น้ำมันเบนซิน

Overview

น้ำมันเบนซิน ในสหรัฐและแคนาดาเรียกว่า แก๊สโซลีน ในประเทศเครือจักรภพอังกฤษเรียกว่า เพทรอล เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับใช้กับเครื่องยนต์สันดาปภายใน ชนิดเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งใช้หัวเทียนในการจุดระเบิดภายในเครื่องยนต์

โถที่มีน้ำมันเบนซิน
สินค้าอันตราย ประเภท 3 ของเหลวไวไฟ น้ำมันเบนซิน

น้ำมันเบนซิน ในสหรัฐและแคนาดาเรียกว่า แก๊สโซลีน (อังกฤษ: gasoline หรือ gas) ในประเทศเครือจักรภพอังกฤษเรียกว่า เพทรอล (อังกฤษ: petrol ย่อมาจาก petroleum spirit) เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับใช้กับเครื่องยนต์สันดาปภายใน ชนิดเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งใช้หัวเทียนในการจุดระเบิดภายในเครื่องยนต์

ที่มาของนิรุกติศาสตร์คำศัพท์

ในประเทศไทย เรียกน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดนี้ว่าเบนซิน (Benzin, Bensin) ตามอย่างประเทศเยอรมนี เพราะในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6 ที่ประเทศไทยเริ่มนำเข้ารถยนต์และน้ำมันเข้ามาเป็นครั้งแรก ยุคนั้น เยอรมันนีเป็นมหาอำนาจด้านวิศวกรรมเคมีและยานยนต์ของโลก (ผู้คิดค้นรถยนต์ใช้น้ำมันคันแรกของโลกก็คือ คาร์ล เบนซ์ เป็น ชาวเยอรมัน)

ที่มาคำศัพท์

ชื่อดั้งเดิมมีที่มาจากคำในภาษาอาหรับที่ใช้เรียกกำยานเบนโซอิน นั่นคือคำว่า "ลูบัน จาวี" (luban dschawi) ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า "กำยานจากชวา" โดยคำศัพท์นี้ได้แพร่กระจายเข้าสู่ทวีปยุโรปผ่านความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างชาวอาหรับกับแคว้นกาตาลุญญา และจากการที่ตัดพยางค์แรกของคำไปรวมถึงมีการเปลี่ยนเสียงสระ"a"ตัวแรกให้กลายเป็นเสียง"e" จึงทำให้เกิดเป็นคำว่า "เบนยูอี" (benjuì) ในภาษาอิตาลี และเกิดเป็นคำว่า "เบนโซเอ" (benzoë) ในภาษาละตินยุคกลาง ซึ่งคำเหล่านี้เองคือรากศัพท์ที่พัฒนาต่อมาเป็นคำว่า "เบนโซล" (Benzol) ในภาษาเยอรมัน

ต่อมาในปี ค.ศ. 1825 ไมเคิล ฟาราเดย์ ได้ค้นพบสารประกอบที่ในเวลาต่อมาถูกเรียกว่า"เบนโซล"ภายในถังแก๊สที่ถูกใช้จนว่างเปล่า ซึ่งในตอนนั้นเขาได้ตั้งชื่อมันว่า "บีคาร์บูร์ ดีไฮโดรเจน" (bicarbure d’hydrogène) ก่อนที่ในเวลาต่อมา ไอลฮาร์ด มิตเชอร์ลิช จะเปลี่ยนชื่อสารนี้เป็นคำว่า "เบนซิน" (Benzin) แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มิตเชอร์ลิชใช้เรียกในตอนนั้นแท้จริงแล้วก็คือสารเบนโซลในปัจจุบัน โดยมิตเชอร์ลิชได้ตั้งชื่อสารดังกล่าวตามวัตถุดิบตั้งต้นที่เขาใช้ในการทดลอง ซึ่งก็คือกำยานเบนโซอินนั่นเอง ส่วนการนำคำนี้มาใช้ระบุถึงน้ำมันเบนซินในความหมายปัจจุบันนั้นเกิดขึ้นโดยยุสตุส ฟอน ลีบิก

ด้วยเหตุนี้ คำเรียกน้ำมันว่า "เบนซิน" จึงไม่ได้มีที่มาจากชื่อของคาร์ล เบนซ์ ผู้สร้างเครื่องยนต์และยานยนต์ตามที่บางคนเข้าใจผิดกันไป ซึ่งจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับน้ำมันดีเซลที่ได้รับการตั้งชื่อตามรูดอล์ฟ ดีเซล จริง ๆ ส่วนการค้นพบว่าส่วนผสมระหว่างน้ำมันเบนซินกับอากาศเป็นแหล่งเชื้อเพลิงที่เหมาะสมสำหรับรถยนต์นั้น มีที่มาจากผลงานการค้นพบของ ซีกฟรีด มาร์คุส

การผลิตและส่วนผสม

น้ำมันเบนซินได้มาจากการนำน้ำมันองค์ประกอบที่ได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน นำมาผสมสารเพิ่มคุณภาพและสารเติมแต่ง เช่น MTBE, เอทานอล และสีย้อม

การวัดคุณภาพของน้ำมันเบนซิน ใช้ค่าออกเทน ซึ่งในสมัยก่อนใช้วิธีเติมตะกั่วลงไปเพื่อปรับค่าออกเทน แต่ต่อมาได้วิจัยพบว่าเป็นอันตรายต่อระบบประสาทของมนุษย์ ปัจจุบันจึงได้ใช้สาร MTBE (Metyl Tertiary Butyl Ether) แทน และมีชื่อเรียกในประเทศไทยว่า น้ำมันไร้สารตะกั่ว


น้ำมันเบนซิน ส่วนประกอบ paraffin, aromatic, olefins และ ส่วนผสมจากกระบวนการปรับปรุงคุณภาพ ได้แก่ - LSR - Catalytic reformat - Catalytic cracked gasoline - Thermally cracked gasoline - Hydro cracked gasoline - Alkylate - Polymerized gasoline - Isomerizes gasoline สารเติมแต่งที่สำหรับ gasoline - Antiknock compound ใส่เพื่อเพิ่มค่าออกเทน ซึ่งเมื่อก่อนจะใช้สารพวกตะกั่วแต่ปัจจุบันยกเลิกแล้ว จึงหันมาใช้พวก organo-manganese compound แทน - Anti- Oxidant ใส่เพื่อป้องกันการเกิดยางเหนียว - Oxygenates จะช่วยลดปริมาณคาร์บอนและช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำมัน นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มค่าออกเทน - Paint ใส่เพื่อช่วยแยกเกรดของน้ำมัน - Detergent และ Dispersant จะช่วยให้เครื่องยนต์สะอาด ซึ่งจะเป็นสารพอลิเมอร์ชนิดพิเศษ วัตถุ

สูตรการผลิตน้ำมันเบนซินคุณภาพสูง

1.เก็บต้นข้าวที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมา

2.นำต้นข้าวมาย่อยสลายด้วยกรด H++SbF6

3.นำก๊าซที่ได้มาผ่านการฉายรังสียูเรเนี่ยม และขั้นตอนต่อไปนี้อยู่ภายใต้การฉายรังสีทั้งหมด

4.เติมแก๊สแอมโมเนียลงไป

5.เติมไอน้ำลงไป

6.เติมแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ลงไป

7.เติมสารเคมี Dicamba C8H8Cl2O6 ลงไป

8.เกิดกระบวนการ Oxidase กลายเป็นน้ำมันเบนซิน

แหล่งข้อมูลอื่น

รูปภาพ