สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน

Overview

สตีฟ ออสติน' เกิดในชื่อ สตีเวน เจมส์ วิลเลียมส์ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1964 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อบนสังเวียน สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน เป็นบุคคลในวงการสื่อ นักแสดง และอดีตนักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ปัจจุบันเซ็นสัญญากับ WWE ในบทบาท แบรนด์แอมบาสเดอร์ เขาได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็น หนึ่งในนักมวยปล้ำอาชีพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตและความสำเร็จของ World Wrestling Federation (WWF) ในยุค Attitude Era ซึ่งเป็นช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2000 ยุคที่มวยปล้ำอาชีพได้รับความนิยมสูงสุดในกระแสหลัก

สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน
เกิดสตีเวน เจมส์ แอนเดอร์สัน
(1964-12-18) ธันวาคม 18, 1964 (61 ปี)
Austin, Texas, U.S.
อาชีพ
  • Media personality
  • actor
  • professional wrestler
ปีปฏิบัติงาน1986–2003, 2022 (มวยปล้ำ)
1999–present (สื่อ)
คู่สมรส
  • Kathryn Burrhus (สมรส 1990; หย่า 1992)
  • Jeanie Clarke (สมรส 1992; หย่า 1999)
  • Debra Marshall (สมรส 2000; หย่า 2003)
  • Kristin Feres (สมรส 2009)
บุตร3
นักมวยปล้ำอาชีพ
ชื่อบนสังเวียนThe Ringmaster[1]
"Stone Cold" Steve Austin[1]
"Stunning" Steve Austin[1]
"Superstar" Steve Austin[1]
Steve Williams[1]
ส่วนสูง6 ฟุต 2 นิ้ว (188 เซนติเมตร)[2]
น้ำหนัก262 ปอนด์ (119 กิโลกรัม)[2]
มาจากVictoria, Texas[2]
Hollywood, California (as "Stunning" Steve Austin)
ฝึกหัดโดยChris Adams[1]
เปิดตัว1986[1]
รีไทร์30 มีนาคม 2003
ลายเซ็น
เว็บไซต์brokenskullranch.com

สตีฟ ออสติน' (Steve Austin) เกิดในชื่อ สตีเวน เจมส์ วิลเลียมส์ (Steven James Williams) เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1964 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อบนสังเวียน สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน เป็นบุคคลในวงการสื่อ นักแสดง และอดีตนักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ปัจจุบันเซ็นสัญญากับ WWE ในบทบาท แบรนด์แอมบาสเดอร์ เขาได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็น หนึ่งในนักมวยปล้ำอาชีพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตและความสำเร็จของ World Wrestling Federation (WWF) (ปัจจุบันคือ WWE) ในยุค Attitude Era ซึ่งเป็นช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2000 ยุคที่มวยปล้ำอาชีพได้รับความนิยมสูงสุดในกระแสหลัก[2]

ออสตินเริ่มต้นอาชีพนักมวยปล้ำในปี 1989 หลังจากเล่นอเมริกันฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัยที่ University of North Texas ในปี 1991 เขาเซ็นสัญญากับ World Championship Wrestling (WCW) และใช้นามบนสังเวียนว่า "Stunning" Steve Austin โดยรับบทเป็นตัวร้ายที่มีสไตล์การปล้ำเชิงเทคนิค ระหว่างอยู่ WCW เขาคว้าแชมป์สำคัญหลายรายการ ได้แก่ แชมป์ WCW World Television Championship 2 สมัย, แชมป์ WCW United States Heavyweight Championship 2 สมัย, แชมป์ WCW World Tag Team Championship 1 สมัย, แชมป์ NWA World Tag Team Championship 1 สมัย โดยแชมป์แท็กทีมทั้งสองเส้นนั้นได้มาพร้อมกับ Brian Pillman ในนามทีม Hollywood Blondes หลังจากอยู่กับ Extreme Championship Wrestling (ECW) ช่วงสั้น ๆ เขาจึงย้ายมาเซ็นสัญญากับ WWF ในปี 1995

เมื่อเข้าสู่ WWF เขาเปิดตัวครั้งแรกด้วยคาแรกเตอร์ The Ringmaster นักมวยปล้ำสายเทคนิค แต่บทบาทนี้ไม่ประสบความสำเร็จนัก ต่อมาจึงได้รับการปรับภาพลักษณ์ใหม่เป็น "Stone Cold" Steve Austin ชายอารมณ์ร้อน กล้าพูด กล้าชน และต่อต้านผู้มีอำนาจ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักมวยปล้ำที่ได้รับความนิยมสูงสุดของยุค Attitude Era โดยเฉพาะจากศึกความบาดหมางกับประธานบริษัท Vince McMahon ตลอดอาชีพใน WWF เขาคว้าแชมป์สำคัญ ได้แก่ แชมป์ WWF Championship 6 สมัย, แชมป์ WWF Intercontinental Championship 2 สมัย, แชมป์ Million Dollar Championship 1 สมัย, แชมป์ WWF Tag Team Championship 4 สมัย ส่งผลให้เขากลายเป็น นักมวยปล้ำคนที่ 5 ที่พิชิต Triple Crown ของ WWF ได้สำเร็จ นอกจากนี้ เขายังสร้างสถิติเป็นผู้ชนะ Royal Rumble ถึง 3 ครั้ง ซึ่งยังเป็นสถิติสูงสุดร่วม และยังคว้าแชมป์ King of the Ring ประจำปี 1996 อย่างไรก็ตาม จากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าหลายครั้ง รวมถึงอาการบาดเจ็บรุนแรงที่ต้นคอจากศึก SummerSlam (1997) ทำให้เขาจำเป็นต้องยุติการปล้ำเต็มเวลาในปี 2003 แม้ว่าจะยังกลับมาปรากฏตัวเป็นครั้งคราวหลังจากนั้น ในปี 2009 เขาได้รับเกียรติบรรจุเข้าสู่ WWE Hall of Fame จากนั้นในเดือนเมษายน 2022 เขากลับมาปล้ำเป็นครั้งสุดท้าย โดยเอาชนะ Kevin Owens ในศึก WrestleMania 38

นอกเหนือจากวงการมวยปล้ำ ออสตินยังเป็นพิธีกรของรายการและพอดแคสต์หลายรายการ ได้แก่ The Steve Austin Show และ Broken Skull Sessions ซึ่งออกอากาศผ่าน WWE Network และ Peacock เขายังร่วมผลิตเบียร์ Broken Skull IPA และ Broken Skull American Lager กับบริษัท El Segundo Brewing Company นอกจากนี้ เขายังเคยเป็นพิธีกรรายการเรียลลิตีแข่งขัน Steve Austin's Broken Skull Challenge และ Straight Up Steve Austin ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา ออสตินได้เข้าร่วมการแข่งขัน Desert Racing หรือการแข่งขันรถออฟโรดในทะเลทราย โดยใช้รถประเภท UTV (Utility Task Vehicle) อีกด้วย[3]

ชีวิตวัยเยาว์

สตีฟ ออสติน เกิดในชื่อ สตีเวน เจมส์ แอนเดอร์สัน เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 1964 ที่เมือง Austin รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา[4][5][6] หลังจากพ่อแม่ของเขาหย่าร้างกัน แม่ของเขาได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ที่เมือง Victoria รัฐเท็กซัส และเลี้ยงดูออสตินกับน้องชายอีกสองคน ได้แก่ สก็อตต์ และ เควิน ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว ต่อมาแม่ของเขาแต่งงานกับ เคน วิลเลียมส์ ซึ่งรับเด็กทั้งสามคนเป็นบุตรบุญธรรม ทำให้ชื่อทางกฎหมายของออสตินถูกเปลี่ยนเป็น สตีเวน เจมส์ วิลเลียมส์ ภายหลังครอบครัวย้ายไปตั้งรกรากที่เมือง Edna รัฐเท็กซัส นอกจากนี้ ออสตินยังมีน้องชายอีกหนึ่งคนชื่อ เจฟฟ์ และน้องสาวชื่อ เจนนิเฟอร์[7][8]

ออสตินเข้าเรียนที่ Edna High School โดยเล่นอเมริกันฟุตบอลในตำแหน่ง Running Back ให้กับทีมของโรงเรียนตลอดทั้ง 4 ปีที่ศึกษา[9] หลังจากสำเร็จการศึกษา เขาเข้าเรียนที่ Wharton County Junior College เป็นเวลา 1 ปี และเปลี่ยนมาเล่นในตำแหน่ง Linebacker หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาได้รับ ทุนการศึกษาเต็มจำนวน และย้ายไปศึกษาต่อที่ University of North Texas[10][8] ที่มหาวิทยาลัย เขายังคงเล่นในตำแหน่ง Linebacker ก่อนจะเปลี่ยนไปเล่นตำแหน่ง Defensive End หลังได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า[11][12][13][14] พ่อของออสตินก็เคยเป็นนักอเมริกันฟุตบอลของ Rice University เช่นกัน[15] ออสตินเคยกล่าวถึงเส้นทางอเมริกันฟุตบอลของตัวเองว่า "มันเป็นประสบการณ์ที่สนุกมาก" และยังกล่าวอีกว่า "ผมเคยฝันอยากเป็นนักอเมริกันฟุตบอลอาชีพ แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงระดับนั้น ผมเป็นนักกีฬาที่ดีในระดับท้องถิ่นหรือระดับภูมิภาค แต่เมื่อก้าวไปไกลกว่านั้น ผู้เล่นคนอื่นมีพรสวรรค์เหนือกว่าผมมาก" ท้ายที่สุด เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย ทั้งที่เหลือหน่วยกิตอีกเพียงไม่กี่หน่วยก็จะสำเร็จการศึกษา[16]

ออสตินเริ่มสนใจมวยปล้ำอาชีพตั้งแต่อายุยังน้อย โดยติดตามรายการ Houston Wrestling ซึ่งโปรโมตโดย Paul Boesch เป็นประจำ[17][18] ขณะเรียนมหาวิทยาลัย เขาอาศัยอยู่ใกล้กับ Dallas Sportatorium ซึ่งเป็นสนามจัดการแข่งขันของสมาคม World Class Championship Wrestling (WCCW) ทำให้เขาได้สัมผัสกับวงการมวยปล้ำอย่างใกล้ชิด และเป็นแรงบันดาลใจให้ก้าวเข้าสู่อาชีพนักมวยปล้ำในเวลาต่อมา[19][20] ในเดือนธันวาคม ปี 2007 เขาได้เปลี่ยนชื่อทางกฎหมายจาก Steven James Williams เป็น Steve Austin อย่างเป็นทางการ ซึ่งตรงกับชื่อที่แฟนมวยปล้ำทั่วโลกรู้จักกันอยู่แล้ว[21]

ประวัติมวยปล้ำอาชีพ

ช่วงต้นอาชีพ

สตีฟ ออสติน เริ่มฝึกมวยปล้ำอาชีพในปี ค.ศ. 1986 ภายใต้การฝึกสอนของ คริส อดัมส์ (Chris Adams) ที่ Dallas Sportatorium ขณะนั้นอดัมส์มีความเกี่ยวข้องกับสมาคม World Class Wrestling Association (WCWA) ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า World Class Championship Wrestling (WCCW)[22][23] แม้ว่าการฝึกจะเน้นทักษะมวยปล้ำเชิงเทคนิคเป็นหลัก แต่ออสตินก็กล่าวในภายหลังว่าเขาไม่พอใจที่ไม่ได้รับการสอนเกี่ยวกับด้านธุรกิจของวงการมวยปล้ำมากนัก[24]

ออสตินขึ้นปล้ำครั้งแรกในปีเดียวกันนั้น ในรายการโทรทัศน์ของ WCWA โดยใช้ชื่อจริงในขณะนั้นคือ Steve Williams[25] ต่อมาเมื่อ WCWA ควบรวมกับ Continental Wrestling Association (CWA) ซึ่งมีฐานอยู่ที่เมืองเมมฟิส จนกลายเป็น United States Wrestling Association (USWA) เขาจึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อ "Steve Austin" เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนกับนักมวยปล้ำ "Dr. Death" Steve Williams ในช่วงเวลานั้น ออสตินปล้ำเป็นหลักในเมืองดัลลัส และมี เพอร์ซี พริงเกิล ซึ่งภายหลังเป็นที่รู้จักในชื่อ พอล แบร์เรอร์ ใน WWF ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ หนึ่งในสตอรี่ไลน์ช่วงแรกของเขาคือการเปิดศึกกับอาจารย์ผู้ฝึกสอนของตนเอง คริส อดัมส์

เส้นทางกับ WCW

สตีฟ ออสติน เปิดตัวใน World Championship Wrestling (WCW) เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1991 โดยใช้ฉายา "Stunning" Steve Austin[26] ซึ่งเจ้าตัวเคยยอมรับในภายหลังว่าไม่ค่อยชอบคาแรกเตอร์นี้นัก[27] ช่วงแรกเขามี Vivacious Veronica[28] และต่อมาคือ Lady Blossom (Jeannie Adams) เป็นผู้ติดตาม เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 1991 ออสตินเอาชนะ Bobby Eaton คว้าแชมป์ WCW World Television Championship เป็นครั้งแรก ก่อนเข้าร่วมกลุ่ม Dangerous Alliance ของ Paul E. Dangerously[29] เขาเสียแชมป์ให้ Barry Windham ในเดือนเมษายน 1992 แต่ชิงคืนได้ในเดือนถัดมา ก่อนจะเสียแชมป์ให้ Ricky Steamboat ในศึก Clash of the Champions XX เดือนกันยายน 1992 หลังจากนั้นกลุ่ม Dangerous Alliance ก็ยุบตัวลง[30]

ในช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน 1992 ออสตินเดินทางไปปล้ำกับ New Japan Pro-Wrestling (NJPW) โดยเข้าร่วมรายการ G1 Climax 1992 ผ่านรอบแรกด้วยการชนะ Arn Anderson ก่อนตกรอบให้ Keiji Muto นอกจากนี้ยังได้ท้าชิงแชมป์ NWA World Heavyweight Championship กับ Masahiro Chono แต่แพ้ด้วยท่า STF[31][32] โดยในแมตช์ดังกล่าว โชโนะได้รับบาดเจ็บคอหักจากการใช้ท่า Tombstone Piledriver ที่ผิดพลาดของออสติน[33] เดือนกันยายน 1992 ออสตินจับคู่กับ Brian Pillman ก่อตั้งแท็กทีม Hollywood Blonds ตามแนวคิดของ Dusty Rhodes[34] แม้ออสตินจะไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะหวังผลักดันในฐานะนักมวยปล้ำเดี่ยวก็ตาม[35][36] ทั้งคู่คว้าแชมป์ NWA และ WCW World Tag Team Championship เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 1993 และครองแชมป์นานประมาณ 5 เดือน ก่อนเสียแชมป์ในเดือนสิงหาคม หลังจากพิลล์แมนได้รับบาดเจ็บ[37]

เมื่อพิลล์แมนพักรักษาตัว ออสตินเข้าร่วมกลุ่ม Stud Stable ของ Colonel Robert Parker และเมื่อพิลล์แมนกลับมา ออสตินก็หักหลังเขา ส่งผลให้ทีม Hollywood Blonds ยุบลง ก่อนที่ออสตินจะเอาชนะพิลล์แมนได้ในศึก Clash of the Champions XXV เดือนพฤศจิกายน 1993[38] ในเดือนธันวาคม 1993 ออสตินเอาชนะ Dustin Rhodes คว้าแชมป์ WCW United States Heavyweight Championship เป็นครั้งแรก เขาเสียแชมป์ให้ Ricky Steamboat ในเดือนสิงหาคม 1994 แต่ได้แชมป์คืนจากการชนะฟาวล์เนื่องจากสตีมโบทบาดเจ็บ[39] อย่างไรก็ตาม เพียง 5 นาทีต่อมา เขาก็เสียแชมป์ให้ Jim Duggan ในแมตช์ที่ใช้เวลาเพียง 35 วินาที และไม่สามารถชิงแชมป์คืนได้[40]

ในช่วงปลายปี 1994 ถึงต้นปี 1995 ออสตินพักรักษาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า[41][42] ก่อนกลับมาร่วมทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์สหรัฐฯ แต่ตกรอบให้ Randy Savage จากนั้นเขาปล้ำแมตช์สุดท้ายกับ WCW เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 1995 และยังเดินทางไปปล้ำกับ NJPW อีกครั้งในทัวร์ Fighting Spirit Legend ระหว่างทัวร์ที่ญี่ปุ่น ออสตินได้รับบาดเจ็บ กล้ามเนื้อไตรเซปฉีกขาด และในระหว่างพักฟื้น Eric Bischoff ประธาน WCW ได้สั่งปลดเขาออกจากบริษัทเมื่อวันที่ 15 กันยายน 1995 เนื่องจากมองว่าออสตินไม่ใช่นักมวยปล้ำที่ทำตลาดได้[43] และเป็นคนที่ทำงานด้วยค่อนข้างยาก ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ WCW เพราะออสตินจะก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับตำนานในเวลาต่อมา[44]

เส้นทางกับ ECW

หลังถูก WCW ปลดออกจากบริษัท พอล เฮย์แมน ซึ่งเคยเป็นผู้จัดการของออสตินใน WCW ได้ติดต่อชวนเขามาร่วมงานกับ Extreme Championship Wrestling (ECW) แม้ในขณะนั้นออสตินยังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บไม่เต็มที่[45] เฮย์แมนจึงให้เขาทำหน้าที่พูดโปรโมตและสัมภาษณ์บนเวทีเป็นหลัก โดยจ่ายค่าตัวคืนละ 500 ดอลลาร์สหรัฐ ออสตินเปลี่ยนฉายาเป็น "Superstar" Steve Austin[46] และเปิดตัวใน ECW ในศึก Gangstas Paradise เมื่อวันที่ 18 กันยายน 1995[47] ระหว่างอยู่ใน ECW ออสตินใช้โอกาสนี้พัฒนาคาแรกเตอร์ที่ต่อมากลายเป็น "Stone Cold" Steve Austin รวมถึงฝึกฝนทักษะการพูดโปรโมอย่างจริงจัง เขายังตัดโปรโมวิจารณ์ WCW และ Eric Bischoff อย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะการล้อเลียนรายการ Monday Nitro ผ่านช่วงโปรโมชื่อ "Monday NyQuil" ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก นักมวยปล้ำหลายคนยกให้ ECW เป็นสถานที่ที่ทำให้ออสตินพัฒนาฝีมือการใช้ไมโครโฟน และออสตินเองก็ยกเครดิตให้ พอล เฮย์แมน ว่าเป็นผู้สอนเขาเรื่องการตัดโปรโม[48] ในด้านการแข่งขัน ออสตินได้ท้าชิงแชมป์ ECW World Heavyweight Championship จาก Mikey Whipwreck ในศึก November to Remember เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 1995 แต่ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้[49] ต่อมาในศึก December to Dismember วันที่ 9 ธันวาคม 1995 เขาเข้าร่วมแมตช์สามเส้าชิงแชมป์กับ Whipwreck และ The Sandman โดยออสตินเป็นฝ่ายกด Whipwreck ตกรอบได้ แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับ The Sandman หลังถูกชกด้วยสนับมือเหล็ก (Brass Knuckles) ทำให้พลาดโอกาสคว้าแชมป์ ECW[50][51]

เส้นทางกับ WWF/WWE

จุดกำเนิด สโตน โคลด์

ปลายปี 1995 สตีฟ ออสตินเซ็นสัญญาเข้าร่วม World Wrestling Federation (WWF) หลังจากได้รับการสนับสนุนจาก Diesel (Kevin Nash) และ Jim Ross ที่ช่วยโน้มน้าว Vince McMahon ให้ดึงตัวเขาเข้าบริษัท ออสตินเปิดตัวใน WWF เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 1995 (ออกอากาศในรายการ Raw วันที่ 8 มกราคม 1996) ภายใต้ชื่อ "The Ringmaster" โดยมี Ted DiBiase เป็นผู้จัดการ และมอบแชมป์ Million Dollar Championship ให้กับเขา[52] ในแมตช์เปิดตัวเขาเอาชนะ Matt Hardy ได้สำเร็จ[53][54] ในการปรากฏตัวบนรายการ Royal Rumble 1996 ซึ่งเป็นศึกเพย์เพอร์วิวครั้งแรกของเขา เดิมทีมีแผนให้ออสตินเป็นหนึ่งใน 4 คนสุดท้ายบนเวทีเพื่อผลักดันเขา แต่เขาพลาดท่าตกรอบเร็วกว่าที่วางแผนไว้ หลังถูก Fatu โคลสไลน์ออกจากเวที[55]

ไม่นานหลังจากนั้น ออสตินรู้สึกว่าคาแรกเตอร์ The Ringmaster ไม่น่าสนใจ จึงขอเปลี่ยนบทบาท เขาตัดสินใจโกนศีรษะและไว้เคราแพะในช่วงต้นปี 1996[56] โดยได้รับแรงบันดาลใจจากทรงผมของ Bruce Willis ในภาพยนตร์ Pulp Fiction อีกทั้งยังโชคดีที่ไม่ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "Fang McFrost" ซึ่งเป็นหนึ่งในชื่อที่ WWF เคยเสนอ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 1996 เขาเปลี่ยนมาใช้ชื่อ "Stone Cold" Steve Austin อย่างเป็นทางการในการแข่งขันกับ Savio Vega โดยชื่อ "Stone Cold" มาจากคำพูดของภรรยาในขณะนั้น Jeanie ที่บอกให้เขาดื่มชาก่อนที่มันจะ "เย็นชืด (stone cold)" ส่วนบุคลิกใหม่ของเขาได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนจากฆาตกรต่อเนื่อง Richard "The Iceman" Kuklinski[57]

ออสตินเสมอกับ Savio Vega ด้วยการนับทั้งคู่ออกจากเวที[58] ในรายการ Raw ก่อนจะเอาชนะเวกาได้ในศึก WrestleMania XII[59] อย่างไรก็ตาม ในศึก In Your House: Beware of Dog เขาแพ้ Caribbean Strap Match ให้กับเวกา ซึ่งมีเงื่อนไขว่า Ted DiBiase จะต้องออกจาก WWF หากออสตินแพ้ ส่งผลให้ DiBiase อำลาบริษัท และออสตินยุติการครอง Million Dollar Championship ไปโดยปริยาย ต่อมา DiBiase เปิดเผยว่า ในเวลานั้นไม่มีใครคาดคิดว่าออสตินจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับตำนาน และเขาเคยแนะนำให้ออสตินไม่ต้องสนใจคำวิจารณ์จากโปรดิวเซอร์มากนัก เพราะความสำเร็จต้องอาศัยเวลาและความอดทน[60]

ตำนาน 3:16

หลังจากใช้เวลาหลายเดือนในฐานะนักมวยปล้ำระดับมิดการ์ด จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ สตีฟ ออสติน เกิดขึ้นในศึก King of the Ring 1996 เมื่อเขาเอาชนะ Jake "The Snake" Roberts คว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ โดยเดิมทีผู้ที่ถูกวางตัวให้ชนะคือ Hunter Hearst Helmsley (Triple H) แต่ถูกลงโทษจากเหตุการณ์ Curtain Call จึงพลาดโอกาสนั้น[61] หลังชัยชนะ ออสตินกล่าวโปรโมอันโด่งดังที่ล้อเลียนความศรัทธาของเจก โรเบิร์ตส์ พร้อมประกาศประโยคที่กลายเป็นตำนานว่า "Austin 3:16 says I just whipped your ass!" และปิดท้ายด้วย "And that's the bottom line, 'cause Stone Cold said so!" ทั้งสองประโยคกลายเป็นคำพูดประจำตัวของเขา และเสื้อ Austin 3:16 ก็กลายเป็นสินค้าขายดีที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์ WWE[62][63] บุคลิกของออสตินเริ่มเปลี่ยนเป็นตัวละคร แอนตีฮีโร่ ที่พูดจาหยาบคาย ดุดัน และไม่ยอมใคร[64][65] เขาเริ่มเปิดศึกกับ Bret Hart ด้วยการท้าทายและยั่วยุอย่างต่อเนื่อง จนฮาร์ตกลับมาจากการพักงาน 6 เดือนและตอบรับการเจอกันในศึก Survivor Series 1996 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของหนึ่งในคู่ปรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ WWF[66]

ในช่วงเดียวกัน ออสตินยังมีเรื่องกับอดีตเพื่อน Brian Pillman จนนำไปสู่เหตุการณ์อื้อฉาว "Pillman's Got a Gun" เมื่อออสตินบุกบ้านของพิลล์แมน และพิลล์แมนชักปืนออกมาขู่กลางรายการ Raw สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก[67][68] แม้จะแพ้เบรต ฮาร์ตในศึก Survivor Series แต่แฟน ๆ กลับส่งเสียงเชียร์ออสตินอย่างล้นหลาม[69][70] ในศึก Royal Rumble 1997 ออสตินถูกเบรต ฮาร์ตกำจัดออกจากเวที แต่กรรมการไม่เห็น เขาจึงแอบกลับขึ้นเวทีและกำจัดฮาร์ตออกไป ก่อนคว้าชัยชนะในแมตช์ Royal Rumble ได้สำเร็จ[71] อย่างไรก็ตาม ในศึก In Your House: Final Four เขาไม่สามารถคว้าแชมป์ WWF ได้ และความบาดหมางกับฮาร์ตก็ยิ่งรุนแรงขึ้น[72] จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นใน WrestleMania 13 กับแมตช์ Submission Match อันโด่งดัง โดยมี Ken Shamrock เป็นกรรมการพิเศษ แม้ออสตินจะเสียเลือดจำนวนมากจากใบหน้าที่แตก และไม่ยอมตบพื้นยอมแพ้ในท่า Sharpshooter ของฮาร์ต จนหมดสติจากการเสียเลือด แต่ภาพที่เขาฝืนสู้จนวินาทีสุดท้ายทำให้แฟน ๆ หันมาเชียร์เขาเต็มตัว ขณะที่เบรต ฮาร์ตกลับกลายเป็นฝ่ายร้าย ถือเป็น Double Turn ที่โด่งดังที่สุดครั้งหนึ่งในวงการมวยปล้ำ[73] หลังจากนั้น ความนิยมของออสตินพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว และเสื้อ Austin 3:16 กลายเป็นเสื้อที่ขายดีที่สุดของ WWF นับตั้งแต่ยุค Hulkamania[74]

ต่อมาออสตินได้ร่วมทีมกับ Shawn Michaels คว้าแชมป์แท็กทีม[75] แต่ทั้งคู่ไม่ลงรอยกัน ทำให้ไมเคิลส์ต้องสละแชมป์จากอาการบาดเจ็บ[76][77] ออสตินจึงจับคู่กับ Dude Love และคว้าแชมป์แท็กทีมอีกครั้ง[78] ออสตินยังคงทำศึกกับ The Hart Foundation โดยเฉพาะ Owen Hart[79] จนในศึก SummerSlam 1997 ทั้งสองแข่งขันชิงแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล ระหว่างแมตช์ โอเวนใช้ท่า Sit-out Piledriver ผิดพลาด ทำให้ออสตินได้รับบาดเจ็บที่กระดูกคอและไขสันหลังอย่างรุนแรง ถึงขั้นเป็นอัมพาตชั่วคราว แม้จะได้รับบาดเจ็บ เขายังรวบโอเวนกดนับสามและคว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัลได้สำเร็จ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ช่วยพยุงออกจากเวที[80] อาการบาดเจ็บทำให้ออสตินต้องสละทั้งแชมป์อินเตอร์และแชมป์แท็กทีม ต่อมาใน Raw วันที่ 22 กันยายน 1997 Vince McMahon แจ้งว่าออสตินยังไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาปล้ำ แต่เขาตอบโต้ด้วยการใช้ Stunner ใส่แม็กแมนเป็นครั้งแรก จุดชนวนความบาดหมางในตำนานระหว่าง Stone Cold กับ Mr. McMahon[81][82] เมื่อกลับมาปล้ำในศึก Survivor Series 1997 ออสตินสามารถเอาชนะ Owen Hart และคว้าแชมป์อินเตอร์กลับคืนมาได้[83] หลังจากนั้น เขาหันไปเปิดศึกกับ The Rock ซึ่งขโมยเข็มขัดแชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัลของเขาและประกาศตัวว่าเป็น "แชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัลที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล" ออสตินเอาชนะเดอะร็อกในศึก D-Generation X: In Your House เพื่อแย่งเข็มขัดกลับคืน แต่เมื่อ Vince McMahon สั่งให้เขาป้องกันแชมป์ในคืนถัดมา ออสตินกลับเลือก สละแชมป์ เพื่อประท้วง และโยนเข็มขัดอินเตอร์ลงแม่น้ำ Piscataqua River ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สุดไอคอนิกในเส้นทางอาชีพของเขา[2]

เปิดศึกกับ วินซ์ แม็กแมน

หลังจาก เบรต ฮาร์ต ย้ายไป WCW อย่างเป็นข้อถกเถียง สตีฟ ออสติน และ ชอว์น ไมเคิลส์ กลายเป็นสองซูเปอร์สตาร์หลักของ WWF ออสตินคว้าชัยในศึก Royal Rumble 1998 ด้วยการกำจัด The Rock เป็นคนสุดท้าย[84] คืนต่อมาในรายการ Raw เขาเผชิญหน้ากับอดีตแชมป์โลกมวยสากล Mike Tyson ซึ่งได้รับเชิญมาปรากฏตัวในรายการ โดยออสตินแสดงท่าทางยั่วยุใส่ไทสัน ทำให้ทั้งสองเกือบมีเรื่องกัน ต่อมาไทสันได้รับแต่งตั้งให้เป็น Special Enforcer ในแมตช์ชิงแชมป์ WWF ระหว่างออสตินกับไมเคิลส์ที่ WrestleMania XIV ใน WrestleMania XIV ออสตินเอาชนะ Shawn Michaels และคว้า WWF Championship สมัยแรก โดยไทสันหักหลังกลุ่ม D-Generation X (DX) มาช่วยนับสามให้ออสติน ก่อนจะชกไมเคิลส์จนล้ม หลังแมตช์นี้ไมเคิลส์ต้องพักจากวงการหลายปีเพราะอาการบาดเจ็บ ส่งผลให้ยุค "Austin Era" เริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มตัว[85]

คืนต่อมา Vince McMahon มอบเข็มขัดแชมป์เส้นใหม่ให้ออสติน แต่ยืนยันว่าเขาต้องการ "Corporate Champion" ที่เชื่อฟังบริษัท ไม่ใช่ออสตินผู้หัวแข็ง ออสตินจึงตอบโต้ด้วย Stone Cold Stunner จุดเริ่มต้นของศึกในตำนานระหว่าง Stone Cold Steve Austin กับ Mr. McMahon ตลอดปี 1998 แม็กแมนพยายามทุกวิถีทางเพื่อแย่งแชมป์จากออสติน ทั้งส่ง Dude Love, ใช้ Gerald Brisco และ Pat Patterson เป็นพวก รวมถึงเข้ามาแทรกแซงในฐานะกรรมการ แต่ทุกครั้งออสตินก็ยังรักษาแชมป์ไว้ได้ ในศึก King of the Ring 1998 ออสตินเสียแชมป์ WWF ให้ Kane ในแมตช์ First Blood หลังถูก The Undertaker ฟาดเก้าอี้เหล็กโดยไม่ตั้งใจ อย่างไรก็ตาม เขาชิงแชมป์คืนได้ในคืนถัดมาบนรายการ Raw

ออสตินยังเอาชนะ The Undertaker ใน SummerSlam 1998 แต่ต่อมาเสียแชมป์อีกครั้งในศึก Breakdown: In Your House เมื่อทั้งอันเดอร์เทเกอร์และเคนกดเขาพร้อมกัน ส่งผลให้แชมป์ถูกประกาศว่าง หลังจากนั้นเกิดเหตุการณ์อันโด่งดังหลายครั้ง เช่น ขับ รถ Zamboni บุกเข้าไปทำร้าย Vince McMahon ในรายการ Raw[86] ถูกไล่ออกจาก WWF ตามบท แต่ภายหลังเปิดเผยว่า Shane McMahon เซ็นสัญญาดึงเขากลับเข้าบริษัท ใช้ปืนของเล่นที่มีธงคำว่า "Bang! 3:16" ข่มขู่ Vince McMahon กลางเวที ในศึก Survivor Series 1998 ออสตินแพ้ Mankind หลังเชน แม็กแมนหักหลังเขา ก่อนจะเปิดศึกกับ The Rock และ The Undertaker อย่างต่อเนื่อง โดยเขาเอาชนะอันเดอร์เทเกอร์ในแมตช์ Buried Alive เพื่อคว้าสิทธิ์เข้าสู่ Royal Rumble 1999[87][88]

ต้นปี 1999 ออสตินช่วย Mankind เอาชนะเดอะร็อก คว้าแชมป์ WWF ในรายการ Raw อันโด่งดังเมื่อวันที่ 4 มกราคม ใน Royal Rumble 1999 Vince McMahon และออสตินจับได้หมายเลข 1 และ 2 ตามลำดับ ระหว่างการแข่งขัน ออสตินถูกสมาชิกกลุ่ม The Corporation รุมทำร้ายจนต้องถูกนำส่งโรงพยาบาล แต่เขากลับมาด้วย รถพยาบาล และกลับเข้าสู่แมตช์ได้อีกครั้ง ทว่าช่วงท้าย The Rock ออกมาช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ ทำให้ Vince กำจัดออสตินและคว้าชัย Royal Rumble ไป อย่างไรก็ตาม Vince ปฏิเสธสิทธิ์ชิงแชมป์ ทำให้ Shawn Michaels มอบสิทธิ์นั้นให้ออสตินแทน ออสตินจึงเอาชนะ Vince ในแมตช์ Steel Cage ที่ St. Valentine's Day Massacre เพื่อรักษาสิทธิ์ชิงแชมป์ใน WrestleMania XV แม้ Paul Wight (Big Show) จะเปิดตัวและเข้ามาแทรกแซงก็ตาม

ก่อน WrestleMania XV หนึ่งสัปดาห์ ออสตินสร้างภาพจำด้วยการขับ รถบรรทุกเบียร์ (Beer Truck) เข้าสนาม แล้วใช้สายฉีดเบียร์ใส่ Vince, Shane และ The Rock[89] ใน WrestleMania XV ออสตินเอาชนะ The Rock คว้า WWF Championship สมัยที่ 3 และสามารถป้องกันแชมป์ได้ในศึก Backlash ต่อมาเขาเสียแชมป์ให้ The Undertaker ในศึก Over the Edge แต่ด้วยเนื้อเรื่องความขัดแย้งภายในครอบครัวแม็กแมน Linda McMahon และ Stephanie McMahon แต่งตั้งออสตินเป็น CEO ของ WWF ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม เขาเสียตำแหน่งให้ Vince และ Shane ในแมตช์ Handicap Ladder Match ที่ King of the Ring 1999 คืนถัดมา ออสตินเอาชนะ The Undertaker คว้า WWF Championship สมัยที่ 4 และป้องกันแชมป์ได้ในศึก Fully Loaded แมตช์ First Blood โดยมีเงื่อนไขว่า หากออสตินแพ้ เขาจะหมดสิทธิ์ชิงแชมป์ WWF ตลอดไป แต่สุดท้ายเขาได้รับความช่วยเหลือจาก X-Pac และเป็นฝ่ายรักษาแชมป์ไว้ได้สำเร็จ[90]

ศึกอินเวชัน

ออสตินครองแชมป์ WWF จนถึงศึก SummerSlam 1999 ก่อนเสียแชมป์ให้ Mankind ในแมตช์สามเส้าที่มี Triple H ร่วมแข่งขันด้วย หลังจากนั้น Triple H กลายเป็นแชมป์ และออสตินพลาดโอกาสทวงแชมป์คืนในศึก No Mercy เนื่องจาก The Rock พลาดใช้ค้อนปอนด์ โดนออสตินแทน Triple H ก่อนศึก Survivor Series 1999 มีเนื้อเรื่องที่ออสตินถูกรถยนต์พุ่งชน[91] ทำให้ต้องหายจากหน้าจอโทรทัศน์เพื่อเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บที่คอ[92] ซึ่งเป็นผลจากอุบัติเหตุในปี 1997 โดยออสตินภายหลังยอมรับว่าเรื่องนี้เป็น สตอรี่ไลน์ที่แย่ที่สุดในอาชีพของเขา[93]

ออสตินกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งใน Backlash 2000 และกลับมาปล้ำเต็มตัวใน Unforgiven 2000 โดย Mick Foley เปิดการสืบสวนว่าใครเป็นคนขับรถชนออสติน ก่อนจะเปิดเผยว่าเป็น Rikishi แต่ภายหลัง Triple H ยอมรับว่าเป็นผู้บงการทั้งหมด นำไปสู่การเปิดศึกระหว่างทั้งสอง ออสตินคว้าแชมป์ Royal Rumble 2001 เป็นสมัยที่ 3 ซึ่งยังคงเป็นสถิติสูงสุดในขณะนั้น ด้วยการกำจัด Kane เป็นคนสุดท้าย[94] ความบาดหมางกับ Triple H จบลงในแมตช์ Three Stages of Hell ที่ No Way Out 2001 โดย Triple H เป็นฝ่ายชนะ 2 ต่อ 1 ยก[95] ใน WrestleMania X-Seven ออสตินท้าชิงแชมป์ WWF กับ The Rock โดยแมตช์ถูกกำหนดให้เป็น No Disqualification Match ระหว่างการแข่งขัน Vince ออกมาช่วยออสตินขัดขวางเดอะร็อก ก่อนที่ออสตินจะใช้เก้าอี้เหล็กฟาดเดอะร็อกหลายครั้งและคว้าแชมป์ WWF สมัยที่ 5 หลังจบแมตช์เขาจับมือกับ Vince กลายเป็นฝ่ายอธรรมอีกครั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1997[96]

คืนถัดมา Triple H หันมาร่วมมือกับออสตินและ Vince ก่อตั้งทีม The Two-Man Power Trip ทั้งสองกวาดแชมป์สำคัญไว้พร้อมกัน ได้แก่ ออสติน แชมป์ WWF, Triple H แชมปือินเตอร์ ทั้งคู่ยังได้คว้าแชมป์แท็กทีมร่วมกันอีก อย่างไรก็ตาม ทีมต้องยุบลงเมื่อ Triple H ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาฉีกขาดอย่างรุนแรงระหว่างแมตช์ป้องกันแชมป์แท็กทีมกับ Chris Benoit และ Chris Jericho[97][98] ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแมตช์แท็กทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนั้น[99][100] ออสตินยังคงเป็นพันธมิตรกับ Vince และสามารถรักษาแชมป์ WWF เอาไว้ได้ในศึก King of the Ring 2001 แม้จะถูก Booker T ซึ่งเพิ่งเปิดตัวใน WWF แทรกแซงก็ตาม

หลัง WWF ซื้อกิจการ WCW ก็เกิดเนื้อเรื่อง The Invasion เมื่อฝั่ง WCW และ ECW รวมตัวกันเป็น The Alliance นำโดย Shane และ Stephanie McMahon ตอนแรกออสตินกลับมาเป็นฝ่ายธรรมะและเป็นกัปตันทีม WWF ในศึก Invasion 2001 แต่ระหว่างการแข่งขันกลับหักหลัง Kurt Angle ด้วยการใช้ Stone Cold Stunner และช่วยให้ทีม Alliance ชนะ ก่อนเข้าร่วมกลุ่มและกลายเป็นผู้นำของ Alliance ออสตินเสียแชมป์ WWF ให้ Kurt Angle ในศึก Unforgiven 2001 หลังยอมแพ้ต่อท่า Ankle Lock สิ้นสุดการครองแชมป์นาน 175 วัน ซึ่งเป็นการครองแชมป์ที่ยาวนานที่สุดของ WWF นับตั้งแต่ปี 1996 แต่เขาชิงแชมป์คืนได้ในรายการ Raw เมื่อ William Regal หักหลัง Angle และเข้าร่วม Alliance ศึก Survivor Series 2001 จัดแมตช์ Winner Takes All ระหว่างทีม WWF และทีม Alliance เพื่อยุติสงครามระหว่างสองฝ่าย แต่ Kurt Angle หักหลัง Alliance กลับไปช่วย WWF ส่งผลให้ The Rock เอาชนะออสตินได้ และเนื้อเรื่อง The Invasion ก็สิ้นสุดลง[101]

คืนต่อมา Ric Flair กลับสู่ WWF และประกาศเป็นเจ้าของร่วมบริษัท ออสตินหันกลับมาเป็นฝ่ายธรรมะอีกครั้ง พร้อมจับมือกับ Flair[102] ในศึก Vengeance 2001 มีการจัดทัวร์นาเมนต์รวมแชมป์ WWF และ WCW World Heavyweight Championship เพื่อหาผู้ครองแชมป์หนึ่งเดียวของบริษัท ออสตินเอาชนะ Angle ในรอบรองชนะเลิศ แต่แพ้ Chris Jericho ในรอบชิง หลังถูก Vince และ Booker T แทรกแซง ทำให้เจริโคกลายเป็น Undisputed Champion คนแรกของ WWF[103]

ช่วงสุดท้ายก่อนเลิกปล้ำ

ในศึก Royal Rumble 2002 สตีฟ ออสตินเข้าสู่แมตช์ด้วยหมายเลข 19 และอยู่จนถึง 4 คนสุดท้าย ก่อนจะถูก Kurt Angle กำจัดออก จากนั้นเขาเอาชนะแองเกิลในรายการ Raw เพื่อคว้าสิทธิ์ท้าชิงแชมป์ Undisputed WWF Championship ของ Chris Jericho ในศึก No Way Out.[104] ก่อนการแข่งขัน Vince McMahon ดึงกลุ่ม New World Order (nWo) กลับเข้าสู่ WWF และให้เปิดศึกกับออสติน ในศึก No Way Out 2002 ออสตินปฏิเสธการผูกมิตรกับ nWo ก่อนที่สมาชิกกลุ่มจะเข้ามาแทรกแซงจนเขาพลาดโอกาสคว้าแชมป์จากเจริโค[105] เบื้องหลังในช่วงนั้นเริ่มเกิดความขัดแย้ง เมื่อออสตินไม่พอใจกับการกลับมาของ Hulk Hogan และไม่เห็นด้วยกับแนวทางการจัดแมตช์ที่ WrestleMania X8 ทำให้ท้ายที่สุดเขาได้เผชิญหน้ากับ Scott Hall แทน และเป็นฝ่ายเอาชนะได้[106]

หลัง WrestleMania X8 ออสตินไม่เดินทางมาร่วมรายการ Raw โดยไม่ได้แจ้งบริษัทล่วงหน้า เนื่องจากรู้สึกเหนื่อยล้า แม้จะกลับมาในเวลาต่อมาและเลือกอยู่ฝั่ง Raw หลังการแบ่งแบรนด์ แต่เขาเริ่มไม่พอใจกับทิศทางการสร้างสรรค์ของ WWE มากขึ้น[107] ออสตินเปิดศึกกับ The Undertaker แต่พลาดโอกาสชิงแชมป์โลก ก่อนจะมีปัญหากับ Big Show และ Ric Flair ซึ่งลงเอยด้วยการเอาชนะทั้งสองคนในแมตช์แฮนดิแคปที่ Judgment Day 2002[108] ในช่วงกลางปี 2002 ออสตินวิจารณ์ทีมสร้างสรรค์ของ WWE อย่างเปิดเผย โดยมองว่าบริษัทใช้งานเขาไม่เหมาะสม WWE จึงเตรียมให้เขาเปิดศึกกับ Eddie Guerrero และวางแผนให้แพ้ Brock Lesnar ในแมตช์คัดเลือก King of the Ring แต่เขาไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าการให้แพ้แบบไม่มีการปูเรื่องและออกอากาศฟรีทางโทรทัศน์ จะไม่ช่วยสร้างเลสเนอร์อย่างที่ควร[109] ด้วยเหตุนี้ ออสตินจึง เดินออกจาก WWE ในเดือนมิถุนายน 2002 ส่งผลให้เนื้อเรื่องทั้งหมดของเขาถูกยกเลิกทันที ขณะที่ Vince McMahon กล่าวในรายการว่าออสติน "หยิบลูกบอลของตัวเองแล้วกลับบ้าน" พร้อมตำหนิเขาต่อหน้าผู้ชมว่าไม่รับผิดชอบต่อแฟน ๆ[110]

ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2002 ออสตินเก็บตัวและไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ ก่อนจะกลับมาเจรจากับ Vince McMahon และทั้งสองฝ่ายสามารถปรับความเข้าใจกันได้ ทำให้ออสตินตกลงกลับสู่ WWE ในต้นปี 2003 ภายหลังออสตินยอมรับว่า เขาเสียใจกับวิธีการที่ตนออกจากบริษัท และยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับ Scott Hall, Kevin Nash, The Rock หรือ Triple H อย่างที่หลายคนเข้าใจ แม้จะยังไม่พอใจกับแนวทางการสร้างสรรค์ในช่วงเวลานั้นก็ตาม นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยในปี 2014 ว่า Vince McMahon เคยปรับเงินเขา 650,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากเหตุการณ์เดินออกจากบริษัท ก่อนจะเจรจาลดเหลือ 250,000 ดอลลาร์[111] ออสตินกลับมาปรากฏตัวในศึก No Way Out 2003 ด้วยการเอาชนะ Eric Bischoff ก่อนจะเปิดศึกกับ The Rock ซึ่งกลับมาในบทบาทตัวร้ายสไตล์ซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูด เดอะร็อกรู้สึกไม่พอใจที่แฟน ๆ โหวตให้ออสตินเป็น "Superstar of the Decade" และยังไม่เคยเอาชนะออสตินบนเวที WrestleMania ได้เลย ทั้งสองจึงพบกันเป็นครั้งที่สามบนเวที WrestleMania XIX เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2003 โดยครั้งนี้ The Rock เป็นฝ่ายเอาชนะ Stone Cold Steve Austin ได้สำเร็จ ถือเป็นการล้างแค้นจากความพ่ายแพ้สองครั้งก่อนหน้า และยังเป็น แมตช์สุดท้ายในอาชีพนักมวยปล้ำของออสตินเป็นเวลานานถึง 19 ปี[112]

การปรากฏตัวเป็นครั้งคราว

ในเดือนเมษายน 2003 Linda McMahon แต่งตั้ง สตีฟ ออสติน ให้กลับมาเป็น ผู้จัดการทั่วไปร่วมของรายการ Raw โดยตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง เขามักมีปัญหาและปะทะกับนักมวยปล้ำ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของบริษัทอยู่เสมอ โดยเฉพาะการเปิดศึกแย่งอำนาจกับ Eric Bischoff ผู้จัดการทั่วไปร่วมอีกคน ในรายการ Raw วันที่ 21 กรกฎาคม 2003 ลินดา แม็กแมนประกาศว่า ออสตินจะ ห้ามใช้กำลังกับใคร เว้นแต่จะถูกยั่วยุก่อน ความขัดแย้งนำไปสู่ศึก Survivor Series 2003 เมื่อทีมที่ออสตินคัดเลือก ได้แก่ Booker T, Bubba Ray Dudley, D-Von Dudley, Rob Van Dam และ Shawn Michaels พบกับทีมของบิชอฟฟ์ ซึ่งประกอบด้วย Chris Jericho, Christian, Mark Henry, Randy Orton และ Scott Steiner ในแมตช์ 5-on-5 Survivor Series Elimination Match ผลการแข่งขัน ทีมของออสตินพ่ายแพ้หลัง Batista เข้ามาแทรกแซงช่วยฝั่งบิชอฟฟ์ หลังจบแมตช์ Jonathan Coachman ออกมาเยาะเย้ยออสติน แต่กลับถูก Stone Cold Stunner เล่นงาน ส่งผลให้ออสตินถูก ปลดจากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปร่วมของ Raw ตามเงื่อนไขของการแข่งขัน

ต่อมา Mick Foley เข้ามารับตำแหน่งแทน และพยายามผลักดันให้ออสตินกลับมาทำงานอีกครั้ง ออสตินกลับมาปรากฏตัวช่วงปลายปี 2003 ในรายการ Tribute to the Troops โดยปลอมตัวเป็น ซานตาคลอส ก่อนจะใช้ Stone Cold Stunner เล่นงานทั้ง Vince McMahon และ John Cena วันที่ 29 ธันวาคม 2003 ออสตินกลับสู่รายการ Raw อีกครั้งในบทบาท "Sheriff" (นายอำเภอ) ของรายการ โดยเปิดตัวด้วยการใช้ Stone Cold Stunner ใส่ Eric Bischoff และสั่งจ้าง Shawn Michaels กลับเข้าทำงาน หลังจากไมเคิลส์เพิ่งถูกบิชอฟฟ์ไล่ออก ในช่วงต้นปี 2004 ออสตินยังคงปรากฏตัวเป็นครั้งคราว ก่อนจะได้รับหน้าที่เป็น กรรมการพิเศษ (Special Guest Referee) ในแมตช์ระหว่าง Brock Lesnar กับ Goldberg ที่ WrestleMania XX เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2004 หลังจบการแข่งขัน เขาใช้ Stone Cold Stunner เล่นงานทั้งเลสเนอร์และโกลด์เบิร์ก ท่ามกลางเสียงเชียร์อย่างล้นหลามจากแฟน ๆ

หลังห่างหายจากรายการ WWE ไปหนึ่งปี สตีฟ ออสติน กลับมาปรากฏตัวใน WrestleMania 21 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2005 โดยร่วมช่วง Piper's Pit กับ Roddy Piper ก่อนที่ Carlito จะออกมาขัดจังหวะและโดน Stone Cold Stunner จากออสติน สุดท้ายออสตินยังเล่นงานไพเพอร์ด้วย Stunner หลังดื่มเบียร์ฉลองร่วมกัน ในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน เขาปรากฏตัวใน ECW One Night Stand ร่วมดื่มเบียร์กับนักมวยปล้ำ ECW และเข้าปะทะกับกลุ่มผู้บุกรุกที่นำโดย Eric Bischoff ออสตินกลับมาในรายการ Raw Homecoming เดือนตุลาคม 2005 พร้อมใช้ Stone Cold Stunner เล่นงาน Vince, Shane, Stephanie และ Linda McMahon ทั้งหมด ต่อมาเขามีกำหนดปล้ำกับ Jonathan Coachman ในศึก Taboo Tuesday แต่ต้องถอนตัวเพราะอาการบาดเจ็บที่หลัง ทำให้ Batista ลงแข่งขันแทน[113] ในปี 2006 ออสตินกลับมาทำศึกดื่มเบียร์กับ John "Bradshaw" Layfield (JBL) และได้รับเกียรติเป็นผู้กล่าวนำ Bret Hart เข้าสู่ WWE Hall of Fame

ปี 2007 เขากลับมาโปรโมตภาพยนตร์ The Condemned พร้อมกล่าวนำ Jim Ross เข้าสู่ Hall of Fame และทำหน้าที่เป็น กรรมการพิเศษ ในแมตช์ Battle of the Billionaires ระหว่าง Bobby Lashley กับ Umaga ที่ WrestleMania 23 โดยใช้ Stone Cold Stunner ใส่ Umaga, Vince McMahon, Shane McMahon และ Donald Trump ก่อนร่วมโกนศีรษะของ Vince McMahon หลัง Lashley เป็นฝ่ายชนะ[114] ตลอดปี 2007 ออสตินยังปรากฏตัวเป็นระยะ ทั้งในรายการ Saturday Night's Main Event, SummerSlam, Cyber Sunday และ Raw โดยยังคงใช้ Stone Cold Stunner เล่นงานคู่กรณีอย่าง MVP, Santino Marella และ Vince McMahon[115] รวมถึงขับ รถบรรทุกเบียร์ (Beer Truck) มาฉีดเบียร์ใส่ซานติโนและ Maria[116] วันที่ 12 มกราคม 2009 WWE ประกาศให้ออสตินเป็นสมาชิกคนแรกของ WWE Hall of Fame Class of 2009 โดยมี Vince McMahon เป็นผู้กล่าวนำเข้าสู่หอเกียรติยศ พร้อมยกย่องว่าออสตินคือ "สุดยอดซูเปอร์สตาร์ของ WWE ตลอดกาล" ในพิธี ออสตินประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาปิดฉากอาชีพนักมวยปล้ำและเริ่มต้นบทใหม่ในชีวิต จากนั้นใน WrestleMania 25 เขาขับ รถ ATV เข้าสู่สนามและร่วมฉลองกับแฟน ๆ[117]

ปี 2010 ออสตินรับหน้าที่เป็น พิธีกรรับเชิญของ Raw และดูแลการเซ็นสัญญาแมตช์ระหว่าง Bret Hart กับ Vince McMahon ก่อน WrestleMania XXVI ในปี 2011 เขาได้รับเลือกเป็น หัวหน้าโค้ชและพิธีกร ของรายการ Tough Enough เวอร์ชันใหม่ อีกทั้งยังเป็นกรรมการพิเศษในแมตช์ระหว่าง Michael Cole กับ Jerry Lawler ที่ WrestleMania XXVII รวมถึงใช้ Stone Cold Stunner เล่นงาน JBL, The Miz และ Michael Cole ตลอดช่วงปีนั้น[118] ต่อมาออสตินยังทำหน้าที่เป็น General Manager รับเชิญ ของ Raw และทำลายคอมพิวเตอร์ของ Anonymous Raw General Manager ด้วยการขับ ATV ทับจนพัง ในปี 2012 เขาได้รับเลือกเป็น นักมวยปล้ำหน้าปกเกม WWE '13 และมีการโต้คารมกับ CM Punk เพื่อโปรโมตเกม ปี 2014 ออสตินปรากฏตัวในช่วงเปิดรายการ WrestleMania XXX ร่วมกับ Hulk Hogan และ The Rock ซึ่งเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่รวมสามสุดยอดซูเปอร์สตาร์แห่งยุค Attitude Era[119]

ใน WrestleMania 32 (2016) ออสตินร่วมกับ Shawn Michaels และ Mick Foley จัดการกลุ่ม The League of Nations โดยใช้ Stone Cold Stunner ใส่ Rusev และ King Barrett ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเล่นงาน Xavier Woods จาก The New Day[120] ในโอกาสครบรอบ 25 ปีของ Raw เมื่อปี 2018 ออสตินกลับมาใช้ Stunner เล่นงาน Vince และ Shane McMahon[121] ส่วนในปี 2019 เขาปรากฏตัวในรายการ Raw Reunion ร่วมฉลองกับตำนาน WWE หลายคน พร้อมยกแก้วเบียร์ฉลองกับเหล่าซูเปอร์สตาร์ในยุคของเขา[122] ในรายการ Raw วันที่ 16 มีนาคม 2020 ออสตินกลับมาปรากฏตัวเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง "3:16 Day" ซึ่งอ้างอิงถึงสโลแกนระดับตำนาน "Austin 3:16" ภายในรายการ ออสตินดื่มเบียร์ร่วมกับผู้บรรยาย Byron Saxton ก่อนจะปิดท้ายด้วยการใช้ Stone Cold Stunner ใส่เขาตามธรรมเนียม จากนั้นเขายังดื่มเบียร์ร่วมกับ Becky Lynch และสมาชิกทีม The Street Profits ได้แก่ Angelo Dawkins และ Montez Ford ก่อนจะมอบ Stone Cold Stunner ให้กับสมาชิกทั้งสองคนเช่นกัน[123]

การกลับมาปล้ำหนึ่งครั้ง

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2022 ในรายการ Raw Kevin Owens ได้เชิญ สตีฟ ออสติน มาเป็นแขกรับเชิญในช่วง The KO Show ที่ WrestleMania 38 หลังจากหลายสัปดาห์ที่โอเวนส์ออกมาดูหมิ่นรัฐ เท็กซัส บ้านเกิดของออสติน ซึ่งเป็นสถานที่จัด WrestleMania 38 โดยในวันถัดมา ออสตินตอบรับคำเชิญอย่างเป็นทางการ[124] ในช่วงท้ายของ WrestleMania 38 Night 1 โอเวนส์เปิดเผยว่า การเชิญออสตินมาร่วม KO Show เป็นเพียงแผนลวง เพราะแท้จริงแล้วเขาต้องการท้าต่อยกับออสติน จึงท้าให้แข่งขันในกติกา No Holds Barred Match ซึ่งออสตินตอบรับทันที แมตช์ดังกล่าวถือเป็นการแข่งขันมวยปล้ำ WWE ครั้งแรกของออสตินในรอบกว่า 19 ปี นับตั้งแต่ WrestleMania XIX เมื่อปี 2003 โดยออสตินเอาชนะเควิน โอเวนส์ได้หลังใช้ท่า Stone Cold Stunner หลังจบการแข่งขัน ออสตินยังใช้ Stone Cold Stunner ใส่ Kevin Owens อีกครั้ง และเล่นงานผู้บรรยาย Byron Saxton ก่อนร่วมฉลองชัยด้วยการดื่มเบียร์กับ Kevin Williams พี่ชายของเขา ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องจากแฟน ๆ ในสนาม[125] แมตช์นี้ได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์เป็นอย่างมาก โดยหลายฝ่ายยกย่องว่าการกลับมาของออสตินสร้างความบันเทิงและความประทับใจให้แฟนมวยปล้ำ แม้เขาจะห่างจากการแข่งขันไปเกือบสองทศวรรษ[126][127] ใน WrestleMania 38 – Night 2 ออสตินกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง หลังจาก Vince McMahon เอาชนะ Pat McAfee ในแมตช์ที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด เขาใช้ Stone Cold Stunner เล่นงาน Austin Theory ก่อนจะดื่มเบียร์ร่วมกับ Vince McMahon แล้วหักหลังด้วย Stone Cold Stunner อีกครั้ง ซึ่งเป็นการรำลึกถึงฉากคลาสสิกที่ทั้งสองมักเผชิญหน้ากันมาตลอดเกือบ 25 ปี สุดท้ายออสตินยังชนเบียร์กับ Pat McAfee ก่อนจะปิดท้ายด้วย Stone Cold Stunner ตามธรรมเนียม สร้างเสียงหัวเราะและความประทับใจให้กับแฟน ๆ อีกครั้ง[128][129]

ชีวิตส่วนตัว

สตีฟ ออสติน เคยเล่นอเมริกันฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัยให้กับ มหาวิทยาลัยนอร์ทเทกซัส ก่อนเข้าสู่วงการมวยปล้ำ ออสตินแต่งงานกับ แคทริน เบอร์รัส แฟนสมัยเรียนมัธยม เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 1990 อย่างไรก็ตาม ต่อมาเขาเริ่มมีความสัมพันธ์กับ จีนี คลาร์ก ผู้จัดการนักมวยปล้ำชาวอังกฤษ ซึ่งทำงานร่วมกับเขาในเวลานั้น ทำให้การแต่งงานกับเบอร์รัสถูกเพิกถอนเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 1992 ขณะที่เขาอยู่ในประเทศญี่ปุ่น[130] จากนั้นในวันที่ 18 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันเกิดอายุ 28 ปีของเขา เขาได้แต่งงานกับคลาร์ก ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน ก่อนจะหย่าร้างกันในปี 1999[131][132] นอกจากนี้ ออสตินยังรับลูกสาวของคลาร์ก ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์ครั้งก่อนกับ Chris Adams มาเป็นบุตรบุญธรรมอีกด้วย[131][132]

ในปี 1998 ออสตินได้รับ กุญแจสู่เมืองจาก Hamilton ประเทศแคนาดา โดยเขาเป็นเพียง 1 ใน 2 บุคคลที่เคยได้รับเกียรตินี้ อีกคนคือ Shai Gilgeous-Alexander นักบาสเกตบอลชาวแคนาดา[133][134][135] ในปีเดียวกัน วันที่ 1 กันยายน Lowell ได้ประกาศให้วันดังกล่าวเป็น "Stone Cold Day" พร้อมทั้งตั้งชื่อถนนสายหนึ่งตามชื่อของเขาเป็นเวลา 1 วัน[136] วันที่ 16 มีนาคม (3/16) มักถูกเชื่อมโยงกับออสติน เนื่องจากตรงกับวลีติดปากอันโด่งดังของเขา "Austin 3:16"[137]

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2000 ออสตินแต่งงานกับ เดบรา มาร์แชลล์ อดีตผู้จัดการนักมวยปล้ำ[138] เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2002 มาร์แชลล์ได้โทรแจ้งตำรวจมายังบ้านพักของทั้งคู่ โดยให้การว่าออสตินทำร้ายร่างกายเธอ ก่อนจะออกจากบ้านไปก่อนที่ตำรวจจะมาถึง[139][140] ต่อมาเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม อัยการเขตเบ็กซาร์ ได้ออกหมายจับ และออสตินได้เข้ามอบตัวในวันถัดมา ก่อนถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายในครอบครัว[141][142] เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน เขาให้การ ไม่โต้แย้งข้อกล่าวหา และได้รับโทษดังนี้ คุมประพฤติเป็นเวลา 1 ปี ปรับ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำงานบริการสังคม 80 ชั่วโมง[143] ในปี 2007 มาร์แชลล์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า WWE รับรู้เรื่องการทำร้ายร่างกายดังกล่าว แต่พยายามป้องกันไม่ให้เธอเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะเกรงว่าจะสร้างความเสียหายต่อบริษัทเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์[144] ออสตินตอบโต้ประเด็นนี้ในปี 2003 ผ่านนิตยสาร WWE Raw Magazine โดยกล่าวว่าเขาเสียใจที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต้องจบลง และยืนยันว่าเขายังคงรักมาร์แชลล์ พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์[145] ออสตินยื่นฟ้องหย่ากับมาร์แชลล์เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2002 และการหย่าร้างเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2003[146]

ในเดือนมีนาคม 2003 ก่อนการแข่งขัน WrestleMania XIX ไม่กี่ชั่วโมง ออสตินถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีอาการกล้ามเนื้อกระตุกและหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ[147] ในปี 2003 ออสตินปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาเป็นคนติดสุรา โดยอธิบายว่าแฟนมวยปล้ำเข้าใจผิด เพราะตัวละคร "Stone Cold" ของเขาดื่มเบียร์เป็นประจำ จึงคิดว่าในชีวิตจริงเขาเป็นเช่นนั้น ทั้งที่ความจริงแล้วเขาดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ[145] ในเดือนมีนาคม 2004 ตามรายงานของตำรวจ เขาถูกกล่าวหาว่าทำร้ายแฟนสาวในขณะนั้นคือ เทสส์ บรูซซาร์ด ระหว่างการโต้เถียงกันที่บ้านในเมืองซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส อย่างไรก็ตาม ไม่มีการจับกุมหรือการตั้งข้อหาใด ๆ ในคดีนี้[148]

ในปี 2007 วารสาร Wrestling Observer Newsletter รายงานว่าออสตินได้เปลี่ยนชื่อทางกฎหมายเป็น Steve Austin[149] ช่วงปลายปี 2009 เขาแต่งงานกับภรรยาคนที่ 4 คือ คริสติน เฟเรส[8][150]

ในปี 2014 ออสตินแสดงจุดยืนสนับสนุน การสมรสของคนเพศเดียวกัน ผ่านพอดแคสต์ของตน[151] ในปีเดียวกัน เขาเปิดตัวเบียร์แบรนด์แรกของตนชื่อ Broken Skull IPA ร่วมกับบริษัท El Segundo Brewing Company ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และในเดือนมีนาคม 2022 ทั้งสองได้ร่วมกันเปิดตัวเบียร์ Broken Skull American Lager อีกหนึ่งรุ่น[152][153] ปัจจุบันเบียร์ของเขาวางจำหน่ายใน 39 รัฐของสหรัฐฯ โดยโรงเบียร์ผลิต Broken Skull มากกว่า 5,000 บาร์เรลต่อปี[154][155]

ออสตินเคยเป็นเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ 3 แห่ง ได้แก่ Broken Skull Ranch ใกล้เมืองทิลเดน รัฐเท็กซัส[156] และ Broken Skull Ranch 2.0 ในเมืองการ์ดเนอร์วิลล์ รัฐเนวาดา[157] นอกจากนี้ เขายังเป็นแฟนของทีมอเมริกันฟุตบอล Dallas Cowboys และทีมอเมริกันฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัย Alabama Crimson Tide football อีกด้วย[158][159]

ผลงานวงการบันเทิง

Film
Year Title Role Notes
1999 Beyond The Mat Himself Documentary
2005 The Longest Yard Guard Dunham
2007 The Condemned Jack Conrad / Jack Riley
2009 Damage John Brickner Direct-to-video
2010 The Expendables Dan Paine
The Stranger Tom "The Stranger" Tomashevsky Direct-to-video
Hunt to Kill U.S. Border Patrol Agent Jim Rhodes
Whoop Ass Himself Short film
2011 Recoil Ryan Varrett Direct-to-video
Knockout Dan Barnes
Tactical Force SWAT Captain Frank Tate
2012 Maximum Conviction Manning
2013 The Package Tommy Wick
Grown Ups 2 Tommy Cavanaugh
2014 Chain of Command Ray Peters Direct-to-video
2015 Smosh: The Movie Himself
Television
Year Title Role Notes
1998 V.I.P. Himself
1998–2002 Celebrity Deathmatch Voice
1999–2000 Nash Bridges Inspector Jake Cage Recurring role, 6 episodes
2000 Dilbert Himself Voice; Episode "The Delivery"
2003 Hollywood Squares 5 Episodes
2005 The Bernie Mac Show
2010 Chuck Hugo Panzer 2 episodes
2011 Tough Enough Himself Host and TV wrestling trainer
2012–2016 Redneck Island Host
2014–2017 Steve Austin's Broken Skull Challenge
2019–2021 Straight Up Steve Austin
2020 Undertaker: The Last Ride Documentary series
2023 Stone Cold Takes on America Host
2023 WWE's Most Wanted Treasures 1 Episode
Podcast
Year Title Role Notes
2019–2022 The Broken Skull Sessions Himself

ผลงานเพลง

Music videos
Year Title Role Notes
2019 ¿Quién tu eres? Himself Music video debut[160]

ผลงานแชมป์และความสำเร็จ

เป็นแชมป์ WWF
ในงานมอบรางวัลหอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี ประจำปี 2009

เกร็ดความรู้ และสถิติต่างๆ

  • เป็นหนึ่งนักมวยปล้ำ ที่ได้รับการยอมรับจากนักมวยปล้ำรุ่นเดียวกัน และรุ่นปัจจุบันเป็นอย่างมาก
  • เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่เปิดศึกกับเจ้าของบริษัท WWE วินซ์ แม็กแมน
  • เป็นนักมวยปล้ำคนเดียวในปัจจุบัน ที่ชนะในรอยัลรัมเบิล ได้ถึง 3 ครั้ง
  • เป็นหนึ่งในนักมวยปล้ำที่เปิดศึกกับทุกลุ่มนักมวยปล้ำที่เคยมีมาใน WWE อย่างเช่น NWO (นิว เวิลด์ ออร์เดอร์), ดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์, Corporate Ministry, Evolution
  • เป็นหนึ่งในนักมวยปล้ำที่ได้รับบท CEO (ประธานกรรมการบริหาร) ของ WWE
  • เป็นคนแรกที่ชนะในแมทช์ Buried Alive ซึ่งพบกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์
  • เป็นนักมวยปล้ำคนเดียว ที่ได้ใช้ใบหน้าของเขาทำเป็นฉากของศึกมวยปล้ำของ WWE ศึก Unforgiven 2001
  • เป็นนักมวยปล้ำที่มีผลโหวตเป็นอันดับ 1 จากแฟนๆนักมวยปล้ำ ในศึกใหญ่ ไซเบอร์ซันเดย์ มาโดยตลอดทุกปี
  • ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นหนึ่งในกรรมการพิเศษ ที่ซื่อตรงที่สุดเท่าที่ WWE เคยมีมา
  • ได้ชนะ คิงออฟเดอะริง ปี 1996 ซึ่งทำให้เรตติ้ง WWE และการจำหน่ายของไม่ว่าจะเป็นเสื้อหรืออุปกรณ์ต่างๆได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ WWE และยังไม่มีนักมวยปล้ำคนใดสามารถทำได้อย่าง สโตน โคลด์
  • ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักมวยปล้ำที่ทำให้ WWE มีทุกวันนี้ ร่วมกับ ฮัลค์ โฮแกน, เบรต ฮาร์ต, เดอะร็อก, ดิอันเดอร์เทเกอร์, ทริปเปิลเอช, และชอว์น ไมเคิลส์
  • ได้รับการยอมรับจากแฟนๆนักมวยปล้ำว่าเป็น นักมวยปล้ำที่มีลักษณะการพูดที่โฉ่งฉ่าง ตรง และดุดัน แถมยังเป็นการพูดที่ไม่เคยไว้หน้าใครแม้คนๆนั้นจะเป็น วินซ์ แมคแมน หรือนักมวยปล้ำคนใดก็ตาม และยากที่จะมีใครทำได้อย่างเขา ประโยคติดปาก Give Me a Hell Yeah!! , And That's Bottom Line Because STONE COLD SAID SO!!!
  • เคยทำให้ทุกคนใน WWE ช็อกในการกระทำของเขา โดยการไปหาเรื่องไมค์ ไทสัน นักมวยสากลแชมป์ WBC ซึ่งๆหน้า ทำให้ทาง WWE ต้องรีบวางบทให้ทั้งสองคนมาจับมือกันภายหลัง ก่อนจะมีเหตุการช็อกวงการอีกรอบ
  • เป็นนักมวยปล้ำที่ครองแชมป์ United States Champion ได้สั้นที่สุด ครองแชมป์ได้ 5 นาที
  • สโตน โคลด์ เป็นนักมวยปล้ำที่อายุมากที่สุดที่ได้ปล้ำเป็นคู่เอกในศึก Wrestlemania โดยอ้างอิงจาก Wrestlemania ครั้งที่ 38 คืนแรกที่เจอกับ Kevin Owen ด้วยอายุ 57 ปี

อ้างอิง

  1. 1 2 3 4 5 6 7 "Steve Austin". Cagematch. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 18, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. 1 2 3 4 5 ""Stone Cold" Steve Austin profile". WWE. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 9, 2016. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. "Stone Cold Legends in the Making". Kawasaki Heavy Industries. ตุลาคม 30, 2023. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 13, 2025.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. Steve Austin.The Stone Cold Truth (p.9)
  5. "'Stone Cold' Steve Austin". Biography. มีนาคม 15, 2021. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. "'Stone Cold' Steve Austin". canoe.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กุมภาพันธ์ 20, 2020. สืบค้นเมื่อ มกราคม 23, 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. Steve Austin. The Stone Cold Truth (pp. 10, 12–13),
  8. 1 2 3 Austin, Steve. "Bio – Steve Austin Broken Skull Ranch". Broken Skull Ranch. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กุมภาพันธ์ 19, 2016. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 29, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. Show, The DA (มกราคม 8, 2021). "Stone Cold Steve Austin reflects on football career". www.audacy.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 30, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. 1 2 "2022 WCJC ATHLETIC HALL OF FAME [Nov. 11, 2022]". www.wcjc.edu. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 30, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. Lee, Luiane (เมษายน 18, 2011). "'Stone Cold' Steve Austin is out of the ring but still in front of the camera". The Philadelphia Inquirer. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. "Stone Cold Steve Austin on Johnny Manziel: The pressure is on that cat". The Dallas Morning News. พฤศจิกายน 5, 2015. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. "The TSN Off The Record Stone Cold Steve Austin interview". Slam Wrestling. พฤษภาคม 6, 1998. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. Sibor, Doug; Silvers, Adam; Evans, Gavin (ธันวาคม 18, 2014). "35 Things You Didn't Know About "Stone Cold" Steve Austin". Complex. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. Ali, Hamza (มกราคม 4, 2023). "'Stone Cold' Steve Austin's Love Of Football & His College Career In The Sport, Explained". TheSportster (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 30, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. Antony, Kebin (มิถุนายน 17, 2023). "10 WWE Wrestlers Who Actually Dropped Out Of School". TheSportster (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 30, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. Cook, Steve (พฤศจิกายน 9, 2012). "411 Wrestling Hall of Fame Class of 2012: Steve Austin". 411Mania. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  18. Hoffman, Ken (เมษายน 3, 2009). "Hall of Fame opens to wrestler Stone Cold Steve Austin". Houston Chronicle. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  19. Kirkland, Justin (เมษายน 18, 2021). "My Lunch Date With Stone Cold Steve Austin and His Mom's Frito Pie". Esquire. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 20, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  20. Oliver, Greg (พฤษภาคม 18, 2012). "Laughs and sage advice from Austin at CAC banquet". Slam Wrestling. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 30, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  21. Wolstanholme, Danny (พฤศจิกายน 14, 2022). "What is Stone Cold Steve Austin's real name?". Sportskeeda. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 27, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  22. "Stone Cold" Steve Austin. The Stone Cold Truth (p.55)
  23. McDonald, Chris (มีนาคม 29, 2016). "Blood, Sweat and Fire: Dallas' Heroes Helped Make Wrestlemania a Sports Powerhouse". Dallas Observer. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  24. Clevett, Jason (พฤศจิกายน 12, 2003). "The Stone Cold truth, WWE style". Slam Wrestling. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  25. "35 Things You Didn't Know About Stone Cold Steve Austin". Complex Networks. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 25, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  26. Wong, Kevin (กันยายน 14, 2019). "Epic Error: Remembering When WCW Fired 'Stone Cold' Steve Austin 24 Years Later". Bleacher Report. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 30, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  27. Kilbane, Lyle (เมษายน 24, 2021). "Steve Austin Discusses Not Being Able To "Commit To Stunning Steve"". Inside The Ropes. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  28. Steve Austin. The Stone Cold Truth (p.85-86)
  29. Steve Austin. The Stone Cold Truth (p.89)
  30. Austin Ross 2003, Steve Austin. The Stone Cold Truth (p.91-93)
  31. Kreikenbohm, Philip. "Steve Austin – matches – New Japan Pro Wrestling". Cagematch. สืบค้นเมื่อ มกราคม 3, 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  32. Campbell, Mike (กรกฎาคม 7, 2012). "NJPW Battle Hold Arena 9/23/1992". WrestlingRecaps.com. สืบค้นเมื่อ มกราคม 3, 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  33. Leatherland, Noah (สิงหาคม 6, 2022). "Masahiro Chono's neck was broken by a piledriver... from Steve Austin". The Sportster. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 19, 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  34. Powell, Si (มิถุนายน 12, 2020). "Steve Austin and Brian Pillman – The Hollywood Blonds Story". Pro Wrestling Stories. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 16, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  35. Kilbane, Lyle (เมษายน 21, 2021). "Steve Austin Says The Hollywood Blonds Break-Up Is Still A "Mystery"". Inside The Ropes. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  36. Zarka, JP (มีนาคม 4, 2019). "Eric Bischoff Firing Steve Austin – 'Totally Disrespectful'". Pro Wrestling Stories. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กรกฎาคม 26, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  37. "Clash of the Champions XXIII results". Pro Wrestling History. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ เมษายน 21, 2008. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 15, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  38. "Clash of the Champions XXV results". Pro Wrestling History. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ เมษายน 21, 2008. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 15, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  39. Featherstone, Chris (ตุลาคม 16, 2013). "A "Stunning" Turn Of Events". WrestlingInc. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  40. "WCW Fall Brawl 1994 results". Pro Wrestling History. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 13, 2016. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 15, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  41. Lovell, Blake (กันยายน 15, 2020). "Eric Bischoff On Steve Austin Pitching Storyline To Work With Hulk Hogan In WCW, Austin Wanting To Be Revealed As Hogan's Family Member". 411Mania. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  42. McCarthy, Alex (กันยายน 16, 2020). "Steve Austin pitched to be related to WWE legend Hulk Hogan during WCW days, Eric Bischoff reveals". Talksport. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  43. Stone Cold Steve Austin. The Stone Cold Truth (p.117–118)
  44. Monday Night War S01 E08: The Austin Era Has Begun. WWE.
  45. Stone Cold Steve Austin. The Stone Cold Truth (p.120)
  46. Stone Cold Steve Austin. The Stone Cold Truth (p.123–125)
  47. Loverro, Thom (2007). The Rise & Fall of ECW: Extreme Championship Wrestling. Simon and Schuster. น. 105–107. ISBN 978-1-4165-6156-9.[ลิงก์เสีย]
  48. Johnson, Mike (มิถุนายน 1, 2015). "Did WWE just start the build to Lesnar vs. Austin at Mania 32? Selling, Punk, the end of his WWE ECW creative run and more: Complete Stone Cold Podcast with Paul Heyman coverage". PWInsider. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 1, 2017. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  49. "ECW November to Remember 1995 results". Pro Wrestling History. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 9, 2012. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 15, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  50. "ECW December to Dismember 1995 results". Pro Wrestling History. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 9, 2012. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 15, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  51. Bob, Colling (กรกฎาคม 19, 2016). "ECW Hardcore TV 12/12/1995". WrestlingRecaps.com. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 16, 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  52. Steve Austin on the Brother Love show, WWF 1997 (ภาษาอังกฤษ), ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กันยายน 10, 2021, สืบค้นเมื่อ กันยายน 10, 2021{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  53. Ted DiBiase: The Million Dollar Man, p.193, Ted DiBiase with Tom Caiazzo, Pocket Books, New York, NY, 2008, ISBN 978-1-4165-5890-3
  54. "Steve Austin". Cagematch. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 22, 2015. สืบค้นเมื่อ มกราคม 4, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  55. Santarossa, Adam (มีนาคม 2, 2017). "Stone Cold Steve Austin reveals Royal Rumble error". news.com.au. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 8, 2018. สืบค้นเมื่อ มกราคม 24, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  56. "Stone Cold Steve Austin reveals the key battle that defined him". NewsComAu. พฤษภาคม 16, 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 21, 2020. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 8, 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  57. "Steve Austin – How He Became "Stone Cold" in 1996". Pro Wrestling Stories. ตุลาคม 2, 2020. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 7, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  58. Scisco, Logan (มีนาคม 23, 2011). "What the World Was Watching: WWF Monday Night Raw – March 11, 1996". InsidePulse. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 31, 2018. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 31, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  59. Kilbane, Lyle (มีนาคม 15, 2021). "Every Stone Cold Steve Austin WrestleMania Match Ranked". Inside The Ropes. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 22, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  60. Rose, Bryan (พฤศจิกายน 3, 2017). "Ted DiBiase On Stone Cold Steve Austin's Rise: "I Don't Think Anybody Could Have Predicted It"". Fightful. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 22, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  61. Cohen, Dakota (ธันวาคม 5, 2022). "The Infamous Curtain Call Incident Led To Some Big Consequences For Triple H". Wrestling Inc. (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 11, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  62. "What is Austin 3:16 Day?". WWE. มีนาคม 16, 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 31, 2018. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 31, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  63. Cunha, Tomás (มิถุนายน 8, 2025). "Steve Austin's Greatest WWE Rivals". TheSportster (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 11, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  64. ""Stone Cold" talks Tebow and "3:16" | WWE". www.wwe.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 12, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  65. Sixsmith, Ben (มิถุนายน 15, 2021). "Steve Austin and the age of the antihero". The Spectator World (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 12, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  66. "WWF: Monday Night Raw (10.21.96)". pdrwrestling.com. มกราคม 20, 2015. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 31, 2018. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 31, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  67. "WWF Superstars of Wrestling". WWF Old School. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 31, 2018. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 31, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  68. Steve Austin attacks Brian Pillman and then invades his house entire segment, WWF 1996 (ภาษาอังกฤษ), ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 15, 2021, สืบค้นเมื่อ กันยายน 27, 2021{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  69. Jager, Brett (พฤศจิกายน 18, 2022). "Why Bret Hart Vs Steve Austin At Survivor Series 1996 Is One Of The Best Matches In The Event's History". TheSportster (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 12, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  70. Woodward, Hamish (ธันวาคม 5, 2021). "10 Best Stone Cold Steve Austin Matches Of All Time (WWE, WCW & ECW)". Atletifo Sports (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 7, 2021. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 7, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  71. Martin, Finn (กุมภาพันธ์ 25, 1997). "Power Slam Magazine". "Back on Top" (Royal Rumble 1997) (พิมพ์ครั้งที่ issue 32). SW Publishing. น. 12–15.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  72. "Final Four results". Wrestling Supercards and Tournaments. กุมภาพันธ์ 16, 1997. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 12, 2008. สืบค้นเมื่อ เมษายน 18, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  73. Zarka, J. P. (เมษายน 8, 2025). "Bret Hart vs Stone Cold: 15 Untold Stories of Their HOF Feud". Pro Wrestling Stories (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 12, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  74. "WORLD WRESTLING FEDERATION NEWS". The Wrestling Gazette. ฉบับที่ 153. พฤษภาคม 27, 1997.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  75. "WWF: Raw is War (05.26.97)", PDRWrestling, มีนาคม 2, 2012, ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 31, 2018, สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 31, 2018{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  76. "19970525 – Stone Cold & Shawn Michaels". WWE. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤศจิกายน 29, 2005. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 8, 2012.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  77. "1997". TheHistoryofWWE.com. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 10, 2016. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  78. "19970714 – Stone Cold & Dude Love". WWE. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤศจิกายน 30, 2005. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 8, 2012.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  79. Canton, John (กรกฎาคม 1, 2019). "TJR Retro: WWF Canadian Stampede 1997 Review". TJR Wrestling. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 22, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  80. "WWF SummerSlam '97 results". SLAM! Sports. Canoe.ca. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มิถุนายน 14, 2015. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 31, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  81. Traina, Jimmy (กันยายน 22, 2017). "Twenty Years Ago Today, Stone Cold Steve Austin Stunned Vince McMahon For The First Time Ever". Sports Illustrated. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  82. King, Christopher (มิถุนายน 17, 2019). "Steve Austin and Vince McMahon – The Untold Story". Pro Wrestling Stories. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 20, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  83. "Survivor Series 1997 official results". World Wrestling Entertainment. พฤศจิกายน 9, 1997. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 26, 2011. สืบค้นเมื่อ มกราคม 4, 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  84. "2007 Wrestling Almanac & Book of Facts". Wrestling's Historical Cards. น. 100.
  85. Keller, Wade (มกราคม 24, 1998). "Austin confronts Tyson, brawl breaks out". Pro Wrestling Torch. TDH Communications Inc. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 20, 2011. สืบค้นเมื่อ มกราคม 11, 2010.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  86. "Zamboni 3:16". www.imdb.com. สืบค้นเมื่อ 2026-04-24.
  87. Powell, John (ธันวาคม 14, 1998). "Foley Screwed Again At Rock Bottom". Slam Wrestling. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 29, 2022. สืบค้นเมื่อ กันยายน 14, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  88. Dunn, J.D. (มีนาคม 3, 2008). "Dark Pegasus Video Review: In Your House 26 – Rock Bottom". 411mania.com. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 10, 2023. สืบค้นเมื่อ กันยายน 23, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  89. "On this day in 1999, Stone Cold Steve Austin gave the Rock and the Corporation THAT beer bath". มีนาคม 22, 2020. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 29, 2020. สืบค้นเมื่อ มกราคม 26, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  90. "411Mania". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  91. Fritz, Brian; Russo, Ric (พฤศจิกายน 19, 1999). "Is Austin powerless?". Orlando Sentinel. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 25, 2022. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 22, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  92. Shoop, Stephen A.; Falcon, Mike (ธันวาคม 14, 1999). "Piledriver slams Austin into surgery". USA Today. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ สิงหาคม 20, 2014. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 19, 2014.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  93. Harris, Jeffrey (พฤศจิกายน 2, 2018). "Steve Austin Reveals Getting Hit by Car at Survivor Series '99 as Worst Angle He Was Ever Involved With". 411Mania. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 22, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  94. Brown, Blackjack (มกราคม 28, 2001). "Stone Cold rumbles to Houston aiming to sell out Astrodome". Chicago Sun-Times. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤศจิกายน 1, 2007. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 6, 2007.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  95. "Stone Cold vs Triple H Three Stages Of Hell At No Way Out". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 16, 2023. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 16, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  96. "Stone Cold Joins Vince McMahon". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 1, 2023. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 16, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  97. Beaston, Erik (มิถุนายน 30, 2015). "WWE Classic of the Week: Chris Jericho vs. Chris Benoit vs. Steve Austin". Bleacher Report. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 22, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  98. McCarthy, Alex (มิถุนายน 19, 2020). "The greatest match in RAW history WWE will NEVER celebrate was Stone Cold Steve Austin and Triple H vs Chris Jericho and Chris Benoit". Talksport. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 14, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 22, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  99. Lovell, Blake (พฤษภาคม 21, 2021). "Jim Ross On Memorable Triple H & Steve Austin vs. Chris Jericho & Chris Benoit Match On WWE RAW, Triple H Tearing His Quad". 411Mania. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 22, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  100. Podgorski, Alex (พฤษภาคม 21, 2021). "(Almost) 5-Star Match Reviews: Chris Jericho and Chris Benoit vs. 'Stone Cold' Steve Austin and Triple H – WWE RAW, May 21st 2001". TJR Wrestling. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 22, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  101. "411Mania". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  102. "Remembering WWE's Original Undisputed Champion Storyline". Bleacher Report. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  103. "411Mania". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  104. Nemer, Paul (มกราคม 28, 2002). "WWF RAW Results (January 28, 2002)". WrestleView. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 31, 2018. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 31, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  105. Powell, John (กรกฎาคม 17, 2002). "nWo returns at No Way Out". Slam! Wrestling. Canadian Online Explorer. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กันยายน 19, 2015. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 21, 2009.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  106. Linder, Zach (มีนาคม 31, 2014). "The untold stories behind 10 WrestleMania matches that almost happened". WWE. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 17, 2018. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  107. "Stone Cold walks out of WWE in 2002". มิถุนายน 2, 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 16, 2023. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 16, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  108. Gardner, William. "WWE Byte This Report – Stone Cold Steve Austin". TWNP News. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 6, 2015. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 19, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  109. Woodward, Hamish (ธันวาคม 17, 2022). "The True Story Behind Steve Austin Walking Out The WWE – Atletifo" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 27, 2023. สืบค้นเมื่อ มกราคม 27, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  110. Van Horn, Shawn; Vieira, Benjamin (มิถุนายน 2, 2022). "Why Stone Cold walked out of WWE 2002". The Sportster. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 16, 2023. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 16, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  111. "Vince McMahon addresses CM Punk on Stone Cold Podcast". WrestleView. ธันวาคม 2, 2014. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 19, 2014. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 2, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  112. Powell, John. "WWE shines at WrestleMania XIX". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มิถุนายน 30, 2015. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 25, 2010.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  113. "Taboo Tuesday 2005 Results". PWWEW.net. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 18, 2012. สืบค้นเมื่อ กันยายน 17, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  114. "WrestleMania 23 Results". PWWEW.net. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 9, 2012. สืบค้นเมื่อ กันยายน 17, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  115. "SummerSlam 2007 Results". PWWEW.net. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 13, 2016. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 22, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  116. Clayton, Corey (พฤศจิกายน 5, 2007). "'Stone Cold' drops a box-office bomb on Santino". WWE. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 29, 2011. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 31, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  117. "One and only "Hall-Raiser"". WWE. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 29, 2011. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 15, 2009.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  118. Caldwell, James (มีนาคม 7, 2011). "Caldwell's WWE Raw Results 3/7: Complete "virtual time" coverage of live Raw – Taker-Hunter stipulation, Stone Cold's TV return, WrestleMania hype, Cena-Rock". Pro Wrestling Torch. TDH Communications Inc. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 4, 2016. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  119. Brett, Tom (เมษายน 7, 2014). "Wrestlemania 30 results: Daniel Bryan finally reaches gold but WWE Universe left stunned by The Undertaker". The Independent. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 25, 2022. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  120. Mitchell, Houston (เมษายน 3, 2016). "Wrestlemania 32 results: Roman Reigns defeats HHH; The Undertaker defeats Shane McMahon". Los Angeles Times. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 28, 2017. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  121. Campbell, Brian (มกราคม 23, 2018). "WWE Raw results, recap: New champion, Austin stuns McMahon, Taker, 'Too Sweet'". CBS News. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 24, 2018. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  122. Powell, Jason (กรกฎาคม 22, 2019). "7/22 WWE Raw Results: Powell's review Raw Reunion featuring Steve Austin, Ric Flair, DX, Hulk Hogan, and many more, Alexa Bliss talkshow with Becky Lynch, the build to SummerSlam continues". Pro Wrestling Dot Net. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กรกฎาคม 23, 2019. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 23, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  123. Keller, Wade (มีนาคม 16, 2020). "3/16 WWE Raw Results: Keller's report on "Stone Cold" Steve Austin in fan-free setting, A.J. Styles-Undertaker contract signing for WrestleMania, Edge live in-ring interview". Pro Wrestling Torch. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 17, 2020. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 16, 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  124. WWE.com Staff (มีนาคม 8, 2022). ""Stone Cold" Steve Austin to confront Kevin Owens on "The KO Show" at WrestleMania". WWE (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มีนาคม 8, 2022. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 8, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  125. "Steve Austin Says He's Lucky To Finish His Career In Dallas, Praises The WWE Universe | Fightful News". www.fightful.com (ภาษาอังกฤษ). เมษายน 3, 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 3, 2022. สืบค้นเมื่อ เมษายน 3, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  126. "411Mania". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 30, 2022. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 30, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  127. "The John Report: WWE WrestleMania 38 Review – TJR Wrestling". เมษายน 4, 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 30, 2022. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 30, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  128. Lambert, Jeremy. "ince McMahon Takes The Worst Stunner Ever From Steve Austin At WrestleMania 38". www.fightful.com (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 3, 2022. สืบค้นเมื่อ เมษายน 25, 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  129. Sam, Doric (เมษายน 4, 2022). "Stone Cold Steve Austin Stuns Vince McMahon, McAfee, Theory at WWE WrestleMania 38". Bleacher Report. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 25, 2022. สืบค้นเมื่อ เมษายน 25, 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  130. Steve Austin.The Stone Cold Truth (p.79)
  131. 1 2 Steve Austin. The Stone Cold Truth (p. 95-98)
  132. 1 2 [Stated in The Stone Cold Truth video][ต้องการอ้างอิงเต็มรูปแบบ]
  133. 1 2 Radley, Scott (สิงหาคม 14, 2025). "Hamilton has presented the key to the city just once. The recipient might surprise you". The Hamilton Spectator (ภาษาอังกฤษ). ISSN 1189-9417. สืบค้นเมื่อ กันยายน 8, 2025.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  134. Oliver, Greg (กันยายน 28, 1998). "Hamilton honours Stone Cold Steve Austin". Slam Wrestling (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ กันยายน 8, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  135. Press, Canadian (สิงหาคม 7, 2025). "Hamilton presents Shai Gilgeous-Alexander key to city at rally". Sportsnet.ca (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 8, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  136. 1 2 "Do you remember when WWF wrestler Stone Cold Steve Austin had a street in Lowell named after him for a day?". Lowell Sun (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). เมษายน 23, 2016. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 11, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  137. "Happy Stone Cold Steve Austin Day! These are the moments that made 'Austin 3:16' iconic". ESPN.com (ภาษาอังกฤษ). มีนาคม 16, 2023. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 11, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  138. "Steve Williams and Debra's Marriage Certificate". The Smoking Gun. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ เมษายน 22, 2008. สืบค้นเมื่อ เมษายน 8, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  139. "For The Record: Quick News On Stone Cold Steve Austin, Eminem, Osama Bin Laden, Pink, Jay-Z & More". MTV. มิถุนายน 14, 2002. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กรกฎาคม 2, 2017. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 30, 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  140. Vries, Lloyd (มิถุนายน 17, 2002). "Pro Wrestler Accused Of Wife-Beating". CBS News. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กรกฎาคม 2, 2017. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 30, 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  141. "Steve Austin Arrest Warrant". The Smoking Gun. สิงหาคม 14, 2002. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 6, 2022. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 4, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  142. Meltzer, Dave (สิงหาคม 13, 2002). "Steve Austin arrested". Wrestling Observer. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤศจิกายน 5, 2002. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 4, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  143. "Wrestler Steve Austin Taps Out In Wife Assault". The Smoking Gun. พฤศจิกายน 1, 2002. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ สิงหาคม 17, 2010. สืบค้นเมื่อ เมษายน 8, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  144. "Exclusive! Debra Marshall, Ex-wife of Stone Cold Steve Austin Tells What Really Goes on in Pro-Wrestling World". Fox News. มิถุนายน 29, 2007. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 21, 2012. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 29, 2007.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  145. 1 2 Austin, Ross & Brent 2003, p. 25.
  146. ""Stone Cold" Divorce Filing". The Smoking Gun. สิงหาคม 28, 2002. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 30, 2013. สืบค้นเมื่อ เมษายน 8, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  147. ""I wasn't cleared to leave the hospital, but I left" – Superstar opens up on his WWE retirement match against The Rock". Sports Keeda. เมษายน 17, 2021. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 8, 2022. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 8, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  148. "Stone Cold Steve Austin Roughs Up Girlfriend". The Smoking Gun. มีนาคม 29, 2004. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ สิงหาคม 17, 2010. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 30, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  149. Brown, Tim (ธันวาคม 26, 2007). "Steve Austin Changes His Name, Styles Bashes JBL, More". WrestlingInc. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 23, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  150. "Interview with Wrestler and Actor Stone Cold Steve Austin, Continued". Cowboys & Indians. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 9, 2014. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 27, 2013.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  151. Payne, Marissa. "WWE's 'Stone Cold' Steve Austin's support of gay marriage shouldn't be a surprise". Washington Post. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 15, 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  152. "Give Us a 'Hell Yeah': Stone Cold Steve Austin is Teaming with El Segundo for New Beer". Dallas Observer. มีนาคม 2, 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2022. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  153. "Wrestler Steve Austin celebrates 3:16 day by releasing new beer". Fox 13 Memphis. มีนาคม 16, 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2022. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 7, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  154. "Stone Cold Steve Austin And El Segundo Brewing's Beer Partnership Is Thriving". Forbes. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 23, 2023. สืบค้นเมื่อ มกราคม 23, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  155. "Broken Skull Beer". Broken Skull Beer (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 30, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  156. Mbu, Joshua (มกราคม 15, 2024). "Retired WWE hard man Stone Cold Steve Austin unrecognizable in latest video". Daily Express US (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 16, 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  157. Kamrani, Christopher (กรกฎาคม 31, 2024). "'Stone Cold' Steve Austin is racing toward a new frontier". The New York Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 16, 2024.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  158. Brown, LaDarius (เมษายน 24, 2023). "Is Stone Cold Steve Austin a Cowboys fan? WWE legend sets record straight". www.sportskeeda.com (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ กันยายน 8, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  159. Flanagan, Ben (ตุลาคม 7, 2016). "This legendary pro wrestler just revealed he loves Alabama football, and that's the bottom line". al (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 11, 2025.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  160. Andrea, Bossi. "Bad Bunny Releases Music Video With Steve Austin Cameo: '¿Quién Tu Eres?'". Forbes. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 20, 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  161. Johnson, Steve (เมษายน 18, 2012). "Austin, Steamboat delight at Cauliflower Alley Club reunion". Slam Wrestling. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 3, 2020. สืบค้นเมื่อ กันยายน 27, 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  162. Glenday, Craig (กรกฎาคม 18, 2013). "San Diego Comic-Con – a geeky hotbed of record breaking". Guinness World Records. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 26, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 22, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  163. "Steve Austin & More: International Professional Wrestling Hall Of Fame Class Of 2022 Announced". PW Insider. มีนาคม 13, 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 13, 2022. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 14, 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  164. 1 2 3 4 5 6 "PWI Awards". Pro Wrestling Illustrated. Kappa Publishing Group. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 21, 2016. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  165. "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 1998". Internet Wrestling Database. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 6, 2016. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 22, 2012.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  166. "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 1999". Internet Wrestling Database. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 7, 2022. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 22, 2012.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  167. "Feud: @JohnnyGargano vs. @AdamColePro, Match: @CodyRhodes vs. @dustinrhodes, Rookie: @FlyinBrianJr. The @OfficialPWI staff is also proud to announce @steveaustinBSR as the Stanley Weston Award winner for lifetime achievement". มกราคม 13, 2020. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 17, 2020. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 10, 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  168. Johnson, Mike (พฤศจิกายน 19, 2015). "Professional Wrestling Hall of Fame moving from upstate New York to Texas". PWInsider. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 22, 2016. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 20, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  169. Pullar III, Sid. "20 Greatest WWE Wrestlers Of All Time". Sports Illustrated. สืบค้นเมื่อ พฤศจิกายน 26, 2024.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  170. "TWA Tag Team Titles". WrestlingData. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 16, 2022. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 16, 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  171. Duncan, Royal. "World Television Championship history". Solie. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 26, 2016. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 1, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  172. "United States Championship history". WWE. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 22, 2012. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 1, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  173. Duncan, Royal. "WCW World Tag Team Championship history". Solie. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 9, 2012. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 1, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  174. "NWA World Tag Team Title". Wrestling-Titles.com. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 26, 2008. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 10, 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  175. "WWE World Championship history". WWE. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 23, 2012. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 1, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  176. "Intercontinental Championship history". WWE. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 15, 2012. สืบค้นเมื่อ กันยายน 17, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  177. "WWE World Tag Team Championship". WWE. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 14, 2006. สืบค้นเมื่อ กันยายน 18, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  178. "Million Dollar Championship". WWE (ภาษาอังกฤษ). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กรกฎาคม 26, 2021. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 11, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  179. Sapp, Sean Ross (มิถุนายน 18, 2021). "Every King Of The Ring Winner In WWF And WWE History". Fightful. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  180. Koontz, Joey (มกราคม 20, 2020). "Will history be made at the 2020 WWE Royal Rumble?". ESPN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  181. Dunning, Kyle (สิงหาคม 16, 2020). "List of All WWE Grand Slam & Triple Crown Champions in History". eWrestlingNews. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  182. "WWE's Triple Crown winners: photos". WWE Official Website. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 24, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 21, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  183. "And the winner is..." WWE. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 1, 2009. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  184. "Full list of 2015 WWE Slammy Award winners". Wrestling Observer Newsletter. ธันวาคม 22, 2015. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  185. "Wrestling Observer Hall of Fame". Pro Wrestling Illustrated. Kappa Publishing Group. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤษภาคม 5, 2019. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 16, 2018.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

อ่านเพิ่มเติม

บรรณานุกรม

แหล่งข้อมูลอื่น