Overview
แปร, ปยี หรือ ปรอน เป็นเมืองในภาคพะโค (หงสาวดี) ของประเทศพม่า ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มปากแม่น้ำอิรวดี ห่างจากย่างกุ้งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 260 กิโลเมตร เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญสำหรับสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี ภาคกลางและพม่าตอนบน รวมถึงรัฐยะไข่ บริษับริติช Irrawaddy Flotilla Company ได้ก่อตั้งขึ้นในเมืองช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ริมแม่น้ำอิรวดี เพื่อเป็นจุดขนส่งสินค้าระหว่างพม่าตอนบนและพม่าตอนล่าง เมืองแปรยังเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางรถไฟสายย่างกุ้ง–แปร ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟสายแรกในประเทศพม่า เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1877
แปร
| |
|---|---|
เมือง | |
ทิวทัศน์เมืองแปรและแม่น้ำอิรวดีจากเจดีย์ชเวซานดอ | |
| พิกัด: 18°49′12″N 95°12′56″E / 18.82000°N 95.21556°E | |
| ประเทศ | |
| เขต | |
| จังหวัด | แปร |
| อำเภอ | แปร |
| พื้นที่ | |
• เมือง | 34.48 ตร.กม. (13.31 ตร.ไมล์) |
| ประชากร (2014) | |
| • เขตเมือง | 134,861 คน |
| • ปริมณฑล | 251,643 คน |
| เขตเวลา | UTC+6:30 (+6:30) |
แปร, ปยี (พม่า: ပြည်, ออกเสียง: [pjì]) หรือ ปรอน (มอญ: ပြန်, ออกเสียง: [prɔn]) เป็นเมืองในภาคพะโค (หงสาวดี) ของประเทศพม่า ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มปากแม่น้ำอิรวดี ห่างจากย่างกุ้งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 260 กิโลเมตร[1] เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญสำหรับสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี ภาคกลางและพม่าตอนบน รวมถึงรัฐยะไข่[2] บริษับริติช Irrawaddy Flotilla Company ได้ก่อตั้งขึ้นในเมืองช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ริมแม่น้ำอิรวดี เพื่อเป็นจุดขนส่งสินค้าระหว่างพม่าตอนบนและพม่าตอนล่าง เมืองแปรยังเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางรถไฟสายย่างกุ้ง–แปร ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟสายแรกในประเทศพม่า เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1877
จังหวัดแปรครอบคลุมหุบเขาอิรวดีซึ่งตั้งอยู่ระหว่าง จังหวัดตะแยะ จังหวัดฮีนตาดะ และจังหวัดสารวดี ตามแนวตะวันตกของจังหวัดแปรมีเทือกเขายะไข่ และตามแนวตะวันออกมีทิวเขาพะโค เมืองหลักของจังหวัดแปร ได้แก่ แปรและชเวดอง
ภูมิศาสตร์
พื้นที่ทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของเขตปกคลุมด้วยป่าไม้ มีหุบเขาและหุบเหวมากมาย ซึ่งบรรจบกันเป็นลำน้ำใหญ่สายหนึ่งเรียกว่า นาวิน ที่ราบสำคัญที่สุดอยู่ทิศใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของแปร และทอดยาวไปตลอดความยาวของทางรถไฟที่วิ่งผ่าน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ซึ่งสามารถใช้เพาะปลูกได้ แม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำอิรวดีซึ่งตัดผ่านเขตจากเหนือจรดใต้ ลำน้ำที่มีความสำคัญรองลงมาคือลำน้ำทานีและลำน้ำสาขาในระบบลำน้ำนาวิน เนินเขาใกล้เมืองหลวงเป็นชั้นหินที่ก่อตัวในยุคเทอร์เชียรี ส่วนในที่ราบเป็นแหล่งสะสมตะกอน
ในอดีตแปรครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 47 ตารางกิโลเมตร (18 ตารางไมล์) ภายในเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบ ทำให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงรุ่งเรืองสูงสุด ปัจจุบันพื้นที่ทั้งหมดของแปรคือ 34.48 ตารางกิโลเมตร พื้นที่เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ ค.ศ. 1990 โดยเพิ่มขึ้นจาก 21.76 ตารางกิโลเมตรเป็น 34.48 ตารางกิโลเมตรใน ค.ศ. 2018 การขยายตัวของเมืองกระจุกตัวอยู่ในส่วนตะวันออกและตอนใต้ของเมือง แปรตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกแม่น้ำอิรวดี ห่างจากย่างกุ้งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 260 กิโลเมตร ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญสำหรับสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี ภาคกลางและพม่าตอนบน รวมถึงรัฐยะไข่
ประวัติศาสตร์

ทีนอองเสนอว่าอาณาจักรปยูอาจก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 78 ในยุคสันสกฤต/ปยู อย่างไรก็ตาม ดีจีอี ฮอลล์ (D. G. E. Hall) และกอร์ดอน ลูซ (Gordon Luce) กล่าวว่าอารยธรรมของหุบเขาอิรวดีไม่สามารถเกิดขึ้นได้ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 4 และเชื่อว่าศรีเกษตรก่อตั้งขึ้นในช่วง ค.ศ. 638 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นยุคคอซา (Kawza Era) ของพม่าในปัจจุบัน
ศรีเกษตรเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ปยูแห่งวิกรมา เมืองนี้มีรูปร่างเป็นวงกลมและมีกำแพงล้อมรอบในพื้นที่ประมาณ 46 ตารางกิโลเมตร (18 ตารางไมล์) ทำให้เป็นเมืองที่มีกำแพงล้อมรอบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงรุ่งเรือง เมืองนี้มีทั้งที่อยู่อาศัยและพื้นที่กสิกรรม ดังจะเห็นได้จากซากทางน้ำและบ่อเก็บน้ำที่ค้นพบ
นักแสวงบุญชาวจีน เสวียนจั้ง และ อี้จิ้ง ได้กล่าวถึงศรีเกษตรในบันทึกของพวกเขาในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 7[3] ไม่ทราบแน่ชัดว่าชาวปยูละทิ้งศรีเกษตรและอพยพไปทางเหนือเมื่อใด สันนิษฐานว่าความเสื่อมถอยของพวกเขาอาจเป็นผลมาจากการเติบโตของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี ซึ่งตัดขาดการค้าขายริมฝั่ง และจากการรุกรานของชาวมอญและไทใหญ่ในเวลาต่อมา พงศาวดารพม่าระบุว่าเมื่อพระเจ้าอโนรธารุกรานพื้นที่ตอนใต้ของพม่าในปัจจุบัน ค.ศ. 1057 พระองค์ทรงมีคำสั่งให้ทำลายซากปรักหักพังของศรีเกษตรเพื่อป้องกันไม่ให้กบฏเข้ามาหลบภัยที่นั่น ชาวพม่าจึงเรียกศูนย์กลางของปยูเก่าว่า ปยี ซากปรักหักพังขนาดใหญ่เหล่านี้ตกเป็นเป้าหมายของการสำรวจทางโบราณคดีอย่างหนาแน่น
เมืองนี้ถูกเรียกว่า "Prome" โดยชาวอังกฤษ (ตามชื่อที่ปรากฏในเอกสารภาษาโปรตุเกสในคริสต์ศตวรรษที่ 17) และกลายเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของอังกฤษหลังสงครามอังกฤษ–พม่าครั้งที่สองใน ค.ศ. 1853 เมืองนี้ถูกอังกฤษยึดครองใน ค.ศ. 1825 ระหว่างยุทธการที่แปร และอีกครั้งใน ค.ศ. 1852 โดยแทบไม่มีการต่อต้านเลย ใน ค.ศ. 1862 เมืองนี้ถูกทำลายเกือบทั้งหมดด้วยไฟ และต่อมาถูกวางผังเมืองใหม่เป็นถนนเส้นตรงและกว้าง ในปี ค.ศ. 1874 เมืองนี้ได้รับการจัดตั้งเป็นเทศบาล และมีการปรับปรุงครั้งใหญ่นับตั้งแต่นั้นมา รวมถึงระบบประปาด้วย
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองนี้เคยเป็นสถานที่เกิดยุทธการที่แปร ต่อมากองทัพอังกฤษสามารถยึดเมืองนี้กลับคืนมาได้ใน พฤษภาคม ค.ศ. 1945
ภูมิอากาศ
แปรมีภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าสะวันนา (การแบ่งเขตภูมิอากาศแบบเคิพเพิน Aw) อุณหภูมิสูงตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเดือนก่อนมรสุมตั้งแต่มีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยจะสูงกว่า 36 °C หรือ 96.8 °F ช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์จะมีอากาศอบอุ่นกว่าช่วงอื่น ๆ ของปีเล็กน้อย แล้งในฤดูหนาวตั้งแต่ธันวาคมถึงเมษายน และมีฝนในฤดูร้อนตั้งแต่พฤษภาคมถึงพฤศจิกายน ปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูฝนจะน้อยกว่าในเมืองชายฝั่งอย่างย่างกุ้งหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ซิตตเว
| ข้อมูลภูมิอากาศของแปร (ค.ศ. 1991–2020) | |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เดือน | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
| อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) | 32.6 (90.7) |
35.5 (95.9) |
37.9 (100.2) |
38.9 (102) |
36.1 (97) |
32.3 (90.1) |
31.3 (88.3) |
31.4 (88.5) |
32.7 (90.9) |
33.6 (92.5) |
33.3 (91.9) |
31.9 (89.4) |
33.9 (93) |
| อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °C (°F) | 24.4 (75.9) |
26.6 (79.9) |
29.5 (85.1) |
31.8 (89.2) |
30.8 (87.4) |
28.5 (83.3) |
27.9 (82.2) |
27.9 (82.2) |
28.5 (83.3) |
28.8 (83.8) |
27.5 (81.5) |
25.1 (77.2) |
28.1 (82.6) |
| อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) | 16.3 (61.3) |
17.7 (63.9) |
21.2 (70.2) |
24.6 (76.3) |
25.5 (77.9) |
24.7 (76.5) |
24.5 (76.1) |
24.5 (76.1) |
24.4 (75.9) |
24.1 (75.4) |
21.7 (71.1) |
18.2 (64.8) |
22.3 (72.1) |
| หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) | 4.3 (0.169) |
0.7 (0.028) |
4.9 (0.193) |
36.5 (1.437) |
145.9 (5.744) |
260 (10.24) |
218.5 (8.602) |
232.8 (9.165) |
219.1 (8.626) |
130.8 (5.15) |
30.2 (1.189) |
4.1 (0.161) |
1,287.8 (50.701) |
| วันที่มีหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ย (≥ 1.0 mm) | 0.4 | 0.1 | 0.7 | 2.1 | 9.6 | 18.9 | 19.8 | 19.7 | 15.8 | 10.1 | 2.7 | 0.4 | 100.3 |
| แหล่งที่มา: World Meteorological Organization[4] | |||||||||||||
อ้างอิง
- เชิงอรรถ
- ↑ Pyay. (2005). In The Hutchinson Unabridged Encyclopedia including Atlas. Retrieved March 13, 2008, from http://www.credoreference.com/entry/6458618
- ↑ "Myanmar Travel Information". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-02-25. สืบค้นเมื่อ 2019-02-26.
- ↑ Cœdès 1968, pp. 62–63, 77.
- ↑ "World Meteorological Organization Climate Normals for 1991–2020". World Meteorological Organization. สืบค้นเมื่อ 16 ตุลาคม 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
- บรรณานุกรม
- Cœdès, George (1968). The Indianized States of South-East Asia. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-1.
- Htin Aung (1967). A History of Burma. Columbia University Press, 1967.
- Htin Aung; Asoka Society (1970). Burmese history before 1287: a defence of the chronicles. the Asoka Society. ISBN 9780718921149.
- Stargardt, Janice (1 มกราคม 1990). The Ancient Pyu of Burma: Early Pyu cities in a man-made landscape. PACSEA. ISBN 978-1-873178-00-3.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Thant Myint-U (2011). The River of Lost Footsteps. Faber & Faber. ISBN 978-0-571-26606-7.