ประเทศเอธิโอเปีย

Overview

เอธิโอเปีย หรือชื่อทางการคือ สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลที่ตั้งอยู่ในส่วนแหลมของทวีปแอฟริกาในแอฟริกาตะวันออก มีพรมแดนติดกับเอริเทรียทางตอนเหนือ จิบูตีทางตะวันออกเฉียงเหนือ โซมาเลียทางทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ เคนยาทางทิศใต้ ซูดานใต้ทางทิศตะวันตก และซูดานทางตะวันตกเฉียงเหนือ เอธิโอเปียครอบคลุมพื้นที่ 1,112,000 ตารางกิโลเมตร ข้อมูลเมื่อ 2023, มีประชากรอยู่ประมาณ 128 ล้านคน ทำให้เป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 13 ของโลก มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 ในแอฟริการองจากไนจีเรีย และเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อาดดิสอาบาบา เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ อยู่ห่างจากรอยแยกแอฟริกาตะวันออกหลายกิโลเมตร ซึ่งแบ่งประเทศออกเป็นแผ่นเปลือกโลกแอฟริกาและโซมาเลีย

สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย
ชื่อในภาษาราชการ
  • โซมาลี:Jamhuuriyadda Dimuqraadiga Federaalka Itoobiya
    ทือกรึญญา:ፌዴራላዊ ዴሞክራሲያዊ ሪፐብሊክ ኢትዮጵያ
    อาฟาร์:Itiyoppiya Federaalak Demokraatik Rippeblikih
    อามารา:የኢትዮጵያ ፌዴራላዊ ዴሞክራሲያዊ ሪፐብሊክ
    โอโรโม:Rippabliikii Federaalawaa Dimokraatawaa Itiyoophiyaa
ธงชาติของเอธิโอเปีย
ธงชาติ
ตราแผ่นดินของเอธิโอเปีย
ตราแผ่นดิน
เพลงชาติ: "วอเดฟิตเกซเกชิ วิดด์อินนาตอิทโยปิยา"
ที่ตั้งของเอธิโอเปีย
เมืองหลวง
และเมืองใหญ่สุด
อาดดิสอาบาบา
9°1′N 38°45′E / 9.017°N 38.750°E / 9.017; 38.750
ภาษาราชการโซมาลี
ทือกรึญญา
อาฟาร์
อามารา
โอโรโม[1][2][3]
ภาษาประจำภูมิภาค[4]
  • Harari
  • Sidama
  • อื่น ๆ
กลุ่มชาติพันธุ์
(ค.ศ. 2007[5][6])
  • 34.5% โอโรโม
  • 26.9% อามารา
  • 6.2% โซมาลี
  • 6.1% ทือกรึญญา
  • 4.0% ซิดามา
  • 2.5% Gurage
  • 2.3% Welayta
  • 1.7% Hadiya
  • 1.7% อะฟาร์
  • 12.6% อื่น ๆ
ศาสนา
(ค.ศ. 2016[7])
  • 67.3% คริสต์
  • —43.8% ออร์ทอดอกซ์เอธิโอเปีย
  • —22.8% P'ent'ay
  • —0.7% คริสต์นิกายอื่น ๆ
  • 31.3% อิสลาม
  • 0.6% ความเชื่อพื้นเมือง
  • 0.8% อื่น ๆ / ไม่มี
การปกครองสหพันธ์ สาธารณรัฐระบบรัฐสภา ภายใต้รัฐบาลอำนาจนิยม[8]
 ประธานาธิบดี
ตาเย อัตสเก ซึลลาเซ
 นายกรัฐมนตรี
อาบีย์ อาห์เม็ด
 ประธานศาลสูงสุดสหพันธ์
เทโวดรอส มิเรต
สภานิติบัญญัติสมัชชารัฐสภากลาง
สภาสหพันธ์
สภาผู้แทนราษฎร
การก่อตั้ง
 ก่อตั้งจักรวรรดิ
ค.ศ. 1270
 Zemene Mesafint
7 พฤษภาคม ค.ศ. 1769
11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1855
ค.ศ. 1904
 ถูกครอบครองและผนวกเข้ากับแอฟริกาตะวันออกของอิตาลี
9 พฤษภาคม ค.ศ. 1936
 ข้อตกลงอังกฤษ-เอธิโอเปีย
31 มกราคม ค.ศ. 1942
 เริ่มต้นการปกครองของเผด็จการทหารเดร์ก
12 กันยายน ค.ศ. 1974
28 พฤษภาคม ค.ศ. 1991
 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
21 สิงหาคม ค.ศ. 1995
พื้นที่
 รวม
1,104,300[9] ตารางกิโลเมตร (426,400 ตารางไมล์) (อันดับที่ 26)
 แหล่งน้ำ (%)
0.7
ประชากร
 ประมาณ 2021
117,876,227[10] (อันดับที่ 12)
 สำมะโนประชากรปี 2007
73,750,932[6]
 ความหนาแน่น
92.7 ต่อตารางกิโลเมตร (240.1 ต่อตารางไมล์) (อันดับที่ 123)
จีดีพี (อำนาจซื้อ)ประมาณ 2022
 รวม
4.01 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ[11] (อันดับที่ 58)
 ต่อหัว
3,407 ดอลลาร์สหรัฐ[12]
จีดีพี (ราคาตลาด)ประมาณ 2022
 รวม
1.22591 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ[12] (อันดับที่ 65)
 ต่อหัว
1,040 ดอลลาร์สหรัฐ[12]
จีนี (ค.ศ. 2015)Negative increase 35.0[13]
ความเหลื่อมล้ำปานกลาง
เอชดีไอ (ค.ศ. 2019)เพิ่มขึ้น 0.485[14]
ต่ำ (อันดับที่ 173)
สกุลเงินBirr (ETB)
เขตเวลาUTC+3 (เวลาแอฟริกาตะวันออก)
รหัสโทรศัพท์+251
โดเมนบนสุด.et

เอธิโอเปีย (อังกฤษ: Ethiopia; โซมาลี: Itoobiya; ทือกรึญญา: ኢትዮጵያ; อาฟาร์: Itiyoppiya; อามารา: ኢትዮጵያ, ออกเสียง: [i.tjo.p’ja]; โอโรโม: Itiyoophiyaa) หรือชื่อทางการคือ สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย (อังกฤษ: Federal Democratic Republic of Ethiopia; โซมาลี: Jamhuuriyadda Dimuqraadiga Federaalka Itoobiya; ทือกรึญญา: ፌዴራላዊ ዴሞክራሲያዊ ሪፐብሊክ ኢትዮጵያ; อาฟาร์: Itiyoppiya Federaalak Demokraatik Rippeblikih; อามารา: የኢትዮጵያ ፌዴራላዊ ዴሞክራሲያዊ ሪፐብሊክ; โอโรโม: Rippabliikii Federaalawaa Dimokraatawaa Itiyoophiyaa) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลที่ตั้งอยู่ในส่วนแหลมของทวีปแอฟริกาในแอฟริกาตะวันออก มีพรมแดนติดกับเอริเทรียทางตอนเหนือ จิบูตีทางตะวันออกเฉียงเหนือ โซมาเลียทางทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ เคนยาทางทิศใต้ ซูดานใต้ทางทิศตะวันตก และซูดานทางตะวันตกเฉียงเหนือ[a][15] เอธิโอเปียครอบคลุมพื้นที่ 1,112,000 ตารางกิโลเมตร (472,000 ตารางไมล์)[16] ข้อมูลเมื่อ 2023, มีประชากรอยู่ประมาณ 128 ล้านคน ทำให้เป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 13 ของโลก มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 ในแอฟริการองจากไนจีเรีย และเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลที่มีประชากรมากที่สุดในโลก[17][18] อาดดิสอาบาบา เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ อยู่ห่างจากรอยแยกแอฟริกาตะวันออกหลายกิโลเมตร ซึ่งแบ่งประเทศออกเป็นแผ่นเปลือกโลกแอฟริกาและโซมาเลีย[19]

มนุษย์สมัยใหม่ที่มีโครงสร้างทางกายวิภาคถือกำเนิดมาจากเอธิโอเปียในยุคปัจจุบัน และออกเดินทางสู่ตะวันออกใกล้และที่อื่น ๆ ในยุคหินเก่าตอนกลาง[20][21][22][23][24] ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเอธิโอเปียได้รับการเสนอให้เป็นแหล่งกำเนิดของตระกูลภาษาแอโฟรเอชีแอติก[25] เอธิโอเปียเป็นประเทศที่เก่าแก่ที่สุดของแอฟริกา และเป็นหนึ่งในประเทศที่เก่าแก่ที่สุดในโลกด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี[26][27]ใน 980 ปีก่อนคริสต์ศักราช อาณาจักร D'mt ได้ขยายอาณาจักรเหนือเอริเทรียและทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย ในขณะที่อาณาจักรอักซุมยังคงรักษาอารยธรรมที่เป็นเอกภาพในภูมิภาคนี้เป็นเวลา 900 ปี โดยศาสนาคริสต์ได้รับการยอมรับจากอาณาจักรในปี 330[28] หลังจากการล่มสลายของอาณาจักรอักซุมใน ค.ศ. 960 ราชวงศ์ซากเวได้ปกครองส่วนทางตอนเหนือและตอนกลางของเอธิโอเปีย จนกระทั่งถูกเยคูโน อัมลัค โค่นล้มใน ค.ศ. 1270 เป็นการก่อตั้งจักรวรรดิเอธิโอเปียและราชวงศ์โซโลมอน เมื่อถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 จักรวรรดิเติบโตขึ้นผ่านการขยายอาณาเขตและการต่อสู้กับดินแดนที่อยู่ติดกัน สิ่งที่น่าสังเกตมากที่สุดคือ สงครามเอธิโอเปีย–อาดาล (ค.ศ. 1529–1543) มีส่วนทำให้เกิดการแบ่งแยกของจักรวรรดิ ซึ่งท้ายที่สุดก็ตกอยู่ภายใต้การกระจายอำนาจที่เรียกว่า เซเมเน เมซาฟินต์ ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 จักรพรรดิเทโวโดรอสที่ 2 ทรงสละราชบัลลังก์เซเมเน เมซาฟินต์เมื่อต้นรัชสมัยของพระองค์ใน ค.ศ. 1855 ซึ่งถือเป็นการรวมตัวกันอีกครั้งของจักรวรรดิ[29]

ตั้งแต่ ค.ศ. 1878 เป็นต้นมา จักรพรรดิเมเนลิกที่ 2 ทรงเปิดการพิชิตดินแดนหลายครั้งซึ่งส่งผลให้เกิดพรมแดนปัจจุบันของเอธิโอเปีย ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เอธิโอเปียต้องปกป้องประเทศจากการรุกรานจากต่างประเทศ รวมทั้งจากอียิปต์และอิตาลี เป็นผลให้เอธิโอเปียรักษาอำนาจอธิปไตยของตนไว้ในช่วงการอาณานิคมแอฟริกา ใน ค.ศ. 1936 เอธิโอเปียถูกอิตาลีฟาสซิสต์ยึดครอง และผนวกกับเอริเทรียและโซมาลีแลนด์ที่อิตาลียึดครอง ต่อมาได้ก่อตั้งแอฟริกาตะวันออกของอิตาลี ใน ค.ศ. 1941 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพอังกฤษยึดครอง และได้ฟื้นฟูอธิปไตยโดยกองทัพอังกฤษอย่างสมบูรณ์ใน ค.ศ. 1944 หลังจากช่วงการปกครองของทหารคือเดร์ก ซึ่งเป็นรัฐบาลเผด็จการทหารที่ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตขึ้นสู่อำนาจใน ค.ศ. 1974 หลังจากโค่นล้มจักรพรรดิฮัยเลอ ซึลลาเซที่ 1 และราชวงศ์ซาโลมอน และได้ปกครองประเทศมาเกือบ 17 ปีท่ามกลางสงครามกลางเมืองเอธิโอเปีย หลังจากการล่มสลายของเดร์กใน ค.ศ. 1991 แนวร่วมประชาธิปไตยประชาชนปฏิวัติเอธิโอเปีย (EPPRDF) ได้ปกครองประเทศด้วยรัฐธรรมนูญใหม่และสหพันธรัฐตามชาติพันธุ์ ตั้งแต่นั้นมา เอธิโอเปียต้องเผชิญการปะทะกันระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ที่ยืดเยื้อ รวมถึงความไม่มั่นคงทางการเมือง ตั้งแต่ ค.ศ. 2018 กลุ่มต่าง ๆ ตามภูมิภาคและกลุ่มชาติพันธุ์ได้ก่อเหตุโจมตีด้วยอาวุธในสงครามที่ดำเนินอยู่หลายครั้งทั่วเอธิโอเปีย[30]

เอธิโอเปียเป็นรัฐที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ซึ่งมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 80 กลุ่ม ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุดในประเทศ โดยมีผู้นับถือศาสนาอิสลามจำนวนน้อยและมีเปอร์เซ็นต์เพียงเล็กน้อย รัฐอธิปไตยนี้เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งสหประชาชาติ กลุ่ม 24 ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด กลุ่ม 77 และองค์การเอกภาพแอฟริกา อาดดิสอาบาบาเป็นสำนักงานใหญ่ของสหภาพแอฟริกา หอการค้าและอุตสาหกรรมแอฟริกา คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจแห่งสหประชาชาติสำหรับแอฟริกา และองค์การนอกภาครัฐ เอธิโอเปียเข้าเป็นสมาชิกบริกส์เต็มรูปแบบใน ค.ศ. 2024[31]เอธิโอเปียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการพัฒนาน้อยที่สุด แต่บางครั้งก็ถือเป็นมหาอำนาจที่เกิดขึ้นใหม่[32][33] โดยเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เร็วที่สุดในประเทศแถบแอฟริกาใต้สะฮารา เนื่องจากมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในการขยายอุตสาหกรรมการเกษตรและการผลิต[34] เกษตรกรรมเป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยคิดเป็นร้อยละ 36 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศใน ค.ศ. 2020[35] อย่างไรก็ตาม ในด้านรายได้ต่อหัวและดัชนีการพัฒนามนุษย์[36] ประเทศนี้ถือว่าเป็นประเทศที่ยากจน มีอัตราความยากจนสูง[37] สิทธิมนุษยชนต่ำ การเลือกปฏิบัติทางชาติพันธุ์อย่างกว้างขวาง และอัตราการรู้หนังสือเพียงร้อยละ 49[38]

ประวัติศาสตร์

จักรวรรดิ

ราชอาณาจักรอิตาลีโจมตีเอธิโอเปียเมื่อ พ.ศ. 2479 และเข้าครอบครองได้สำเร็จใน พ.ศ. 2484 จักรพรรดิองค์สุดท้ายของเอธิโอเปีย เฮลี เซลาสซีที่ 1 เป็นผู้จัดตั้งระบบรัฐสภาเมื่อ พ.ศ. 2474

คอมมิวนิสต์

ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 เกิดความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่องจนเกิดความวุ่นวายภายในประเทศ จักรพรรดิเซลาสซีสละราชบัลลังก์เมื่อ พ.ศ. 2517 เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐเมื่อ พ.ศ. 2518 นอกจากนั้นยังเกิดสงครามภายในระหว่างกลุ่มการเมืองและเผ่าต่าง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากซูดานและโซมาเลีย พ.ศ. 2521 เอธิโอเปียได้รับความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียตจนรบชนะทหารโซมาเลีย และมีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างกันเมื่อ พ.ศ. 2531

การเมือง

เอธิโอเปียปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข แบ่งการปกครองเป็น 9 รัฐ และ 2 เขตเป็นการปกครองพิเศษ ได้แก่ อาดดิสอาบาบา และเขตปกครองพิเศษไดร์ดาวา แม้เดิมเอธิโอเปียในระบอบกษัตริย์ ในปี 2517 มีการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล และโค่นล้มระบอบกษัตริย์ในปีต่อมา จากนั้นได้ปกครองประเทศด้วยสังคมนิยม และเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยในปี พ.ศ. 2534 แต่อย่างไรก็ตามก็ยังเกิดความวุ่นวายทางการเมืองอยู่เสมอ โดยรัฐบาลถูกกล่าวหาจากฝ่ายค้านว่าทุจริตการเลือกตั้ง

ฝ่ายบริหารได้แก่

  • ประธานาธิบดี เป็นประมุขประเทศมาจากการเลือกตั้งโดยสภาผู้แทนราษฏร มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี
  • นายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาล มาจากการเสนอชื่อของพรรครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
  • ฝ่ายนิติบัญญัติประกอบด้วย 2 สภา ได้แก่
  • สภาแห่งสหพันธรัฐมีลักษณะเดียวกับวุฒิสภา มี 112 ที่นั่ง
  • สภาผู้แทนราษฏร มี 547 ที่นั่ง

ภูมิศาสตร์

แผนที่ทางภูมิศาสตร์ของเอธิโอเปีย

ด้วยพื้นที่ 1,104,300 ตารางกิโลเมตร (426,372.61 ตารางไมล์),[9] เอธิโอเปียเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 28 ของโลก ซึ่งมีขนาดพอ ๆ กับโบลิเวีย อยู่ระหว่างเส้นขนานที่ 3 เหนือกับเส้นขนานที่ 15 เหนือ และลองจิจูดเส้นเมริเดียนที่ 33 ตะวันออก และเส้นเมริเดียนตะวันออกที่ 48

พื้นที่ส่วนใหญ่ของเอธิโอเปียตั้งอยู่ในจะงอยแอฟริกา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกสุดของทวีปแอฟริกา ดินแดนที่มีพรมแดนติดกับเอธิโอเปีย ได้แก่ เอริเทรีย จิบูตี โซมาเลีย เคนยา ซูดานใต้ และซูดาน ภายในเอธิโอเปียเป็นพื้นที่สูงสลับซับซ้อนที่ประกอบด้วยภูเขาและที่ราบสูงที่แยกออกเป็นสัดส่วนโดยหุบเขาเกรตริฟต์ ซึ่งทอดยาวไปทางตะวันตกเฉียงใต้ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ และล้อมรอบด้วยที่ราบลุ่มและทุ่งหญ้าสเตปป์ เอธิโอเปียมีภูมิประเทศที่หลากหลายโดยมีสภาพอากาศ ดิน พืชพรรณตามธรรมชาติ และรูปแบบการตั้งถิ่นฐานที่หลากหลาย

เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจเอธิโอเปียยังพึ่งพารายได้จากภาคกสิกรรมเป็นหลัก แม้รัฐบาลจะได้ปฏิรูปที่ดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แต่เท่าที่ผ่านมายังไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากขาดการวางแผนที่ดี และการเพาะปลูกยังพึ่งพาแหล่งน้ำฝนตามธรรมชาติอยู่เกือบทั้งหมด มีปัญหาการชลประทานรวมทั้งวิธีการเพาะปลูกที่ล้าสมัย ในขณะเดียวกันภาคบริการของเอธิโอเปียก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนกระทั่งปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 40 ของรายได้ประชาชาติ โดยภาคส่วนที่มีอัตราการเติบโตสูงได้แก่การบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การก่อสร้างที่อยู่อาศัยและการคมนาคม รัฐบาลเอธิโอเปียมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายทั้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งสัตว์ป่า แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเอธิโอเปียยังไม่มีการบริหารจัดการที่ดีเท่าใดนัก และยังล้าหลังเคนยาอยู่มาก ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเอธิโอเปียประมาณปีละ 2 แสนคน

นับตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีโดยอิงแนวทางของธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ภายใต้กรอบนโยบาย Sustainable Development and Poverty Reduction Programme (SDPRP) ตามเงื่อนไขของ IMF และประเทศผู้บริจาคต่าง ๆ ซึ่งถือได้ว่าประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของนักลงทุน และบรรดาประเทศผู้บริจาคต่าง ๆ เนื่องจากการปฏิรูปเศรษฐกิจนำไปสู่ระบบเสรีเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป การแปรรูปรัฐวิสาหกิจยังมีน้อย และโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เช่น ถนน และระบบสาธารณูปโภค ยังไม่เอื้อต่อการลงทุนขนาดใหญ่

ความสำเร็จของการปฏิรูปเศรษฐกิจของเอธิโอเปียขึ้นอยู่กับความช่วยเหลือที่ได้รับจากประเทศผู้บริจาคเป็นสำคัญ ซึ่งในช่วงเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา ได้มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ประเทศผู้บริจาคมีความห่วงกังวล เช่น การปราบปรามผู้ประท้วงฝ่ายค้านอย่างรุนแรง สงครามกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในโซมาเลีย และปัญหาชายแดนกับเอริเทรีย นอกจากนี้ กลุ่มกบฏ Ogaden National Liberation Front (ONLF) ยังได้โจมตีฐานขุดเจาะน้ำมันของจีนที่เมือง Ogaden เมื่อเดือนเมษายน 2550 ทำให้ผู้ลงทุนต่างชาติในเอธิโอเปียขาดความมั่นใจ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่า เศรษฐกิจเอธิโอเปียจะเติบโตในอัตราร้อยละ 7.5 ในปี 2550-2551 มีบริษัทต่างชาติใหม่ ๆ เข้าไปลงทุนในเอธิโอเปีย เช่น Starbucks รวมทั้งการลงทุนการผลิตพลังงานชีวภาพก็เพิ่มขึ้นด้วย

ประชากรศาสตร์

กลุ่มชาติพันธุ์

  • โอโรโม ร้อยละ 34.49
  • อามารา ร้อยละ 26.89
  • โซมาลี ร้อยละ 6.20
  • ตีเกรย์ ร้อยละ 6.07
  • ซีดามา ร้อยละ 4.01
  • กูราจ ร้อยละ 2.53
  • โวเลย์ตา ร้อยละ 2.31
  • ฮาดียา ร้อยละ 1.74
  • อาฟาร์ ร้อยละ 1.73
  • กาโม ร้อยละ 1.50
  • เคฟฟีโช ร้อยละ 1.18

และชาติพันธุ์อื่น ๆ อีกร้อยละ 11[39][40]

ศาสนา

จากการสำรวจสำมะโนประชากรปี พ.ศ. 2550 พบว่าชาวเอธิโอเปียร้อยละ 62.8 นับถือศาสนาคริสต์ (ในจำนวนนี้เป็นผู้นับถือนิกายเอธิโอเปียนคอปติกออร์ทอดอกซ์ร้อยละ 43.5 และนิกายอื่น ๆ ร้อยละ 19.3), ร้อยละ 33.9 นับถือศาสนาอิสลาม, ร้อยละ 2.6 นับถือความเชื่อดั้งเดิม และร้อยละ 0.6 นับถือศาสนาอื่น ๆ [39]

วัฒนธรรม

ในวันที่เป็นชนเผ่าจะมีความเป็นเอกลักษณ์ซึ่งดูได้จากหลังคาที่นำมาทำขอหมู่บ้านต่าง ๆ เอธิโอเปียเป็นแหล่งกำเนิดมนุษย์ยุคแรก แต่ไม่ใช่อาณาจักรแรก เพราะยังคงไม่มีความเจริญทางปัญญา แต่มีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ประดิษฐ์ขึ้นเก่าแก่ที่สุดในโลก การตั้งชื่อคนแบบเอธิโอเปียนำมาใช้เช่นเดียวกับในประเทศพม่าคือ ใช้ชื่อพ่อหรือปู่แทนนามสกุล[ต้องการอ้างอิง] การนับวันในเอธิโอเปียใช้ปฏิทินแบบเอธิเปีย ภาษาประจำชาติของเอธิโอเปียคือภาษาอามาราซึ่งเป็นภาษาแรก ๆ ที่มีระบบการเขียนในแอฟริกา

อ้างอิง

  1. "Ethiopia to Add 4 more Official Languages to Foster Unity". Ventures Africa. 4 มีนาคม 2020. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 มีนาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "Ethiopia is adding four more official languages to Amharic as political instability mounts". Nazret. Nazret. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2021-08-17. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2021. {{cite web}}: มี |accessdate= และ |access-date= ซ้ำ (วิธีใช้); มี |archivedate= และ |archive-date= ซ้ำ (วิธีใช้); มี |archiveurl= และ |archive-url= ซ้ำ (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. Shaban, Abdurahman. "One to five: Ethiopia gets four new federal working languages". Africa News. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 15 ธันวาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 23 ตุลาคม 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. "Ethiopian Constitution".
  5. "Table 2.2 Percentage distribution of major ethnic groups: 2007" (PDF). Summary and Statistical Report of the 2007 Population and Housing Census Results. Population Census Commission. น. 16. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 25 มีนาคม 2009. สืบค้นเมื่อ 14 ธันวาคม 2020. {{cite web}}: มี |accessdate= และ |access-date= ซ้ำ (วิธีใช้); มี |archivedate= และ |archive-date= ซ้ำ (วิธีใช้); มี |archiveurl= และ |archive-url= ซ้ำ (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. 1 2 "Country Level". 2007 Population and Housing Census of Ethiopia. CSA. 13 กรกฎาคม 2010. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2019. สืบค้นเมื่อ 18 มกราคม 2013.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. "Ethiopia- The World Factbook". www.cia.gov/the-world-factbook/. Central Intelligence Agency (CIA). สืบค้นเมื่อ 19 กรกฎาคม 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. "Zenawism as ethnic-federalism" (PDF).
  9. 1 2 "CIA World Factbook – Rank Order – Area". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2014. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2008. {{cite web}}: มี |accessdate= และ |access-date= ซ้ำ (วิธีใช้); มี |archivedate= และ |archive-date= ซ้ำ (วิธีใช้); มี |archiveurl= และ |archive-url= ซ้ำ (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. "Ethiopia Population 2021 (Demographics, Maps, Graphs)". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 23 พฤษภาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 23 พฤษภาคม 2021. {{cite web}}: มี |accessdate= และ |access-date= ซ้ำ (วิธีใช้); มี |archivedate= และ |archive-date= ซ้ำ (วิธีใช้); มี |archiveurl= และ |archive-url= ซ้ำ (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. "GDP, PPP (current international $) - Ethiopia, October 2020". WorldBank.org. World Bank. สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. 1 2 3 "World Economic Outlook Database, October 2020". IMF.org. International Monetary Fund. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. "Gini Index coefficient". CIA World Factbook. สืบค้นเมื่อ 16 กรกฎาคม 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. Human Development Report 2020 The Next Frontier: Human Development and the Anthropocene (PDF). United Nations Development Programme. 15 ธันวาคม 2020. น. 343–346. ISBN 978-92-1-126442-5. สืบค้นเมื่อ 16 ธันวาคม 2020.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. Ethiopia, Embassy Of (30 กรกฎาคม 2023). "Overview Of Ethiopia". Embassy Of Ethiopia Washington. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2024-02-25. สืบค้นเมื่อ 2024-02-19.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. Ethiopia, Embassy Of Ethiopia (30 กรกฎาคม 2023). "About Ethiopia". Embassy Of Ethiopia Washington. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2024-02-25. สืบค้นเมื่อ 2024-02-19.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. "Population Projections for Ethiopia 2007–2037". www.csa.gov.et. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 สิงหาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  18. "Ethiopia". The World Factbook (พิมพ์ครั้งที่ 2026). Central Intelligence Agency. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) (Archived 2022 edition)
  19. "Ethiopia". The World Factbook. CIA. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  20. Kessler, David F. (2012). The Falashas : a Short History of the Ethiopian Jews. Routledge. ISBN 978-1-283-70872-2. OCLC 819506475.
  21. Hopkin, Michael (16 กุมภาพันธ์ 2005). "Ethiopia is top choice for cradle of Homo sapiens". Nature. doi:10.1038/news050214-10. ISSN 0028-0836.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  22. Li, J.Z.; Absher, D.M.; Tang, H.; Southwick, A.M.; Casto, A.M.; Ramachandran, S.; Cann, H.M.; Barsh, G.S.; Feldman, M.; Cavalli-Sforza, L.L.; Myers, R.M. (2008). "Worldwide Human Relationships Inferred from Genome-Wide Patterns of Variation". Science. 319 (5866): 1100–04. Bibcode:2008Sci...319.1100L. doi:10.1126/science.1153717. PMID 18292342. S2CID 53541133.
  23. "Humans Moved From Africa Across Globe, DNA Study Says". Bloomberg News. 21 กุมภาพันธ์ 2008. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 29 มิถุนายน 2011. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม 2009.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  24. Kaplan, Karen (21 กุมภาพันธ์ 2008). "Around the world from Addis Ababa". Los Angeles Times. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 3 มิถุนายน 2013. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม 2009. {{cite web}}: มี |accessdate= และ |access-date= ซ้ำ (วิธีใช้); มี |archivedate= และ |archive-date= ซ้ำ (วิธีใช้); มี |archiveurl= และ |archive-url= ซ้ำ (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  25. Blench, Roger (2006). Archaeology, Language, and the African Past (ภาษาอังกฤษ). AltaMira Press. น. 150–163. ISBN 978-0759104662.
  26. "Ethiopia". พฤศจิกายน 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  27. "Ethiopia | People, Flag, Religion, Capital, Map, Population, War, & Facts | Britannica". 31 ตุลาคม 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  28. Moore, Dale H. (1936). "Christianity in Ethiopia". Church History. 5 (3): 271–284. doi:10.2307/3160789. ISSN 0009-6407. JSTOR 3160789. S2CID 162029676.
  29. "Ethnicity and Power in Ethiopia" (PDF). 12 เมษายน 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  30. BBC Staff (3 พฤศจิกายน 2020). "Ethiopia attack: Dozens 'rounded up and killed' in Oromia state". BBC (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 25 พฤษภาคม 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  31. "Egypt, Iran, Saudi Arabia, UAE, Ethiopia formally join BRICS". Daily News Egypt. 1 มกราคม 2024. สืบค้นเมื่อ 1 มกราคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  32. "5 reasons why Ethiopia could be the next global economy to watch". World Economic Forum (ภาษาอังกฤษ). 6 กันยายน 2019. สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  33. Africa, Somtribune (29 สิงหาคม 2020). "Ethiopia Can Be Africa's Next Superpower". SomTribune (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 10 มีนาคม 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  34. "Overview". World Bank (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-06-13.
  35. "Agriculture in Ethiopia: data shows for a large part Agriculture still retained its majority share of the economy". The Low Ethiopian Reports. 16 มิถุนายน 2022. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2023-06-06. สืบค้นเมื่อ 2024-02-19.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  36. "Overview". World Bank (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  37. "Ethiopia Poverty Assessment". World Bank (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 17 ธันวาคม 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  38. "Major problems facing Ethiopia today". Africaw.
  39. 1 2 Berhanu Abegaz, Ethiopia: A Model Nation of MinoritiesPDF (51.7 KB) . Retrieved 6 April 2006.
  40. Embassy of Ethiopia, Washington, DC เก็บถาวร 2008-01-30 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Retrieved 6 April 2006.

ข้อมูลทั่วไป

อ่านเพิ่ม

  • Zewde, Bahru (2001). A History of Modern Ethiopia, 1855–1991 (พิมพ์ครั้งที่ 2nd). Athens, OH: Ohio University Press. ISBN 978-0-8214-1440-8.
  • Selassie I., Haile (1999). My Life and Ethiopia's Progress: The Autobiography of Emperor Haile Selassie I. Translated by Edward Ullendorff. Chicago: Frontline. ISBN 978-0-948390-40-1.
  • Deguefé, Taffara (2006). Minutes of an Ethiopian Century, Shama Books, Addis Ababa, ISBN 99944-0-003-7.
  • Hugues Fontaine, Un Train en Afrique. African Train, Centre Français des Études Éthiopiennes / Shama Books. Édition bilingue français / anglais. Traduction : Yves-Marie Stranger. Postface : Jean-Christophe Belliard. Avec des photographies de Matthieu Germain Lambert et Pierre Javelot. Addis Abeba, 2012, ISBN 978-99944-867-1-7. English and French. UN TRAIN EN AFRIQUE
  • Henze, Paul B. (2004). Layers of Time: A History of Ethiopia. Shama Books. ISBN 978-1-931253-28-4.
  • Marcus, Harold G. (1975). The Life and Times of Menelik II: Ethiopia, 1844–1913. Oxford: Clarendon. Reprint, Trenton, NJ: Red Sea, 1995. ISBN 1-56902-009-4.
  • Marcus, Harold G. (2002). A History of Ethiopia (พิมพ์ครั้งที่ updated). Berkeley: University of California Press. ISBN 978-0-520-22479-7.
  • Mauri, Arnaldo (2010). Monetary developments and decolonization in Ethiopia, Acta Universitatis Danubius Œconomica, VI, n. 1/2010, pp. 5–16. Monetary Developments and Decolonization in Ethiopia and WP Monetary developments and decolonization in Ethiopia
  • Campbell, Gwyn; Miers, Suzanne; Miller, Joseph (2007). Women and Slavery: Africa, the Indian Ocean world, and the medieval north Atlantic. Ohio University Press. ISBN 978-0-8214-1723-2.
  • Mockler, Anthony (1984). Haile Selassie's War. New York: Random House. Reprint, New York: Olive Branch, 2003. ISBN 0-902669-53-2.
  • Murphy, Dervla (1968). In Ethiopia with a Mule. London: Century, 1984, cop. 1968. N.B.: An account of the author's travels in Ethiopia. 280 p., ill. with a b&w map. ISBN 0-7126-3044-9
  • Rubenson, Sven (2003). The Survival of Ethiopian Independence (พิมพ์ครั้งที่ 4th). Hollywood, CA: Tsehai. ISBN 978-0-9723172-7-6.
  • Siegbert Uhlig, et al. (eds.) (2003). Encyclopaedia aethiopica, Vol. 1: A–C. Wiesbaden: Harrassowitz Verlag.
  • Siegbert Uhlig, et al. (eds.) (2005). Encyclopaedia aethiopica, Vol. 2: D–Ha. Wiesbaden: Harrassowitz Verlag.
  • Siegbert Uhlig, et al. (eds.) (2007). Encyclopaedia aethiopica, Vol. 3: He–N. Wiesbaden: Harrassowitz Verlag.
  • Siegbert Uhlig & Alessandro Bausi, et al. (eds.) (2010). Encyclopaedia aethiopica, Vol. 4: O–X. Wiesbaden: Harrassowitz Verlag.
  • Alessandro Bausi & S. Uhlig, et al. (eds.) (2014). Encyclopaedia aethiopica, Vol. 5: Y–Z and addenda, corrigenda, overview tables, maps and general index. Wiesbaden: Harrassowitz Verlag.
  • แม่แบบ:Country study
  • สาธารณะสมบัติ บทความนี้รวมเอางานสาธารณสมบัติจากเดอะเวิลด์แฟกต์บุ๊ก
  • Keller, Edmond (1991). Revolutionary Ethiopia From Empire to People's Republic. Indiana University Press. ISBN 9780253206466.

แหล่งข้อมูลอื่น

  1. It is also bordered to the northeast by the unrecognised state of Somaliland, which is recognised internationally as a de jure autonomous region of Somalia.