KF-21 โพราแม

Overview

KF-21 โพราแม ซึ่งมีความหมายว่า เหยี่ยวไล่ล่า เป็นเครื่องบินขับไล่สัญชาติเกาหลีใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เริ่มแรกของโครงการเพื่อพัฒนาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ที่ผลิตขึ้นภายในประเทศสำหรับกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี โครงเครื่องของบล็อก 1 และบล็อก 2 ใช้เทคโนโลยีกึ่งล่องหน ซึ่งยังมีการติดตั้งอาวุธภายนอกแบบกึ่งฝังใต้ลำตัว ขณะที่ขีดความสามารถล่องหนอย่างสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงการติดตั้งช่องเก็บอาวุธภายในลำตัวมีแผนการพัฒนาในบล็อก 3 ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้ารุ่นแรกของเกาหลีใต้ ทั้งนี้ KF-21 ถือเป็นโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ภายในประเทศโครงการที่สองของเกาหลีใต้ ต่อเนื่องจากรุ่น FA-50 ไฟทิงอีเกิล

KF-21 โพราแม
KF-21 แบบสองที่นั่ง บินเหนือฐานทัพอากาศโซล
ข้อมูลทั่วไป
ชาติกำเนิด เกาหลีใต้
บริษัทผู้ผลิตKorea Aerospace Industries
ผู้ออกแบบสำนักการพัฒนากลาโหม[1]
ผู้ใช้งานหลักกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี
จำนวนที่ผลิต6 ลำต้นแบบ[2]
ประวัติ
สร้างเมื่อ2024–ปัจจุบัน
เริ่มใช้งาน2026 (แผนงาน)[3]
เที่ยวบินแรก19 กรกฎาคม 2022

KF-21 โพราแม (เกาหลี: KF-21 보라매) ซึ่งมีความหมายว่า เหยี่ยวไล่ล่า เป็นเครื่องบินขับไล่สัญชาติเกาหลีใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เริ่มแรกของโครงการเพื่อพัฒนาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ที่ผลิตขึ้นภายในประเทศสำหรับกองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี[3][4] โครงเครื่องของบล็อก 1 และบล็อก 2 ใช้เทคโนโลยีกึ่งล่องหน ซึ่งยังมีการติดตั้งอาวุธภายนอกแบบกึ่งฝังใต้ลำตัว[5][6] ขณะที่ขีดความสามารถล่องหนอย่างสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงการติดตั้งช่องเก็บอาวุธภายในลำตัวมีแผนการพัฒนาในบล็อก 3 [7][8] ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ห้ารุ่นแรกของเกาหลีใต้ ทั้งนี้ KF-21 ถือเป็นโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ภายในประเทศโครงการที่สองของเกาหลีใต้ ต่อเนื่องจากรุ่น FA-50 ไฟทิงอีเกิล[9]

โครงการพัฒนาในรุ่นบล็อก 1 ดำเนินการโดยรัฐบาลเกาหลีใต้ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 60 ร่วมกับบริษัทโคเรียแอโรสเปซอินดัสทรีส์ (KAI) ผู้ผลิตเครื่องบินในสัดส่วนร้อยละ 20 และประเทศอินโดนีเซียในสัดส่วนร้อยละ 20 อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคม 2024 สัดส่วนการถือหุ้นของอินโดนีเซียได้ลดลงเหลือร้อยละ 7.5 ตามการร้องขอของอินโดนีเซีย สำหรับการพัฒนาในรุ่นบล็อก 2 ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการระบบอาวุธประเภทอากาศสู่พื้นผิวและอากาศสู่เรืออย่างต่อเนื่อง จะดำเนินการโดยเกาหลีใต้เพียงลำพังจนถึงต้นปี 2027 ส่วนโครงการในรุ่นบล็อก 3 มีแผนที่จะดำเนินการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรนานาชาติรายใหม่ในอนาคต

ในเดือนเมษายน 2021 เครื่องบินต้นแบบลำแรกได้รับการประกอบเสร็จสมบูรณ์และเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ท่าอากาศยานซาชอน โดยได้รับชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "โพราแม" (보라매) ต่อมาในวันที่ 19 กรกฎาคม 2022 ก็ได้ทำการบินทดสอบเป็นครั้งแรก และเริ่มเข้าสู่สายการผลิตใช้งานจริงในเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งตามแผนการส่งมอบ กองทัพอากาศเกาหลีใต้มีกำหนดรับมอบเครื่องบินบล็อก 1 จำนวน 40 ลำเริ่มตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป และคาดการณ์ว่าจะเสร็จสิ้นการประจำการเครื่องบินบล็อก 2 เพิ่มเติมอีกจำนวน 80 ลำ ภายในปี 2032 นอกจากนี้ เครื่องบินรุ่นดังกล่าวยังมีแผนที่จะผลิตเพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย

รุ่นย่อย

รุ่นย่อยในปัจจุบัน

  • KF-21 Block I: เน้นขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจแบบอากาศสู่อากาศ โครงสร้างลำตัวใช้เทคโนโลยีกึ่งล่องหน (semi-stealth) อาวุธจะถูกติดตั้งภายนอกแบบกึ่งฝังใต้ลำตัว จัดเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5
  • KF-21 Block II: ยกระดับสู่เครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีอากาศสู่ผิวพื้นและอากาศสู่เรือผิวน้ำ มีศูนย์รวมการเซนเซอร์และซอฟต์แวร์ควบคุมการยิงที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

รุ่นย่อยในอนาคต

  • KF-21 Block III: (ชื่อโครงการ KF-XX) ได้รับการพัฒนาให้เป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5.5 โดยติดตั้งช่องเก็บอาวุธภายในลำตัว เพิ่มประสิทธิภาพในล่องหนด้วยการใช้วัสดุดูดซับคลื่นเรดาร์ สามารถออกปฏิบัติการร่วมกับฝูงโดรนเพื่อนคู่บิน
    • KF-21EX: คือ Block III รุ่นพื้นฐาน ได้รับการติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินที่ดีขึ้น ประกอบด้วย ระบบชี้เป้าอิเล็กโทรออปติก (EOTS), ระบบรูรับแสงแบบกระจาย (DAS), ชุดอุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์รุ่นอัปเกรด และอาจมีระบบปัญญาประดิษฐ์
    • KF-21EA: เครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์พัฒนาต่อยอดจากเครื่องรุ่นสองที่นั่ง (KF-21B) สามารถเทียบเคียงกับ EA-18G กราวเลอร์ ของสหรัฐ ติดตั้งอุปกรณ์กวนสัญญาณเรดาร์จำนวน 3 จุด และอุปกรณ์ดักรับสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 2 จุด
    • KF-21SA: รุ่นสำหรับส่งออกที่ปรับแต่งพิเศษตามความต้องการของลูกค้าต่างประเทศ ใช้สถาปัตยกรรมระบบแบบเปิดที่มีความยืดหยุ่น ช่วยให้ประเทศผู้ซื้อสามารถบูรณาการระบบอาวุธ มิสไซล์ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตนเข้ากับตัวเครื่องได้โดยอิสระ

อ้างอิง

  1. "KF-X 탐색 개발". Agency for Defense Development. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 29 กันยายน 2021. สืบค้นเมื่อ 29 กันยายน 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "South Korea to start mass production of KF-21 fighter jets". 2 กุมภาพันธ์ 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 "Meet South Korea's New KF-21 "Hawk" Indigenous Fighter". The Drive. 9 เมษายน 2021. สืบค้นเมื่อ 10 เมษายน 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์)
  4. "South Korea rolls out the KF-21, joining elite group of global supersonic fighter jet makers". CNN. 9 เมษายน 2021. สืบค้นเมื่อ 10 เมษายน 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์)
  5. Shin Gyu-jin (13 สิงหาคม 2021). "[단독]'KF-21 보라매'에 '스텔스 페인트' 입힌다". The Dong-a Ilbo. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. Park Yeong-tae (13 สิงหาคม 2021). "KF-21 전투기에 스텔스 페인트 입힌다…국내기술 적용". Newsis. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 27 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. T. Washington Institute
  8. Roblin, Sebastien (13 เมษายน 2021). "Korea's New KF-21 Jet Isn't A Stealth Fighter—But Could Evolve Into One". The National Interest (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 21 เมษายน 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์)
  9. "KF-X Fighter: Korea's Future Homegrown Jet". Defense Industry Daily. 17 พฤศจิกายน 2017. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2017. สืบค้นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)