Overview
ชาลส์ เฟรเดอริก "คาร์ช" คิราย เป็นทั้งนักกีฬาวอลเลย์บอล, ผู้ฝึกสอน และผู้ประกาศข่าวชาวอเมริกัน ในคริสต์ทศวรรษ 1980 เขาเป็นส่วนสำคัญของทีมชาติสหรัฐที่ได้รับรางวัลเหรียญทองในการแข่งโอลิมปิกฤดูร้อน 1984 และ 1988 เขายังได้รับรางวัลเหรียญทองอีกครั้งในการแข่งโอลิมปิกฤดูร้อน 1996 ซึ่งเป็นการแข่งกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกที่มีวอลเลย์บอลชายหาด เขาเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียว (ของชายและหญิง) ที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิกของการแข่งวอลเลย์บอลทั้งในร่มและชายหาด เขาเล่นวอลเลย์บอลวิทยาลัยให้แก่ทีมยูซีแอลเอ บรูนส์ ทีมของเขาชนะการแข่งขันระดับชาติสามครั้งภายใต้หัวหน้าผู้ฝึกสอน อัล สเกตส์
| คาร์ช คิราย | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ชื่อเต็ม | ชาลส์ เฟรเดอริก คิราย | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ชื่อเล่น | คาร์ช | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| สัญชาติ | อเมริกัน | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| เกิด | 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1960 แจ็กสัน รัฐมิชิแกน สหรัฐ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ภูมิลำเนา | แซนตาบาร์บารา รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ส่วนสูง | 6 ฟุต 2 นิ้ว (188 เซนติเมตร) | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| น้ำหนัก | 205 ปอนด์ (93 กิโลกรัม) | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| มหาวิทยาลัย | ยูซีแอลเอ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข้อมูลวอลเลย์บอลชายหาด | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข้อมูลวอลเลย์บอล | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ตำแหน่ง | ตัวตีด้านนอก | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| หมายเลข | 15 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ทีมชาติ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
เกียรติยศ
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ชาลส์ เฟรเดอริก "คาร์ช" คิราย (อังกฤษ: Charles Frederick "Karch" Kiraly; /ˈkɑːrtʃ kɪˈraɪ/; 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1960 – ) เป็นทั้งนักกีฬาวอลเลย์บอล, ผู้ฝึกสอน และผู้ประกาศข่าวชาวอเมริกัน ในคริสต์ทศวรรษ 1980 เขาเป็นส่วนสำคัญของทีมชาติสหรัฐที่ได้รับรางวัลเหรียญทองในการแข่งโอลิมปิกฤดูร้อน 1984 และ 1988 เขายังได้รับรางวัลเหรียญทองอีกครั้งในการแข่งโอลิมปิกฤดูร้อน 1996 ซึ่งเป็นการแข่งกีฬาโอลิมปิกครั้งแรกที่มีวอลเลย์บอลชายหาด เขาเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียว (ของชายและหญิง) ที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิกของการแข่งวอลเลย์บอลทั้งในร่มและชายหาด เขาเล่นวอลเลย์บอลวิทยาลัยให้แก่ทีมยูซีแอลเอ บรูนส์ ทีมของเขาชนะการแข่งขันระดับชาติสามครั้งภายใต้หัวหน้าผู้ฝึกสอน อัล สเกตส์
ปัจจุบัน คิรายเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของวอลเลย์บอลชายทีมชาติสหรัฐ โดยก่อนหน้านี้ เขาเคยเป็นผู้ฝึกสอนให้แก่ทีมชาติหญิงสหรัฐ ซึ่งนำทีมคว้ารางวัลเหรียญทองเหรียญแรกในการแข่งโอลิมปิกที่โตเกียวเมื่อ ค.ศ. 2020 และทำให้ทีมคว้า "สามแชมป์" ได้สำเร็จ ทั้งในฐานะผู้ฝึกสอนให้แก่ทีมที่คว้ารางวัลเหรียญทองโอลิมปิก และยังคว้ารางวัลเหรียญทองส่วนตัวจากการแข่งวอลเลย์บอลในร่มและวอลเลย์บอลชายหาด[1]
ชีวิตช่วงแรก
คิรายเติบโตที่แซนตาบาร์บารา รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาเริ่มเล่นวอลเลย์บอลเมื่ออายุหกขวบด้วยการสนับสนุนจากพ่อของเขา ดร.ลาสโล คิราย ผู้เคยเป็นสมาชิกวอลเลย์บอลเยาวชนทีมชาติฮังการีก่อนที่จะหนีออกนอกประเทศช่วงการจลาจลที่ฮังการีเมื่อ ค.ศ. 1956 ครั้นอายุ 11 ขวบ คิรายได้เข้าแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาดครั้งแรกโดยจับคู่กับพ่อของเขา[2]
คิรายเข้าเรียนที่แซนตาบาร์บาราไฮสกูล ซึ่งเขาเป็นสมาชิกของทีมวอลเลย์บอลตัวแทนไฮสกูลชาย พ่อของเขามีบทบาทสำคัญในการตั้งโครงการวอลเลย์บอลชายที่โรงเรียน หัวหน้าแห่งแซนตาบาร์บาราได้ทำเกมชิงแชมป์สองครั้งในช่วงไฮสกูลของคิราย โดยถึงรอบชิงชนะเลิศปีที่สองของเขาก่อนที่จะแพ้ในการแข่งชิงแชมป์ให้แก่แซนเคลเมนทีไฮสกูลใน ค.ศ. 1976 ส่วนในไฮสกูลปีสุดท้ายของทีมที่คิรายทำหน้าที่นั้นไม่เคยแพ้ โดยชนะลากูนาบีชไฮสกูลของรายการซีไอเอฟ เซาเทิร์นเซกชัน ในเกมไตเติล ค.ศ. 1978 และคิรายได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นเฉพาะส่วนยอดเยี่ยมแห่งปี[3] ในช่วงไฮสกูลของเขา คิรายได้รับเชิญให้เข้าร่วมเยาวชนทีมชาติ ซึ่งเขาเข้าแข่งขันเป็นเวลาสามปี คิรายให้เครดิตแก่ผู้ฝึกสอนของไฮสกูล ริก ออล์มสเตด สำหรับการสอนให้เขาเห็นคุณค่าของการทำงานหนักและความทุ่มเท
ผลงานอาชีพระดับวิทยาลัย
ใน ค.ศ. 1978 คิรายลงทะเบียนเรียนที่ยูซีแอลเอ ซึ่งเขาเรียนเอกสาขาชีวเคมี และยังเป็นพี่น้องของสาขาเอปไซลอนซิกมาที่แลมบ์ดาชิแอลฟา ตั้งแต่ปีแรก เขาเล่นเป็นตัวตีด้านนอกและตัวเซ็ตในทีมวอลเลย์บอลของบรูนส์ โดยยืนตรงข้ามกับรุ่นพี่ปีสาม ซินจิน สมิธ ในเกมรุกของบรูนส์ 6–2 ภายใต้อัล สเกตส์ ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน คิรายได้นำทีมยูซีแอลเอสู่การแข่งขันวอลเลย์บอลชายชิงแชมป์เอ็นซีเอเอในฤดูกาลชั้นปีแรกของเขาเมื่อ ค.ศ. 1979 ส่วนในฤดูกาลชั้นปีที่สองของเขา ทีมบรูนส์ได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง แต่แพ้คู่แข่งทีมข้ามเมืองอย่างยูเอสซี จากนั้น ยูซีแอลเอก็สามารถเรียกคืนตำแหน่งสูงสุดในฤดูกาลชั้นปีที่สามของคิราย ทั้งนี้ คิรายได้สิ้นสุดการแข่งระดับอาชีพของวิทยาลัยด้วยตำแหน่งอื่นในช่วงปีสุดท้ายของเขา ในสี่ปีของเขา บรูนส์ได้รวบรวมสถิติการแข่งขัน 123–5 โดยมีรายการที่ชนะใน ค.ศ. 1979, 1981 และ 1982 ซึ่งพวกเขาไร้พ่ายในฤดูกาล 1979 และ 1982[4] คิรายได้รับเกียรตินิยมออลอเมริกัน (All-American) ทั้งสี่ปี[5] และได้รับรางวัลผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของเอ็นซีเอเอ วอลเลย์บอลทัวร์นาเมนต์ใน ค.ศ. 1981 และ 1982[6]
คิรายสำเร็จการศึกษาระดับวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาชีวเคมีจากยูซีแอลเอ โดยสำเร็จการศึกษาระดับเกียรตินิยมในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1983 ด้วยเกรดเฉลี่ยสะสม 3.55[7]
คิรายได้รับการแต่งตั้งให้เข้าสู่หอเกียรติยศยูซีแอลเอใน ค.ศ. 1992 และมีการรีไทร์เสื้อของเขาใน ค.ศ. 1993[7][8]
ทีมชาติสหรัฐ
คิรายเข้าร่วมทีมชาติใน ค.ศ. 1981[9] โดยการเล่นตัวตีด้านนอก เขาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้ส่งบอลที่แข็งแกร่งมาก พร้อมกับเพื่อนร่วมทีม แอลดิส เบอร์ซินส์ คิรายเป็นรากฐานสำหรับระบบการรับลูกเสิร์ฟ "สองคน" ที่ดัก บีล สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1983[10] นอกจากจะครอบคลุมการรับลูกเสิร์ฟครึ่งคอร์ต และส่งบอลให้ดัสตี ดโวชาก ซึ่งเป็นตัวเซตของทีมอย่างต่อเนื่อง คิรายก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นดีเฟนเดอร์ที่ยอดเยี่ยมและเป็นตัวตีด้านนอกที่มีประสิทธิผลสูง คิรายได้นำทีมชาติสหรัฐรับรางวัลเหรียญทองในการแข่งโอลิมปิกฤดูร้อน 1984 โดยเอาชนะการพ่ายต่อทีมบราซิลในรอบแบ่งกลุ่มด้วยการสยบทีมบราซิลในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งคิรายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในทีมรางวัลเหรียญทอง
การแข่งกีฬาโอลิมปิก ค.ศ. 1984 ได้ถูกทำลายโดยการคว่ำบาตรของทีมโซเวียตและกลุ่มตะวันออก ทีมชาติสหรัฐได้แสดงตำแหน่งของพวกเขาในฐานะทีมที่ดีที่สุดในโลกด้วยการคว้าแชมป์วอลเลย์บอลเวิลด์คัพ 1985 ตามมาด้วยวอลเลย์บอลชิงแชมป์โลก 1986 ส่วนในโอลิมปิกฤดูร้อน 1988 ทีมดังกล่าวได้รับรางวัลเหรียญทองโอลิมปิกครั้งที่สอง ซึ่งคราวนี้เป็นฝ่ายชนะสหภาพโซเวียตในการแข่งชิงแชมป์ โดยคิรายได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมใน ค.ศ. 1988 ที่โซล รวมทั้งสหพันธ์วอลเลย์บอลระหว่างประเทศได้ยกให้คิรายเป็นผู้เล่นอันดับต้น ๆ ของโลกใน ค.ศ. 1986 และ 1988[11]
หลังจากการแข่งกีฬาโอลิมปิก ค.ศ. 1988 คิรายได้อำลาจากทีมชาติ เขาและเพื่อนร่วมทีมที่ชื่อสตีฟ ทิมมอนส์ได้เล่นวอลเลย์บอลอาชีพให้แก่สโมสรอิลเมสซักเกโรราเวนนาในประเทศอิตาลีตั้งแต่ ค.ศ. 1990 ถึง ค.ศ. 1992[8] ทีมดังกล่าวได้รวมถึงชาวอิตาลีอย่างฟาบีโอ วุลโล และอันเดรอา การ์ดีนี, โรแบร์โต มัสชีอาเรลลี และสเตฟาโน มาร์กุตตี ในฐานะสมาชิกในทีม โดยในสองฤดูกาล ทีมนี้ได้ชนะรายการต่าง ๆ จำนวนมาก เช่น ลีกวอลเลย์บอลอิตาลี (ค.ศ. 1991), อิตาเลียนคัพ (ค.ศ. 1991), วอลเลย์บอลชายชิงแชมป์สโมสรโลก (ค.ศ. 1991), ซีอีวีแชมเปียนส์ลีก (ค.ศ. 1992) และยูโรเปียนซูเปอร์คัพ (ค.ศ. 1992)
ผลงานระดับอาชีพในวอลเลย์บอลชายหาด
คิรายผลงานระดับอาชีพในสนามแข่งชายหาดมาอย่างยาวนาน และด้วยการชนะการแข่งระดับอาชีพถึง 148 รายการ ถือเป็นผู้เล่นที่ 'ชนะมากที่สุด' ในประวัติศาสตร์ของกีฬาดังกล่าว เขาชนะทัวร์นาเมนต์อย่างน้อยหนึ่งครั้งใน 24 ฤดูกาลจาก 28 ฤดูกาลที่เขาแข่งในระดับอาชีพที่ยาวนานถึงสี่ทศวรรษ เขาอ้างว่าเขาชนะการแข่งร่วมกับพาร์ตเนอร์ 13 คน และในการแข่งขันในประเทศ เขาผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของเวลาดังกล่าว ซึ่งคิรายลงแข่งเมื่อเมื่ออายุ 40 กลาง ๆ[12]
คิรายลงเล่นในการแข่งชายหาดครั้งแรกเมื่ออายุ 11 ปีในฐานะคู่หูของพ่อ คิรายเคยกล่าวไว้ตอนอายุ 11 ปีว่าเขารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ค้นพบกีฬาวอลเลย์บอลชายหาดว่าเขาสามารถแข่งกับผู้ชายที่โตแล้วได้ในแง่ที่เท่าเทียม โดยเขาได้รับการประเมิน A และ AA ในกีฬาชายหาดนี้เมื่ออายุ 15 ปี และการประเมิน AAA ของเขาที่อายุ 17 ปี ซึ่งการฝ่าฟันอุปสรรคบนชายหาดครั้งใหญ่ครั้งแรกของคิรายเกิดขึ้นที่เฮอร์โมซาบีชใน ค.ศ. 1978 และในฐานะเด็กอายุ 17 ปีที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับไฮสกูล เขาทำให้ผู้ชมเฮอร์โมซาตะลึงด้วยการผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ก่อนที่เขาและคู่หูอย่างมาร์โค ออร์เทกา แพ้ให้แก่ทีมที่โดดเด่นประจำวันบนชายหาดอย่างจิม เมงเกส และเกรก ลี[13] ซึ่งในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1980 คิรายได้สร้างทีมชายหาดที่ประสบความสำเร็จโดยจับคู่กับซินจิน สมิธ ผู้เป็นเพื่อนร่วมทีมจากยูซีแอลเอ แล้วความร่วมมือดังกล่าวก็ได้แยกกันเมื่อคิรายมุ่งความสนใจไปที่ทีมชาติสหรัฐ
ใน ค.ศ. 1992 คิรายเลิกแข่งวอลเลย์บอลในร่มและกลับมายังสหรัฐเพื่อแข่งวอลเลย์บอลชายหาดแบบเต็มเวลาในเอวีพี ทัวร์ คิรายเลือกเคนต์ สเตฟเฟส เป็นคู่ของเขา โดยสเตฟเฟสเป็นนักวอลเลย์บอลดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์ซึ่งออกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส ก่อนกำหนดเพื่อเริ่มแข่งในทัวร์ชายหาดระดับอาชีพ ซึ่งในไม่ช้า คิรายและสเตฟเฟสก็กลายเป็นคู่หูที่โดดเด่นในการทัวร์ดังกล่าว โดยเข้ามาแทนที่อดีตเพื่อนร่วมทีมและคู่หูอย่างสมิธกับแรนดี สโตโคลส คู่หูของเขาในฐานะทีมชั้นนำของชายหาด และใน ค.ศ. 1996 คิรายกลับมาแข่งกีฬาโอลิมปิกอีกครั้ง โดยคราวนี้เขาเข้าแข่งวอลเลย์บอลชายหาดกับสเตฟเฟส ซึ่งเป็นคู่หูของเขา โดยคิรายและสเตฟเฟสได้คว้ารางวัลเหรียญทอง ซึ่งถือเป็นเหรียญรางวัลแรกที่ได้รับจากการแข่งวอลเลย์บอลชายหาดชาย[14]
อ้างอิง
- การอ้างอิง
- ↑ Bolch, Ben (สิงหาคม 9, 2021). "U.S. women's volleyball beats Brazil to win its first Olympic gold medal". Murray Ledger and Times. Los Angeles Times. Tribune News Service. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กันยายน 2, 2021. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 24, 2023.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Price, Shawn (6 พฤษภาคม 2007). "Digging life, on and off sand". Orange County Register. สืบค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2013.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Itagaki, Michael (25 เมษายน 1995). "The Turning Point: Since Mid-'70s Laguna Beach Has Ruled Boys' Volleyball". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ 21 พฤษภาคม 2014.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Tinley, Scott (20 เมษายน 2012). "Legendary UCLA men's volleyball coach Al Scates shoots for 20th ring". Sports Illustrated. สืบค้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 2019.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Marroquin, Art (21 สิงหาคม 2013). "Superstar Kiraly now coaching US volleyball". Orange County Register. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2017.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "NCAA National Collegiate Men's Volleyball Championship" (PDF). National Collegiate Athletic Association. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2017.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Notable Alumni - Gold medalist Karch Kiraly leads Olympic volleyball team in Rio". UCLA Chemistry and Biochemistry. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2017.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Witherspoon, Wendy (6 มีนาคม 1993). "Above the Rest: Karch Kiraly, Perhaps the Greatest Volleyball Player Ever, Returns to UCLA on Sunday to Have His Jersey Retired". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2017.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Anderson, Kelli (25 กันยายน 2007). "Let Us Now Praise Karch Kiraly". Sports Illustrated. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2017.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Couvillon 2008, p. 72.
- ↑ Rapoport, Faye. "Beach Volleyball - Karch Kiraly". foot.com. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2017.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Karch Kiraly". Beach Volleyball Database. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 18, 2023. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 21, 2017.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Moore, David Leon (กรกฎาคม 22, 2005). "Partners part ways, produce power pairs". USA Today. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 2, 2023. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 26, 2019.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Clarey, Christopher (กรกฎาคม 29, 1996). "Atlanta Day 10 -- Beach Volleyball; Golden Sand for Kiraly and Steffes". The New York Times. น. C9. สืบค้นเมื่อ กันยายน 8, 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) (ต้องรับบริการ)
- บรรณานุกรม
- Couvillon, Arthur R. (มกราคม 19, 2008). Karch Kiraly: A Tribute to Excellence. Hermosa Beach, Calif: Information Guides. ISBN 978-0-938329-11-4.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Kiraly, Karch; Hastings, Jon (มิถุนายน 13, 1996). Karch Kiraly's Championship Volleyball. Touchstone. ISBN 978-0-684-81466-7.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Kiraly, Karch; Shewman, Byron (1999). Beach Volleyball. Champaign, IL: Human Kinetics. ISBN 978-0-88011-836-1.
แหล่งข้อมูลอื่น
- Karch Kiraly Volleyball Academy เก็บถาวร 2020-11-26 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- แม่แบบ:Beach Volleyball Database
