โรงเรียนประจำอินเดียนแคมลูปส์

Overview

โรงเรียนประจำอินเดียนแคมลูปส์ เคยเป็นโรงเรียนในระบบโรงเรียนประจำสำหรับชาวอินเดียนในแคนาดา และเคยเป็นโรงเรียนประจำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ในรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา มีนักเรียนมากถึง 500 คนในคริสต์ทศวรรษ 1950

ภาพอาคารโรงเรียนในราว ค.ศ. 1930

โรงเรียนประจำอินเดียนแคมลูปส์ (อังกฤษ: Kamloops Indian Residential School) เคยเป็นโรงเรียนในระบบโรงเรียนประจำสำหรับชาวอินเดียนในแคนาดา และเคยเป็นโรงเรียนประจำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ในรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา มีนักเรียนมากถึง 500 คนในคริสต์ทศวรรษ 1950[1][2]

โรงเรียนนี้ก่อตั้งใน ค.ศ. 1890 ดำเนินงานจนใน ค.ศ. 1969 ถูกรัฐบาลกลางเข้าถือครองกิจการเพื่อใช้เป็นที่พักโรงเรียนรายวัน จนกระทั่งปิดตัวลงใน ค.ศ. 1978[3] อาคารของโรงเรียนก็ยังมีอยู่จนทุกวันนี้ โดยอยู่ในพื้นที่ของ Tk’emlups te Secwepemc ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในหมู่เฟิตส์เนชันส์ (First Nations)[4]

ประวัติ

เริ่มแรก โรงเรียนนี้ใช้ชื่อว่า โรงเรียนอุตสาหกรรมแคมลูปส์ (Kamloops Industrial School) เปิดทำการใน ค.ศ. 1890 ต่อมาใน ค.ศ. 1893 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนประจำอินเดียนแคมลูปส์ มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเด็กพื้นเมืองให้เข้ากับวัฒนธรรมใหม่[2] โรงเรียนนี้ตั้งอยู่ในดินแดนดั้งเดิมของ Secwepemc กลุ่มชาติพันธุ์ในหมู่เฟิตส์เนชันส์ และดำเนินกิจการต่อมาจน ค.ศ. 1977 ก่อนจะปิดตัวลงในปีรุ่งขึ้น ครูใหญ่คนแรก คือ Michel Hagan ซึ่งดำรงตำแหน่งจนลาออกใน ค.ศ. 1892 รัฐบาลสมัยนั้นจึงให้คณะนักบวชที่เรียก Oblates of Mary Immaculate เข้าดำเนินกิจการของโรงเรียนแทน[2] นักบวชนาม จี.พี. ดันลอป (G.P. Dunlop) จึงเข้าเป็นครูใหญ่ใน ค.ศ. 1958 โดยเป็นการย้ายตำแหน่งมาจากโรงเรียนประจำอินเดียนคูตเนย์ (Kootenay Indian Residential School) ในรัฐบริติชโคลัมเบีย[5]

การออกกฎหมายบังคับให้เด็กพื้นเมืองต้องเข้าโรงเรียนประจำในคริสต์ทศวรรษ 1920 ทำให้เด็กชาติพันธุ์ Secwepemc หลายร้อยคนต้องเข้าอยู่ประจำที่โรงเรียนนี้ โดยมีการใช้กำลังพรากเด็กหลายคนไปจากบ้านเรือนเพื่อนำมาไว้ที่นี่[2] เด็กที่เข้าเรียน ณ ที่นี้ถูกห้ามใช้ภาษา Secwepemctsin อันเป็นภาษาพื้นเมือง และห้ามนับถือภูตผีตามประเพณีของตัว จำนวนนักเรียนที่มากมายทำให้โรงเรียนนี้มีสถานะเป็นโรงเรียนประจำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแคนาดาอยู่ช่วงหนึ่ง[6]

วันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 1924 เพลิงไหม้ตึกหญิง ทำให้นักเรียน 40 คนต้องทนอากาศติดลบ 10 องศาเซลเซียส โดยสวมใส่แต่ชุดสำหรับกลางคืน[7]

ใน ค.ศ. 1962 นักเต้นจากโรงเรียนนี้ได้รับโล่นอร์แมนเดย์คอนเฟเดอเรชันไลฟ์ (Norman Day Confederation Life shield) หลังได้ 3 อันดับแรกในการแข่งเต้นพื้นเมืองสำหรับบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปีที่เทศกาลดนตรี Okanagan[8] ต่อมาใน ค.ศ. 1964 ซิสเตอ Mary Leoita หัวหน้ากลุ่มนักเต้น ถูกย้ายไปจากโรงเรียนนี้ และหาคนมาแทนไม่ได้ กลุ่มนักเต้นจึงถูกยุบ[9]

โรงเรียนนี้ยังปรากฏในภาพยนตร์คริสต์มาสเรื่อง อายส์ออฟเดอะชิลเดรน (Eyes of the Children) เมื่อ ค.ศ. 1962[10] ซึ่งจอร์จ รอเบิร์ตสัน (George Robertson) ผลิต มีเนื้อหาว่าด้วยนักเรียน 400 คนที่ตระเตรียมเทศกาลคริสต์มาส นำออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ซีบีซีในวันคริสต์มาส[11]

สุสานหมู่

ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2021 ด้วยความอนุเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านเรดาร์เจาะพื้นดิน (ground-penetrating radar) จึงพบศพเด็ก 215 คนถูกฝังอยู่ในพื้นที่โรงเรียน[6][3] Rosanne Casimir หัวหน้ากลุ่ม Tk’emlups te Secwepemc กลุ่มชาติพันธุ์ในหมู่เฟิตส์เนชันส์ เชื่อว่า การตายเหล่านี้ไม่มีบันทึกไว้ และกำลังตรวจสอบว่า มีจดหมายเหตุที่เกี่ยวข้องอยู่ในราชพิพิธภัณฑ์บริติชโคลัมเบีย (Royal British Columbia Museum) หรือไม่[6] Casimir ยังกล่าวว่า การสแกนเรดาร์ยังไม่เสร็จสิ้น คาดว่า จะค้นพบเพิ่มเติมอีก[1]

ริชาร์ด จ็อก (Richard Jock) หัวหน้าการสาธารณสุขเฟิตส์เนชันส์ (First Nations Health Authority) แถลงว่า สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ของระบบโรงเรียนประจำที่สร้างความเสียหายให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์เฟิตส์เนชันส์มายาวนาน[3] จอห์น ฮอร์แกน (John Horgan) พรีเมียร์แห่งบริติชโคลัมเบีย กล่าวว่า รู้สึกตระหนกและเสียใจต่อการค้นพบครั้งนี้ และจะสนับสนุนการทำงานเพิ่มเติมเพื่อให้ประจักษ์ถึงขอบเขตของความสูญเสียครั้งนี้อย่างเต็มที่[1] มาร์ก มิลเลอร์ (March Miller) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการพื้นเมือง (Ministry of Indigenous Services) ก็ว่า จะสนับสนุนอีกแรง[3]

อ้างอิง

  1. 1 2 3 Austen, Ian (2021-05-28). "'Horrible History': Mass Grave of Indigenous Children Reported in Canada". The New York Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2021-05-28.
  2. 1 2 3 4 Favrholdt, Ken. "Kamloops History: The dark and difficult legacy of the Kamloops Indian Residential School". Kamloops This Week. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2021-03-29. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 3 4 "Remains of 215 children found buried at former B.C. residential school, First Nation says". CBC News. 28 พฤษภาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. Project of the Heart: Illuminating the hidden history of Indian Residential Schools in BC (PDF). The BC Teachers’ Federation: Educating for truth and reconciliation. 2015. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2021.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. "B.C. News Roundup: Kootenays". The Province. Vancouver. 6 สิงหาคม 1958. น. 26.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. 1 2 3 "Remains of 215 children found at former Kamloops residential school". Globe & Mail. 28 พฤษภาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. "Kamloops Indian School Burned". Victoria Daily Times. 24 ธันวาคม 1924. น. 1.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. "Kamloops and Kelowna Take Festival Honors". The Province. Vancouver. 26 พฤษภาคม 1962. น. 1.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. "Dance Group to Disband". The Province. Vancouver. 15 กันยายน 1964. น. 1.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. "'The Eyes of Children' - Christmas at a residential school". CBC. สืบค้นเมื่อ 29 พฤษภาคม 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. "Indian school subject of 'special'". The Ottawa Citizen (ภาษาอังกฤษ). 22 ธันวาคม 1962. น. 45. สืบค้นเมื่อ 29 พฤษภาคม 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

50°40′47″N 120°17′42″W / 50.67972°N 120.29500°W / 50.67972; -120.29500