-08331-9. สืบค้นเมื่อ 8 มิถุนายน 2021.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Salas, M. (กรกฎาคม 1988). Leonhard Euler and his contributions to fluid mechanics. 1st National Fluid Dynamics Conference, AIAA. doi:10.2514/6.1988-3564.
{{cite conference}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Sandifer, C. Edward (2007). The Early Mathematics of Leonhard Euler. Mathematical Association of America. ISBN 978-0-88385-559-1.
- Sandifer, C. Edward (2007). How Euler Did It. Mathematical Association of America. ISBN 978-0-88385-563-8.
- Sandifer, C. Edward (2015). How Euler Did Even More. Mathematical Association of America. ISBN 978-0-88385-584-3. สืบค้นเมื่อ 8 มิถุนายน 2021.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Schattschneider, Doris, บ.ก. (พฤศจิกายน 1983). "A Tribute to Leonhard Euler 1707–1783 (special issue)". Mathematics Magazine. 56 (5). JSTOR i326726.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
แหล่งข้อมูลอื่น
- เลอ็อนฮาร์ท อ็อยเลอร์ at the Mathematics Genealogy Project
- The Euler Archive: Composition of Euler works with translations into English
- Opera-Bernoulli-Euler (compiled works of Euler, Bernoulli family, and contemporary peers)
- Euler Tercentenary 2007
- The Euler Society
- Euleriana at the Berlin-Brandenburg Academy of Sciences and Humanities
- Euler Family Tree
- Euler's Correspondence with Frederick the Great, King of Prussia
- ผลงานโดย เลอ็อนฮาร์ท อ็อยเลอร์ ที่ลิบริวอกซ์ (หนังสือเสียง ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ)

- O'Connor, John J.; Robertson, Edmund F., "เลอ็อนฮาร์ท อ็อยเลอร์", MacTutor History of Mathematics archive, University of St Andrews.
- Dunham, William (24 กันยายน 2009). "An Evening with Leonhard Euler". YouTube. Muhlenberg College: philoctetesctr (ตีพิมพ์เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2009).
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) (talk given by William Dunham at ) - Dunham, William (14 ตุลาคม 2008). "A Tribute to Euler – William Dunham". YouTube. Muhlenberg College: PoincareDuality (ตีพิมพ์เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2011).
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)