ฮาเมส โรดริเกซ

Overview

ฮาเมส ดาบิด โรดริเกซ รูบิโอ เป็นนักฟุตบอลชาวโคลอมเบีย ซึ่งเล่นได้ทั้งในตำแหน่งกองกลางตัวรุกหรือปีก และเป็นกัปตันของ ทีมชาติโคลอมเบีย เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นโคลอมเบียที่ดีที่สุดตลอดกาล ด้วยทักษะการเล่นอันโดดเด่น วิสัยทัศน์ในการจ่ายบอลและความสามารถในการสร้างสรรค์เกม นอกจากนี้เขายังถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดของ การ์โลส บัลเดร์รามา ตำนานนักฟุตบอลร่วมชาติอีกด้วย

ฮาเมส โรดริเกซ
โรดริเกซขณะเล่นให้กับไบเอิร์นมิวนิกใน ค.ศ. 2018
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ฮาเมส ดาบิด โรดริเกซ รูบิโอ[1]
วันเกิด (1991-07-12) 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 (35 ปี)
สถานที่เกิด กูกูตา โคลอมเบีย
ส่วนสูง 1.80 m (5 ft 11 in)[1]
ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก / ปีก
สโมสรเยาวชน
1995–2007 เอนบิกาโด
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2007–2008 เอนบิกาโด 30 (9)
2008–2010 บันฟิลด์ 42 (5)
2010–2013 โปร์ตู 63 (25)
2013–2014 มอนาโก 34 (9)
2014–2020 เรอัลมาดริด 85 (29)
2017–2019ไบเอิร์นมิวนิก (ยืม) 43 (14)
2020–2021 เอฟเวอร์ตัน 26 (6)
2021–2022 อัรร็อยยาน 13 (4)
2022–2023 โอลิมเบียโกส 20 (5)
2023-2024 เซา เปาโล 18 (2)
2024-2025 ราโย บาเยกาโน่ 6 (0)
2025 ลีออน 31 (5)
2026 มินนิโซตา ยูไนเต็ด 0 (0)
ทีมชาติ
2007 โคลอมเบีย อายุไม่เกิน 17 ปี 11 (3)
2011 โคลอมเบีย อายุไม่เกิน 20 ปี 5 (3)
2011– โคลอมเบีย 128 (31)
เกียรติประวัติ
ฟุตบอลชาย
ตัวแทนของ  โคลอมเบีย
โคปาอเมริกา
เหรียญเงิน - รองชนะเลิศ โคปาอเมริกา 2024 รองชนะเลิศ
เหรียญทองแดง - อันดับที่ 3 โคปาอเมริกา 2016 อันดับที่ 3
*นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2026
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด
ณ วันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2026

ฮาเมส ดาบิด โรดริเกซ รูบิโอ (สเปน: James David Rodríguez Rubio; เกิด 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1991) เป็นนักฟุตบอลชาวโคลอมเบีย ซึ่งเล่นได้ทั้งในตำแหน่งกองกลางตัวรุกหรือปีก และเป็นกัปตันของ ทีมชาติโคลอมเบีย เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นโคลอมเบียที่ดีที่สุดตลอดกาล ด้วยทักษะการเล่นอันโดดเด่น วิสัยทัศน์ในการจ่ายบอลและความสามารถในการสร้างสรรค์เกม นอกจากนี้เขายังถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดของ การ์โลส บัลเดร์รามา ตำนานนักฟุตบอลร่วมชาติอีกด้วย [2][3]

ฮาเมสเริ่มต้นอาชีพกับเอนบิกาโดก่อนจะย้ายไปร่วมทีมบันฟิลด์ในลีกอาร์เจนตินา เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในยุโรปช่วงที่เล่นให้กับโปร์ตูซึ่งเขาพาทีมคว้าแชมป์หลายรายการและเขาก็ได้รับรางวัลส่วนตัวตลอดสามปีที่เล่นให้กับสโมสร ใน ค.ศ. 2014 ฮาเมสย้ายจากมอนาโกไปยังเรอัลมาดริดด้วยค่าตัว 63 ล้านปอนด์ ส่งผลให้เขาทำลายสถิติราดาเมล ฟัลกาโอ กลายเป็นนักฟุตบอลชาวโคลอมเบียที่มีค่าตัวแพงที่สุด และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ณ เวลานั้น [4] ในฤดูกาลแรกของเขากับสโมสร เขาติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของลาลิกาและได้รับรางวัลกองกลางยอดเยี่ยมของลาลิกา [5] ใน ค.ศ. 2017 เขาได้เซ็นสัญญาร่วมทีมไบเอิร์นมิวนิก สโมสรยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลา 2 ปี และช่วงฤดูร้อน ใน ค.ศ. 2020 เขาได้ย้ายไปร่วมทีมเอฟเวอร์ตัน ในศึกพรีเมียร์ลีกแบบไม่มีค่าตัว โดยลงเล่นอยู่ 1 ฤดูกาล [6] ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมอัลรายยานในกาต้าร์และโอลิมเปียกอสที่กรีซ ในปี ค.ศ.2021 และ 2022 ตามลำดับ ต่อมาในปี ค.ศ.2023 หรือเป็นเวลา 13 ปี หลังจากที่เขาเดินทางออกจากอเมริกาใต้ ฮาเมสได้กลับคืนสู่ทวีปบ้านเกิดอีกครั้งโดยเซ็นสัญญากับ เซาเปาลู และหลังจากแยกทางกับเซาเปาลูในเดือนกรกฎาคม ในปี ค.ศ.2024 ฮาเมสได้กลับมาค้าแข้งในยุโรปช่วงสั้นๆ กับราโยบาเยกาโน ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมเลออน สโมสรในลีกเม็กซิโก ในปี ค.ศ.2025

ฮาเมสเริ่มต้นอาชีพในระดับทีมชาติกับทีมชาติโคลอมเบียรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ซึ่งเขาพาทีมคว้าแชมป์การแข่งขันตูลงทัวร์นาเมนต์ ในปี ค.ศ.2011 จากนั้นเขาได้รับหน้าที่เป็นกัปตันของทีมชาติรุ่นชุดนี้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี 2011 และด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์นั้น ทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ในวัยเพียง 20 ปี เขาได้ลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2014 2018 และ 2026 โดยในฟุตบอลโลก ค.ศ.2014 นั้นเอง เขาได้รับรางวัลรองเท้าทองคำ หรือรางวัลสำหรับผู้ทำประตูสูงสุดในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในแต่ละปี และถูกรวมในทีมออลสตาร์ของฟุตบอลโลกในครั้งนั้นอีกด้วย [7][8] นอกจากนี้ เขายังเป็นตัวแทนของชาติในการแข่งขันโกปาอาเมริกา 2015, โกปาอาเมริกาเซนเตนาริโอ (2016) และโกปาอาเมริกา 2019 และ โกปาอาเมริกา 2024 โดยพาโคลอมเบียจบอันดับที่สามในโกปาอาเมริกาเมื่อ ค.ศ. 2016 และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในปี ค.ศ. 2024 ซึ่งในทัวร์นาเมนต์ล่าสุดนี้ ค.ศ.2024 เขาได้ร้บรางวัลลูกบอลทองคำในฐานะผู้เล่นที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์อีกด้วย

สโมสรอาชีพ

ฮาเมส โรดริเกซ เกิดที่เมืองกูกูตา ประเทศโคลอมเบีย เป็นบุตรชายของวิลซอน ฮาเมส โรดริเกซ เบดอญญา และมาริอา เดล ปิลาร์ รูบิโอ ชื่อ "ฮาเมส" หรือ "เจมส์" ตามการอ่านออกเสียงแบบสำเนียงอังกฤษ มาจากชื่อเจมส์ บอนด์

โรดริเกซมีแรงบันดาลใจที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลจากเหตุการณ์ที่อันเดรส เอสโกบาร์ กองหลังของทีมชาติโคลอมเบียที่ทำเข้าประตูตัวเองในฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา ทำให้โคลอมเบียที่ถูกจัดให้หนึ่งในทีมเต็งทีมหนึ่งต้องตกรอบแรก และเมื่อกลับไปที่โคลอมเบีย เอสโกบาร์ก็ถูกยิงเสียชีวิตจากคำสั่งของนักค้ายาเสพติดที่เสียเงินพนัน

โรดริเกซเริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสรเอนบิกาโดในโคลอมเบีย และย้ายไปที่อาร์เจนตินากับสโมสรบันฟิลด์ ในปี ค.ศ. 2006 พร้อมทำสถิติเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่อายุน้อยที่สุดในอาร์เจนตินา ก่อนจะย้ายมาที่ทวีปยุโรปในประเทศโปรตุเกสกับสโมสรโปร์ตู ด้วยค่าตัว 2.1 ล้านยูโรในปีถัดมา ซึ่งโรดริเกซคว้าแชมป์ลีกกับโปร์ตู 2 ฤดูกาลติดต่อกัน ด้วยวัยเพียงแค่ 21 ปี

ต่อมาได้ย้ายไปอยู่กับอาแอ็ส มอนาโก ในลีกเอิงของฝรั่งเศส ด้วยค่าตัวแพงถึง 45 ล้านยูโร ในช่วงฤดูร้อนของปี ค.ศ. 2013 ทำให้โรดริเกซลกายเป็นนักฟุตบอลโคลอมเบียที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ รองจากราดาเมล ฟัลกาโอ โดยในมอนาโก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แชมป์ แต่โรดริเกซก็สามารถแสดงผลงานได้อย่างดีเยี่ยม

ฮาเมส โรดริเกซ เคยมีปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าในนัดที่เรอัลมาดริดชนะเซบิยา 2-1 ซึ่งใช้เวลา 2 เดือนในการรักษา จนเขาสามารถลงเล่นในนัดที่เรอัลมาดริดถล่มกรานาดาไป 9-1

เอฟเวอร์ตัน

ฮาเมสย้ายร่วมเอฟเวอร์ตันในพรีเมียร์ลีกในเดือนกันยายน ค.ศ. 2020 ด้วยสัญญาสองปีและมีตัวเลือกในการเพิ่มฤดูกาลที่สาม[6][9][10] การย้ายตัวครั้งนี้ทำให้เขาได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับผู้จัดการทีมอย่างการ์โล อันเชลอตตี[11] เขาลงเล่นนัดแรกในเดือนเดียวกันในนัดที่บุกเอาชนะทอตนัมฮอตสเปอร์ 1–0 ในนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020–21[12]

ฮาเมสทำประตูและแอสซิสต์แรกในลีกช่วยให้เอฟเวอร์ตันเปิดบ้านเอาชนะเวสต์บรอมมิชอัลเบียน 5–2 เมื่อวันที่ 19 กันยายน[13]

ทีมชาติ

ในฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล เป็นเจ้าภาพ ฮาเมส โรดริเกซ แสดงผลงานได้อย่างโดดเด่นมาก โดยเป็นนักฟุตบอลแรกคนแรกที่ยิงประตูได้ทุกนัดที่ลงแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายติดต่อกันถึง 4 นัด นับจากกริสเตียน วีเอรี ของอิตาลี ทำได้ในฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกยิงในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่โคลอมเบียเอาชนะอุรุกวัยไปได้ 2-0 โดยโรดริเกซกลับตัวยิงด้วยเท้าซ้ายแบบวอลเลย์ ลูกฟุตบอลย้อยเสียบใต้คานเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ลูกนี้ทำให้ได้รับคำชมอย่างมาก และต่อมาได้รับการเลือกจากแฟนฟุตบอลให้เป็นลูกที่สวยที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ นอกจากนี้ประตูดังกล่าวยังได้รับรางวัล FIFA Puskas Award 2014 อีกด้วย[14]

หลังจบฟุตบอลโลก 2014 แล้ว โรดริเกซได้ย้ายไปเรอัลมาดริด ในลาลิกา ของสเปน ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ โดยได้สวมเสื้อหมายเลข 10 ซึ่งเป็นหมายเลขเก่าของเมซุท เออซิล[15]

ชีวิตส่วนตัว

ในปี ค.ศ. 2015 นิตยสาร Forbes ประมาณการว่ารายได้ประจำาปีของฮาเมส อยู่ที่ 29ล้านเหรียญสหรัฐ[16] ฮาเมส โรดริเกซ ได้สมรสกับดานิเอลา โอสปินา ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของดาบิด โอสปินา ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมชาติโคลอมเบีย โดยทั้งคู่สมรสกันตั้งแต่ ค.ศ. 2011 และทั้งสองมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน มีชื่อว่า ซาโลเม เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2013[17] เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2017 มีการประกาศว่าฮาเมสและดาเนียลาทั้งคู่อยู่ในขั้นตอนการหย่าร้าง [18] และเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 2019 ฮาเมสได้ลูกชายคนแรกและลูกคนที่สองของเขา มีชื่อว่า ซามูเอล โดยเกิดจากการอุ้มบุญ ไปรับอุ้มบุญที่เมืองเมเดยิน[19] เขาได้รับสัญชาติสเปนใน ค.ศ. 2019[20][21]

เกียรติประวัติ

เอนบิกาโด

  • กาเตโกริอาปริเมรา เบ: 2007[22]

บันฟิลด์

โปร์ตู

เรอัลมาดริด[25]

ไบเอิร์นมิวนิก[25]

โคลอมเบีย

รางวัลส่วนตัว

อ้างอิง

  1. 1 2 "2018 FIFA World Cup Russia: List of players: Colombia" (PDF). FIFA. 10 มิถุนายน 2018. น. 5. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2019-12-02. สืบค้นเมื่อ 11 มิถุนายน 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "Rodriguez: I've got a lot to learn". FIFA. 20 สิงหาคม 2012. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-07-08. สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม 2013.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. Richards, Alex (2014-06-28). "World Cup 2014: Chief conductor James Rodriguez looking to lead as Colombia face Uruguay". Daily Mirror (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  4. "James Rodriguez: Real Madrid sign Monaco forward". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2014-07-22. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  5. "The 2014/15 Liga BBVA Ideal XI" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2015-06-15.
  6. 1 2 "James Rodriguez: Everton sign Colombia attacking midfielder from Real Madrid". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2020-09-07. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  7. FIFA.com (2014-07-13). "Messi, Neuer heralded as Brazil 2014's best". FIFA.com (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2015-09-06. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  8. 1 2 FIFA.com. "2014 FIFA World Cup Brazil™ - Statistics - Castrol Index - FIFA.com". FIFA.com (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-12-19. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  9. "Everton Complete Signing Of James Rodriguez". Everton F.C. 7 กันยายน 2020. สืบค้นเมื่อ 7 กันยายน 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. "Official Announcement: James Rodríguez". Real Madrid C.F. 7 กันยายน 2020. สืบค้นเมื่อ 7 กันยายน 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. "Everton sign James Rodriguez: Can Carlo Ancelotti bring best out of Colombian?". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2020-09-07. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  12. "Tottenham Hotspur 0-1 Everton: Dominic Calvert-Lewin heads winner against Spurs". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2020-09-11. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  13. "Everton 5-2 West Bromwich Albion: Dominic Calvert-Lewin scores hat-trick in big win". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2020-09-17. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  14. "ลูกยิงของ โรดริเกวซ เป็นประตูยอดเยี่ยม ศึกฟุตบอลโลก 2014". ครอบครัวข่าว 3. 22 กรกฎาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสีย]
  15. "ชุดขาวเปิดตัว "โรดริเกวซ" รับเสื้อเบอร์ 10". ผู้จัดการออนไลน์. 23 กรกฎาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสีย]
  16. Staff, ByMerrilee BartonFormer. "James Rodriguez". Forbes (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  17. "Daniela Ospina - Colombian Soccer Player James Rodriguez' Wife (bio, Wiki, Photos)". FabWags.com (ภาษาเกาหลี). 2014-07-04. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  18. "James Rodriguez and wife Daniela Ospina announce separation | Goal.com". www.goal.com (ภาษาอังกฤษ). 2017-07-28. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  19. Televisión, Caracol; TV, Caracol (2019-11-09). "Vin68". vin68t.com (ภาษาสเปน). สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  20. Garcia, Adriana (8 เมษายน 2019). "Reports: Bayern's James becomes Spanish citizen". ESPN. สืบค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  21. Español, En (2019-04-08). "James Rodriguez gains Spanish citizenship, making Real Madrid return more likely". MARCA in English (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  22. "James Rodriguez, the young guide to Colombia | Conmebol.com". www.conmebol.com (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-07-29. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  23. "The James Rodríguez story – Real Madrid CF". www.realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  24. 1 2 3 4 "Real Madrid Transfer News (2015–2016) – Real Madrid CF". www.realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  25. 1 2 "J. Rodríguez". Soccerway. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  26. "Real Madrid win 2019/20 LaLiga Santander". LaLiga. 16 กรกฎาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 17 กรกฎาคม 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  27. "Real Madrid win the Supercopa from the spot". Marca. Spain. 12 มกราคม 2020. สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  28. FIFA.com. "FIFA U-20 World Cup Colombia 2011 - Statistics - Players - Top goals - FIFA.com". FIFA.com (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2018-07-16. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  29. "Tournoi Espoirs de Toulon – Official Player Awards". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. 30 พฤษภาคม 2013. สืบค้นเมื่อ 4 กรกฎาคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  30. "Liga NOS". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 24 กันยายน 2015. สืบค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2012.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  31. "Record elege o onze de 2012" [Record elects the eleven of 2012]. A Bola (ภาษาโปรตุเกส). 1 มกราคม 2013. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 1 มกราคม 2013. สืบค้นเมื่อ 1 มกราคม 2013.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  32. "João Moutinho e mais dez craques" [João Moutinho and ten aces]. O Jogo (ภาษาโปรตุเกส). 31 ธันวาคม 2012. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2017-08-07. สืบค้นเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2013.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  33. "O melhor onze da I Liga". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2018-07-23. สืบค้นเมื่อ 2020-09-16.
  34. "French Ligue 1 Stats: Assists Leaders – 2013–14". ESPN FC. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  35. "Ibrahimovic mejor jugador de Francia; James Rodríguez tercero". Mundodeportivo.com. สืบค้นเมื่อ 24 มิถุนายน 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  36. "Sondages | Communauté | AS Monaco FC". Asm-fc.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 15 กรกฎาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 24 มิถุนายน 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  37. "World Cup 2014: James Rodriguez wins Golden Boot". BBC Sport. 13 กรกฎาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  38. "The Dream Team". FIFA. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-08-15. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  39. "Rodriguez volley named Goal of the Tournament". FIFA. 21 กรกฎาคม 2014. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2018-04-13. สืบค้นเมื่อ 21 กรกฎาคม 2014.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  40. "FIFA Puskás award 2014 – results" (PDF). FIFA. 12 มกราคม 2015. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 30 กรกฎาคม 2015.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  41. "THE WORLD'S BEST PLAYMAKER 2014". IFFHS. 18 มกราคม 2015. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  42. "FIFA FIFPro World XI: the reserve teams – FIFPro World Players' Union". FIFPro.org. 15 มกราคม 2015. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 14 เมษายน 2019. สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  43. "2015 World XI: the Reserve Teams – FIFPro World Players' Union". FIFPro.org. 11 มกราคม 2016. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 9 เมษายน 2019. สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  44. "The 2014/15 Liga BBVA Ideal XI". LFP. 15 มิถุนายน 2015. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 15 กันยายน 2018. สืบค้นเมื่อ 17 มิถุนายน 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  45. "James Rodriguez, 2014/15 Liga BBVA Best Midfielder". LFP. 30 พฤศจิกายน 2015. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 23 ตุลาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 4 กรกฎาคม 2017.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  46. "UEFA Champions League Squad of the Season". UEFA. 27 พฤษภาคม 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  47. "CONFIRMED 2017/18 Bundesliga FIFA 18 Team of the Season". Bundesliga. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2021-05-20. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  48. "Five madridistas pick up prizes at the Facebook Football Awards". Madrid, Spain: Real Madrid C.F. 12 พฤษภาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2016. Ronaldo (best striker and best player), James (best goal), Modric (best midfielder), Marcelo (best defender) and Navas (best goalkeeper) were the winners at the ceremony which took place at Facebook's offices in Madrid. The Real Madrid fans were also chosen as the best supporters in La Liga.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  49. "Spanish Copa del Rey Statistics". ESPN FC. สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  50. Herrera, Santiago; Shank, Timothy M. (1 กรกฎาคม 2016). "RAD sequencing enables unprecedented phylogenetic resolution and objective species delimitation in recalcitrant divergent taxa". Molecular Phylogenetics and Evolution. 100: 70–79. doi:10.1016/j.ympev.2016.03.010. PMID 26993764.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  51. "El equipo ideal de la CONMEBOL Copa América Brasil 2019". copaamerica.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-07-09. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.

แหล่งข้อมูลอื่น