Overview
จอห์น ฟอน นอยมันน์ เป็นนักคณิตศาสตร์ นักฟิสิกส์ และนักวิทยาการคอมพิวเตอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการี เขามีผลงานครอบคลุมหลายสาขา เช่น ทฤษฎีเซต กลศาสตร์ควอนตัม ทฤษฎีเกม สถิติศาสตร์ และการออกแบบคอมพิวเตอร์ยุคแรก ผลงานของเขามีอิทธิพลต่อทั้งคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เศรษฐศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์

จอห์น ฟอน นอยมันน์ (อังกฤษ: John von Neumann; ฮังการี: Neumann János Lajos; 28 ธันวาคม ค.ศ. 1903 – 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1957) เป็นนักคณิตศาสตร์ นักฟิสิกส์ และนักวิทยาการคอมพิวเตอร์ชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการี เขามีผลงานครอบคลุมหลายสาขา เช่น ทฤษฎีเซต กลศาสตร์ควอนตัม ทฤษฎีเกม สถิติศาสตร์ และการออกแบบคอมพิวเตอร์ยุคแรก ผลงานของเขามีอิทธิพลต่อทั้งคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ วิทยาศาสตร์กายภาพ เศรษฐศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์[1][2]
พื้นฐานครอบครัวและชีวิตช่วงแรก
ฟอน นอยมันน์เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ค.ศ. 1903 ที่บูดาเปสต์ ในขณะนั้นอยู่ในราชอาณาจักรฮังการีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ชื่อภาษาฮังการีของเขาคือ นอยมันน์ ยาโนช ลาโยช (Neumann János Lajos; ภาษาฮังการีเรียงนามสกุลไว้หน้าชื่อตัว) เขาเติบโตในครอบครัวชาวยิวที่ไม่เคร่งศาสนาและมีฐานะดี บิดาชื่อ มิกชอ นอยมันน์ เป็นนักกฎหมายและนายธนาคาร ส่วนมารดา มอร์กิต คันน์ มาจากครอบครัวผู้ประกอบกิจการค้าอุปกรณ์การเกษตร เขามีน้องชายสองคน คือ มีฮายและมีโคลช[3] ใน ค.ศ. 1913 จักรพรรดิฟรันทซ์ โยเซ็ฟที่ 1 พระราชทานบรรดาศักดิ์แก่บิดาของเขา ครอบครัวจึงใช้คำแสดงบรรดาศักดิ์ margittai (แปลว่า “แห่งมอร์กิตตอ”) และใช้รูปภาษาเยอรมันว่า von Neumann[3]
ฟอน นอยมันน์เรียนกับครูส่วนตัวจนถึงอายุสิบปี ก่อนเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมลูเทอรันฟาโชรีในบูดาเปสต์ ความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเขาเป็นที่สังเกตตั้งแต่วัยเยาว์ ลาสโล ราตซ์ ครูคณิตศาสตร์ของโรงเรียน แนะนำให้ครอบครัวจัดหาผู้สอนคณิตศาสตร์ขั้นสูงเพิ่มเติม[4][5]
เมื่อเลือกศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย เขาเรียนคณิตศาสตร์ควบคู่กับเคมีตามความประสงค์ของบิดาซึ่งเห็นว่าวิชาเคมีให้โอกาสประกอบอาชีพที่แน่นอนกว่า ฟอน นอยมันน์ลงทะเบียนศึกษาคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยบูดาเปสต์ และศึกษาบางภาคการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน ต่อมาเขาศึกษาวิศวกรรมเคมีที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิส ซือริช ใน ค.ศ. 1926 เขาสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมเคมีจากซือริชและได้รับปริญญาเอกสาขาคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบูดาเปสต์ในปีเดียวกัน[5][1]
บทความคณิตศาสตร์ชิ้นแรกของเขาตีพิมพ์ใน ค.ศ. 1922 เขียนร่วมกับมีฮาย แฟแกแต และศึกษารากของพหุนามบางชนิด[4] ในปีถัดมาเขาเสนอนิยามของจำนวนเชิงอันดับที่ในกรอบทฤษฎีเซต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลงานระยะแรกด้านรากฐานคณิตศาสตร์ของเขา[6]
ผลงานและอาชีพ
หลังสำเร็จการศึกษา ฟอน นอยมันน์ศึกษาวิจัยที่มหาวิทยาลัยเกิททิงเงินและเริ่มสอนในฐานะ Privatdozent ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติสอนในมหาวิทยาลัยโดยมิได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ประจำ ที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลินใน ค.ศ. 1927 ต่อมาเขาสอนที่มหาวิทยาลัยฮัมบวร์ค และเดินทางไปสหรัฐอเมริกาในฐานะอาจารย์รับเชิญของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เมื่อสถาบันเพื่อการศึกษาขั้นสูงก่อตั้งคณะคณิตศาสตร์ใน ค.ศ. 1933 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในศาสตราจารย์รุ่นแรกและดำรงตำแหน่งที่นั่นจนเสียชีวิต[1][2]
คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และทฤษฎีเกม
ผลงานทางคณิตศาสตร์ของฟอน นอยมันน์ครอบคลุมทฤษฎีเซต ทฤษฎีตัวดำเนินการ ทฤษฎีเออร์โกดิก เรขาคณิต และรากฐานคณิตศาสตร์ ในฟิสิกส์ เขาช่วยวางรากฐานทางคณิตศาสตร์ให้แก่กลศาสตร์ควอนตัม โดยเฉพาะการใช้ปริภูมิฮิลแบร์ตและตัวดำเนินการเชิงเส้นอธิบายสถานะและปริมาณที่สังเกตได้[1][6]
ในด้านทฤษฎีเกม ฟอน นอยมันน์พิสูจน์ทฤษฎีบทมินิแมกซ์สำหรับเกมผลรวมเป็นศูนย์ที่มีผู้เล่นสองคนใน ค.ศ. 1928 ต่อมาเขาร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์ออสการ์ มอร์เกินชเติร์นเขียนหนังสือ Theory of Games and Economic Behavior ซึ่งตีพิมพ์ใน ค.ศ. 1944 หนังสือเล่มนี้วางกรอบทางคณิตศาสตร์สำหรับการศึกษาการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และมีบทบาทสำคัญต่อการก่อตัวของทฤษฎีเกมสมัยใหม่[7][8]
งานด้านการทหารและนโยบายนิวเคลียร์
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ฟอน นอยมันน์เป็นที่ปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ให้แก่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ และเข้าร่วมโครงการแมนฮัตตัน ผลงานสำคัญของเขาคือการวิเคราะห์คลื่นกระแทกและการออกแบบเลนส์ระเบิดสำหรับอาวุธนิวเคลียร์แบบอิมโพลชัน หลังสงครามเขายังคงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านอาวุธและยุทธศาสตร์ และใน ค.ศ. 1955 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการพลังงานปรมาณูแห่งสหรัฐ[1][9]
วิทยาการคอมพิวเตอร์
ใน ค.ศ. 1945 ขณะเป็นที่ปรึกษาโครงการEDVAC ที่มัวร์สกูลแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ฟอน นอยมันน์เขียน First Draft of a Report on the EDVAC รายงานดังกล่าวอธิบายระบบคอมพิวเตอร์ที่เก็บทั้งคำสั่งและข้อมูลไว้ในหน่วยความจำอิเล็กทรอนิกส์ รายงานได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางและทำให้แนวคิดนี้สัมพันธ์กับชื่อของเขาจนเรียกว่า “สถาปัตยกรรมฟอน นอยมันน์” อย่างไรก็ตาม แนวคิดคอมพิวเตอร์แบบเก็บโปรแกรมเกิดจากการทำงานร่วมกันของนักวิจัยหลายคน โดยเฉพาะจอห์น เมาค์ลีย์และเจ. เพรสเพอร์ เอคเคิร์ต จึงมีข้อถกเถียงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการให้เครดิตแก่ฟอน นอยมันน์เพียงผู้เดียว[10][11]
ฟอน นอยมันน์มีส่วนในการปรับENIACให้ทำงานด้วยวิธีเก็บโปรแกรม และสนับสนุนการใช้เครื่องดังกล่าวคำนวณปัญหาทางวิทยาศาสตร์และการทหาร ต่อมาเขาเป็นผู้นำโครงการสร้างเครื่องไอเอเอสที่สถาบันเพื่อการศึกษาขั้นสูง เครื่องนี้เริ่มทำงานใน ค.ศ. 1951 และแบบของมันถูกนำไปใช้เป็นต้นแบบของคอมพิวเตอร์หลายเครื่องในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น[12][2]
นอกจากสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์แล้ว ฟอน นอยมันน์ยังศึกษาทฤษฎีเซลลูลาร์ออโตมาตาและเครื่องจักรที่จำลองตนเอง งานดังกล่าวช่วยวางรากฐานให้การศึกษาระบบซับซ้อนและชีวิตประดิษฐ์[13] เขายังเสนอแนวทางสร้างระบบคำนวณที่เชื่อถือได้จากองค์ประกอบซึ่งอาจเกิดข้อผิดพลาด โดยใช้ตรรกศาสตร์เชิงความน่าจะเป็น งานนี้ตีพิมพ์ภายหลังในหนังสือ Automata Studies เมื่อ ค.ศ. 1956 และถือเป็นงานระยะแรกของการคำนวณเชิงสุ่ม[14]
ระหว่าง ค.ศ. 1936–1938 แอลัน ทัวริงศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันภายใต้การดูแลของอลอนโซ เชิร์ช มิใช่ฟอน นอยมันน์ อย่างไรก็ดี ฟอน นอยมันน์รู้จักผลงานเรื่องเครื่องคำนวณสากลของทัวริง และหลังทัวริงสำเร็จการศึกษาได้เสนอให้เขาทำงานต่อที่สถาบันเพื่อการศึกษาขั้นสูง แต่ทัวริงเลือกเดินทางกลับสหราชอาณาจักร[15][16]
ชีวิตส่วนตัวและการเสียชีวิต
ผู้ร่วมงานหลายคนกล่าวถึงฟอน นอยมันน์ว่าเป็นผู้มีความจำดีเยี่ยมและคิดคำนวณได้รวดเร็ว ขณะเดียวกันเขาเป็นคนชอบเข้าสังคม จัดงานเลี้ยง และเล่าเรื่องตลก ลักษณะเหล่านี้ปรากฏอยู่ในบันทึกความทรงจำของนักคณิตศาสตร์ร่วมสมัย แต่เรื่องเล่าบางส่วนมีลักษณะเป็นเกร็ดชีวประวัติ จึงไม่ควรใช้เป็นหลักฐานวัดความสามารถของเขาโดยตรง[5][6]
ฟอน นอยมันน์แต่งงานสองครั้ง ครั้งแรกกับมารีเอตตา เคอเวชี ทั้งคู่มีบุตรสาวหนึ่งคนคือมารีนา ต่อมาหลังหย่าร้าง เขาแต่งงานกับคลารา ดาน ซึ่งทำงานด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ยุคแรก[2] ใน ค.ศ. 1955 แพทย์ตรวจพบมะเร็ง เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1957 ที่โรงพยาบาลกองทัพบกวอลเตอร์รีดในวอชิงตัน ดี.ซี. ขณะมีอายุ 53 ปี[17]
อ้างอิง
- 1 2 3 4 5 Bochner, Salomon (1958). "John von Neumann, 1903–1957: A Biographical Memoir" (PDF). Biographical Memoirs of the National Academy of Sciences. 32. National Academy of Sciences: 440–474. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 3 4 "John von Neumann: Life, Work, and Legacy". Institute for Advanced Study. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 Israel, Giorgio; Millán Gasca, Ana (2009). The World as a Mathematical Game: John von Neumann and Twentieth Century Science. Basel: Birkhäuser. น. 1–2. doi:10.1007/978-3-7643-9896-5. ISBN 978-3-7643-9895-8.
- 1 2 Israel, Giorgio; Millán Gasca, Ana (2009). The World as a Mathematical Game: John von Neumann and Twentieth Century Science. Basel: Birkhäuser. น. 3–7. doi:10.1007/978-3-7643-9896-5. ISBN 978-3-7643-9895-8.
- 1 2 3 Halmos, Paul R. (1973). "The Legend of John von Neumann". The American Mathematical Monthly. 80 (4): 382–394. doi:10.2307/2319080. JSTOR 2319080. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- 1 2 3 Ulam, Stanislaw M. (1958). "John von Neumann, 1903–1957". Bulletin of the American Mathematical Society. 64 (3, part 2): 1–49. doi:10.1090/S0002-9904-1958-10189-5. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- ↑ von Neumann, John; Morgenstern, Oskar (1944). Theory of Games and Economic Behavior. Princeton: Princeton University Press. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Copeland, Arthur H. (1945). "Review: Theory of Games and Economic Behavior by John von Neumann and Oskar Morgenstern". Bulletin of the American Mathematical Society. 51 (7): 498–504. doi:10.1090/S0002-9904-1945-08391-8. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "John von Neumann". Atomic Heritage Foundation. National Museum of Nuclear Science & History. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- ↑ von Neumann, John (1945). "First Draft of a Report on the EDVAC". Moore School of Electrical Engineering, University of Pennsylvania. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Haigh, Thomas (20 มิถุนายน 2016). "The Neverending Quest for "Firsts"". Computer History Museum. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "December 28: John von Neumann Born". Computer History Museum. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- ↑ von Neumann, John (1966). Burks, Arthur W. (บ.ก.). Theory of Self-Reproducing Automata. Urbana: University of Illinois Press. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- ↑ von Neumann, John (1956). "Probabilistic Logics and the Synthesis of Reliable Organisms from Unreliable Components". ใน Shannon, Claude E.; McCarthy, John (บ.ก.). Automata Studies. Princeton: Princeton University Press. น. 43–98. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Gandhi, Greetesh (29 มกราคม 2015). "Alan Turing and Princeton". Princeton University Library Manuscripts News. Princeton University. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Copeland, B. Jack (2012). Turing: Pioneer of the Information Age. Oxford: Oxford University Press. น. 56–57. ISBN 978-0-19-963979-3.
- ↑ "John von Neumann". Physics Today. 10 (4): 72. 1 เมษายน 1957. doi:10.1063/1.3060351. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2026.
แหล่งข้อมูลอื่น
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ จอห์น ฟอน นอยมันน์