แมตต์ ชรีเยร์

Overview

แมทธิว บี. ชรีเยร์ เป็นอดีตช่างภาพชาวอเมริกันที่ได้หลบหนีจากอัลกออิดะฮ์

แมทธิว บี. ชรีเยร์ (อังกฤษ: Matthew B. Schrier) เป็นอดีตช่างภาพชาวอเมริกันที่ได้หลบหนีจากอัลกออิดะฮ์

ชีวิตช่วงต้นและอาชีพ

ชรีเยร์มาจากเดียร์พาร์ค รัฐนิวยอร์ก และเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮอฟสตรา ในเอกภาษาอังกฤษรวมถึงได้ศึกษาการผลิตภาพยนตร์[1][2][3] เขาได้เข้าไปในประเทศซีเรียด้วยความช่วยเหลือของกองทัพปลดปล่อยซีเรีย ชรีเยร์ได้ถ่ายภาพของกบฏกองทัพปลดปล่อยซีเรียที่ต่อสู้กับกองกำลังของประธานาธิบดี บัชชาร อัลอะซัด แห่งประเทศซีเรีย[4]

การลักพาตัวโดยแนวร่วมอัลนุสเราะ

ปลายเดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 ชรีเยร์ถูกจับกุมโดยแนวร่วมอัลนุสเราะซึ่งเป็นพันธมิตรอัลกออิดะฮ์ในประเทศซีเรีย ขณะเดินทางบนถนนระหว่างอะเลปโปและชายแดนประเทศตุรกี[5] ซึ่งรถจี๊ปเชอโรกีคันหนึ่งได้แล่นตัดหน้าจากด้านข้างของถนนและมีชายสามคนกระโดดออกมา ชรีเยร์กล่าวกับรายการ 60 มินิตส์ ว่า "หนึ่งในพวกเขาปกปิดร่างกายอย่างสมบูรณ์ในชุดดำ ก็อย่างที่คุณรู้ เหมือนผู้ชายที่อยู่ในภาพยนตร์ -- ที่มีผ้าพันคอรอบใบหน้าของเขา มีปืนเอเค 47 อยู่ในมือ แล้วเขาก็พาผมไป โดยวางผมไว้ที่เบาะหลังของรถเชอโรกี และเขาก็จ่อกระบอกปืนไว้ที่หัวของผม"[4] เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มของนักข่าวอเมริกันที่ถูกลักพาตัวโดยกลุ่มญิฮาดซีเรีย[6] ซึ่งในที่สุดเขาก็ถูกขังอยู่ในเรือนจำที่ควบคุมโดยกบฏในเมืองอะเลปโปของประเทศซีเรีย[7]

เขาใช้กลยุทธ์เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2013 ในฐานะกลยุทธ์การเอาตัวรอดเพื่อรับการปฏิบัติที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นกลวิธีที่จบลงด้วยการทำงาน[1]

การหนี

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2013 ชรีเยร์กลายเป็นชาวตะวันตกคนแรกที่หลบหนีจากอัลกออิดะฮ์ ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเขาบีบตัวเองผ่านหน้าต่างเล็ก ๆ ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมห้องขังชื่อปีเตอร์ ธีโอ เคอร์ติส ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังแม้จะมีความพยายามของชรีเยร์เพื่อให้เขาออกมา[7][8][9] ในระหว่างการวางแผนการหลบหนีชรีเยร์อ้างว่าเคอร์ติสเคาะประตูเพื่อหยั่งท่าทีพวกยามเกี่ยวกับการหลบหนี ซึ่งเคอร์ติสยอมรับในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ดีไซท์[8]

ผลที่ตามมา

ส่วนหนังสือของเขาชื่อ เดอะดาวน์เพรเยอร์ (ออร์ฮาวทูเซอไวฟ์อินอะซีเครตซีเรียนเทอร์เรอริสต์ไพรซัน): อะเมมมัวร์ (ISBN 1944648887) ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 2018

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2020 ชรีเยร์ได้ยื่นฟ้องธนาคารอิสลามกาตาร์ (QIB) ในขณะที่เขาอ้างว่าพวกเขาให้การสนับสนุนอัลกออิดะฮ์[10][11]

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. 1 2 "The New York Times". nytimes.com. สืบค้นเมื่อ กันยายน 6, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "Syria strife, through a lens darkly - Times Union". timesunion.com. สืบค้นเมื่อ กันยายน 6, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. "Matthew Schrier, of Syosset, returns to U.S. after being held in Syrian prison - News 12 Long Island". longisland.news12.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ กันยายน 6, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. 1 2 Pelley, Scott. "210 Days in Captivity". 60 Minutes. สืบค้นเมื่อ กันยายน 3, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. Baksh, Nazim and Adrienne Arsenault (25 พฤศจิกายน 2015). "Ex-hostage says there may be Canadian al-Qaeda link". CBC News. สืบค้นเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. Pelley, Scott (สิงหาคม 21, 2014). "Escaped Hostage: "Oh My God They Are Collecting Us"". www.cbsnews.com. CBS News. สืบค้นเมื่อ กันยายน 3, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. 1 2 Chivers, C.J. "American Tells of Odyssey as Prisoner of Syrian Rebels". The New York Times. สืบค้นเมื่อ กันยายน 3, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. 1 2 Berbner, Bastian. "Die Hölle, das ist der andere". Die Zeit. สืบค้นเมื่อ มกราคม 28, 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. Picard, Ken (พฤศจิกายน 30, 2016). "Former al-Qaeda Prisoner Theo Padnos Reflects on His Ordeal". Seven Days. สืบค้นเมื่อ 18 มกราคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  10. "Complaint: Plaintiff Matthew Schrier alleges the following in support of his claims" (PDF). United States District Court for the Southern District of Florida. มกราคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. "Former American Hostage Sues Qatari Bank For Allegedly His Al-Qaeda Captors, Says Royals Were 'Neck Deep In This'". Newsweek. 5 กุมภาพันธ์ 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น