ดิ อัลติเมท วอร์ริเออร์

Overview

เดอะ อัลติเมต วอร์ริเออร์ เดิมชื่อ เจมส์ ไบรอัน เฮลล์วิก ต่อมาเปลี่ยนชื่ออย่างถูกกฎหมายเป็น วอร์ริเออร์ เกิดวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 1959 และเสียชีวิตวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2014 เป็นนักมวยปล้ำอาชีพ นักเพาะกาย และนักพูดสร้างแรงบันดาลใจชาวอเมริกัน เขาปล้ำให้กับสหพันธ์มวยปล้ำโลกหรือดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ ซึ่งปัจจุบันคือ WWE ระหว่างปี ค.ศ. 1987 ถึง 1992 โดยเคยครองแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัลของดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟและแชมป์โลกของดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ นอกจากนี้เขายังกลับมาปล้ำให้ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟช่วงสั้น ๆ ในปี ค.ศ. 1996 และปล้ำให้เวิลด์แชมเปียนชิพเรสต์ลิงไม่กี่เดือนในปี ค.ศ. 1998 โดยใช้ชื่อว่า เดอะ วอร์ริเออร์

ดิ อัลติเมท วอร์ริเออร์
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเกิดJames Brian Hellwig
เกิด(1959-06-16)16 มิถุนายน ค.ศ. 1959
Crawfordsville, Indiana, U.S.
เสียชีวิต8 เมษายน ค.ศ. 2014(2014-04-08) (54 ปี)
Scottsdale, Arizona, U.S.
คู่สมรส
  • Shari Tyree (สมรส 1982; หย่า 1991)
  • Dana Warrior (สมรส 1999)
บุตร2
ชื่อบนสังเวียน
  • Blade Runner Rock[1]
  • Dingo Warrior[1]
  • Jim Hellwig[1]
  • Jim Justice
  • Ultimate Warrior
  • Warrior[1]
ส่วนสูง6 ฟุต 2 นิ้ว (188 เซนติเมตร)[2]
น้ำหนัก280 ปอนด์ (127 กิโลกรัม)[2]
มาจาก"Parts unknown"[3]
Queens, New York
"One Warrior Nation"
ฝึกหัดโดยBilly Anderson
Rick Bassman
Red Bastien[1]
เปิดตัว1985
รีไทร์2008

เดอะ อัลติเมต วอร์ริเออร์ เดิมชื่อ เจมส์ ไบรอัน เฮลล์วิก ต่อมาเปลี่ยนชื่ออย่างถูกกฎหมายเป็น วอร์ริเออร์ เกิดวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 1959 และเสียชีวิตวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2014 เป็นนักมวยปล้ำอาชีพ นักเพาะกาย และนักพูดสร้างแรงบันดาลใจชาวอเมริกัน เขาปล้ำให้กับสหพันธ์มวยปล้ำโลกหรือดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ ซึ่งปัจจุบันคือ WWE ระหว่างปี ค.ศ. 1987 ถึง 1992 โดยเคยครองแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัลของดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟและแชมป์โลกของดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ นอกจากนี้เขายังกลับมาปล้ำให้ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟช่วงสั้น ๆ ในปี ค.ศ. 1996 และปล้ำให้เวิลด์แชมเปียนชิพเรสต์ลิงไม่กี่เดือนในปี ค.ศ. 1998 โดยใช้ชื่อว่า เดอะ วอร์ริเออร์

หลังจากสร้างชื่อในวงการเพาะกาย วอร์ริเออร์หันเข้าสู่วงการมวยปล้ำอาชีพ ระหว่างปี ค.ศ. 1985 ถึง 1986 เขาจับคู่กับสตีฟ บอร์เดน นักเพาะกายอีกคนซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ สติง ในนามทีม เบลด รันเนอร์ส ทั้งสองแยกทางกันเมื่อเขาออกไปสร้างอาชีพเดี่ยวในเวิลด์คลาสแชมเปียนชิพเรสต์ลิง ภายใต้ชื่อ ดิงโก วอร์ริเออร์ เขาเคยครองแชมป์เทกซัสเฮฟวีเวตของดับเบิลยูซีดับเบิลยูเอหนึ่งสมัย

ในปี ค.ศ. 1987 เขาเข้าร่วมดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ และภายในเวลาไม่ถึงสองปีก็คว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัลเฮฟวีเวตได้ถึงสองสมัย ในศึก เรสเซิลเมเนีย 6 ปี ค.ศ. 1990 ซึ่งเป็นแมตช์เอกของรายการ วอร์ริเออร์เอาชนะ ฮัลค์ โฮแกน ในแมตช์แชมป์ชนแชมป์และคว้าแชมป์โลกของดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ ทำให้เขากลายเป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่ครองทั้งแชมป์โลกและแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัลพร้อมกัน เขาถูกวางตัวให้เป็นหน้าตาใหม่ของบริษัท แต่ภายหลังเกิดความขัดแย้งกับประธาน วินซ์ แม็กแมน เรื่องค่าตัว และพยายามลาออกจากดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟทั้งที่ยังมีสัญญาอยู่ วอร์ริเออร์กลับมาอีกครั้งใน เรสเซิลเมเนีย 8 แต่ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1992 เขาถูกปล่อยตัว และต่อมามีการเปิดเผยว่าเกี่ยวข้องกับการใช้สเตียรอยด์

ในปี ค.ศ. 1993 เจมส์ เฮลล์วิก เปลี่ยนชื่ออย่างถูกกฎหมายเป็น วอร์ริเออร์ และได้รับเครดิตเป็นผู้ร่วมเขียนหนังสือการ์ตูนที่สร้างจากชื่อและภาพลักษณ์ของตนเอง เขากลับมาสู่ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟใน เรสเซิลเมเนีย 12 แต่ปล้ำได้เพียงสี่เดือนก่อนจะเริ่มไม่มาปรากฏตัวตามรายการต่าง ๆ สองปีต่อมาเขาเข้าร่วมเวิลด์แชมเปียนชิพเรสต์ลิง ซึ่งเคยพยายามดึงตัวเขามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 โดยถูกนำไปใช้ในบทที่ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักร่วมกับโฮแกน และจบลงในศึก ฮาโลวีน ฮาว็อก ปี ค.ศ. 1998 หลังจากนั้นวอร์ริเออร์ประกาศเลิกปล้ำอาชีพและหันไปทำงานด้านการพูดสร้างแรงบันดาลใจ ก่อนจะขึ้นปล้ำเป็นครั้งสุดท้ายที่ประเทศสเปนในปี ค.ศ. 2008

วอร์ริเออร์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2014 ที่เมืองสกอตส์เดล รัฐแอริโซนา ขณะมีอายุ 54 ปี ก่อนหน้านั้นสามคืนที่เมืองนิวออร์ลีนส์ เขาเพิ่งได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศของ WWE ปรากฏตัวในศึก เรสเซิลเมเนีย 30 และขึ้นเวทีรายการ มันเดย์ไนต์ รอว์ เป็นครั้งสุดท้าย ถือเป็นการกลับมาสู่ WWE หลังจากแยกทางกันอย่างรุนแรงตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996

ชีวิตวัยเยาว์

วอร์ริเออร์เกิดในปี ค.ศ. 1959 ในชื่อ เจมส์ ไบรอัน เฮลล์วิก[4] ที่เมืองครอว์ฟอร์ดสวิลล์ รัฐอินดีแอนา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองอินเดียแนโพลิสไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร เขาเป็นพี่คนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมดห้าคน และเติบโตขึ้นมาภายใต้การดูแลของมารดา รวมถึงพ่อเลี้ยงในเวลาต่อมา หลังจากบิดาแท้ ๆ ทิ้งครอบครัวไปเมื่อเขาอายุได้ 12 ปี บิดาของเขาเสียชีวิตเมื่ออายุ 57 ปี และปู่ของเขาเสียชีวิตเมื่ออายุ 52 ปี ต่อมาครอบครัวย้ายที่อยู่ และเขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนฟาวน์เทน เซ็นทรัล ไฮสคูล ในเมืองวีเดอร์สเบิร์ก ก่อนจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอินดีแอนาสเตตเป็นเวลาหนึ่งปี[5]

อาชีพเพาะกาย

ก่อนเข้าสู่วงการมวยปล้ำอาชีพ วอร์ริเออร์เป็นนักเพาะกายสมัครเล่น[6] เขาเข้าประกวดรายการของสมาคมนักเพาะกายแห่งชาติหลายรายการ และคว้าแชมป์ มิสเตอร์จอร์เจีย ของสมาคมในปี ค.ศ. 1984[7] วอร์ริเออร์เริ่มฝึกยกน้ำหนักตั้งแต่อายุ 11 ปี เขาเคยเล่าว่าตัวเองเป็น “เด็กตัวเล็กที่ขาดความมั่นใจและไม่เล่นกีฬาใด ๆ เลย” ต่อมาเขาย้ายไปอยู่รัฐแคลิฟอร์เนีย และหลังจากได้เห็นนักเพาะกาย ร็อบบี โรบินสัน เขาก็ตัดสินใจเอาดีด้านเพาะกาย การประกวดครั้งแรกของเขาจัดขึ้นที่รัฐฟลอริดา และเขาจบอันดับที่ 5

ต่อมาในช่วงที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยไลฟ์ เมืองมาเรียตตา รัฐจอร์เจีย เขาคว้าแชมป์รายการ จูเนียร์ แอตแลนตา และได้อันดับที่ 5 ในการแข่งขัน คอลเลจ มิสเตอร์อเมริกา ของสมาคมกรีฑาสมัครเล่นแห่งสหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ. 1981 ปี ค.ศ. 1983 เขาคว้าแชมป์ โคสทัล ยูเอสเอ ของสมาคมเดียวกัน ก่อนจะคว้าแชมป์ มิสเตอร์จอร์เจีย ในปีถัดมา การแข่งขันเพาะกายครั้งสุดท้ายของเขาคือรายการ จูเนียร์ ยูเอสเอ ปี ค.ศ. 1985 ซึ่งผู้ชนะคือ รอน เลิฟ นักเพาะกายในอนาคตของสหพันธ์เพาะกายนานาชาติ โดยวอร์ริเออร์จบอันดับที่ 5[8]

ในปี ค.ศ. 1985 หลังจากใช้เวลา 6 สัปดาห์ในรัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันเพาะกาย เขาได้รับเชิญให้เข้าร่วมกลุ่มนักเพาะกายที่ประกอบด้วย การ์แลนด์ โดโนโฮ มาร์ก มิลเลอร์ และ สตีฟ บอร์เดน เพื่อก่อตั้งทีมมวยปล้ำอาชีพ วอร์ริเออร์ตอบรับคำเชิญนั้น และตัดสินใจยุติเส้นทางนักเพาะกาย รวมทั้งล้มเลิกแผนที่จะเป็นหมอนวดกระดูกและข้อด้วย[9][10]

ประวัติมวยปล้ำอาชีพ

เส้นทางอาชีพมวยปล้ำของ เดอะ อัลติเมต วอร์ริเออร์ เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1980 หลังจากที่เขาสร้างชื่อในฐานะนักเพาะกายสมัครเล่น เขาได้รับการชักชวนจากกลุ่มนักเพาะกายให้เข้าสู่วงการมวยปล้ำอาชีพ โดยร่วมทีมกับ สตีฟ บอร์เดน ซึ่งต่อมากลายเป็นนักมวยปล้ำชื่อดังในนาม สติง ทั้งคู่ใช้ชื่อทีมว่า “เบลด รันเนอร์ส” และปล้ำในหลายสมาคมทางภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา วอร์ริเออร์ใช้ชื่อบนสังเวียนว่า “เบลด รันเนอร์ ร็อก” ขณะที่สติงใช้ชื่อ “เบลด รันเนอร์ แฟลช” ทีมของทั้งสองมีภาพลักษณ์ดุดัน ผมยาว แต่งหน้าจัด และได้รับความสนใจจากแฟนมวยปล้ำอย่างรวดเร็ว แม้จะร่วมงานกันไม่นานนัก แต่ช่วงเวลานี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของนักมวยปล้ำทั้งสองคน[11] เมื่อแยกทางจากสติง วอร์ริเออร์หันมาปล้ำเดี่ยวในสมาคม เวิลด์ คลาส แชมเปียนชิพ เรสต์ลิง โดยใช้ชื่อ “ดิงโก วอร์ริเออร์” เขาเน้นสไตล์การปล้ำที่ใช้พลังร่างกาย ความเร็ว และการเคลื่อนไหวที่รุนแรง ซึ่งแตกต่างจากนักมวยปล้ำรุ่นใหญ่ในยุคนั้น ช่วงเวลานี้เขาคว้าแชมป์ เทกซัส เฮฟวีเวต ได้หนึ่งสมัย และเริ่มได้รับการจับตามองจากสมาคมใหญ่ทั่วประเทศ[12]

ปี ค.ศ. 1987 เขาเซ็นสัญญากับ สหพันธ์มวยปล้ำโลก ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในอาชีพ เขาเปลี่ยนชื่อเป็น “เดอะ อัลติเมต วอร์ริเออร์” และเปิดตัวด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างมาก ทั้งการเพนต์หน้า สีสันฉูดฉาด พู่ที่แขน และการวิ่งเต็มสปีดเข้าสู่เวที ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจแฟน ๆ อย่างรวดเร็ว ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟผลักดันเขาอย่างจริงจังในฐานะดาวรุ่งแห่งยุคปลายทศวรรษ 1980 ในปี ค.ศ. 1988 วอร์ริเออร์คว้าแชมป์ อินเตอร์คอนติเนนทัล ของดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ เป็นครั้งแรกจาก เดอะ ฮองกี ทองค์ แมน ด้วยเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในศึก ซัมเมอร์สแลม ชัยชนะครั้งนั้นกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาคลาสสิกของดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ และทำให้เขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับแนวหน้า เขาครองแชมป์อยู่นานและมีแมตช์สำคัญกับนักมวยปล้ำชื่อดังหลายคน เช่น ริก รูด อองเดร เดอะ ไจแอนต์ และ แรนดี ซาเวจ

จุดสูงสุดของอาชีพเกิดขึ้นในศึก เรสเซิลเมเนีย 6 ปี ค.ศ. 1990 ซึ่งเป็นแมตช์ประวัติศาสตร์แบบ “แชมป์ชนแชมป์” ระหว่างวอร์ริเออร์ ผู้ครองแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล กับ ฮัลค์ โฮแกน ผู้ครองแชมป์โลก ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ วอร์ริเออร์เอาชนะโฮแกนได้อย่างยิ่งใหญ่และคว้าแชมป์โลกมาครอง พร้อมกับถือครองทั้งแชมป์โลกและแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัลในเวลาเดียวกัน เป็นนักมวยปล้ำคนแรกของดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟที่ทำได้สำเร็จ หลังจากชัยชนะครั้งนั้นบริษัทพยายามผลักดันเขาให้เป็นหน้าตาหลักขององค์กรแทนโฮแกน ในช่วงที่เป็นแชมป์โลก เขามีศึกสำคัญกับ ริก รูด เท็ด ดีบิอาซี และ แรนดี ซาเวจ ก่อนจะเสียแชมป์ให้กับ ซาร์เจนต์ สลอเทอร์ ในศึก รอยัล รัมเบิล ปี ค.ศ. 1991 หลังจากนั้นบทบาทของเขาเริ่มลดลง และเกิดปัญหาความขัดแย้งเรื่องค่าตัวกับประธานบริษัท วินซ์ แม็กแมน จนเขาถูกพักงานหลังศึก ซัมเมอร์สแลม 1991

วอร์ริเออร์กลับมาอีกครั้งในศึก เรสเซิลเมเนีย 8 ปี ค.ศ. 1992 โดยช่วย ฮัลค์ โฮแกน จากการถูกทำร้าย และกลับมาได้รับเสียงตอบรับอย่างดี เขาได้ปล้ำในแมตช์สำคัญกับ แรนดี ซาเวจ และ ริก แฟลร์ แต่ปลายปีเดียวกันเขาถูกปล่อยตัว ซึ่งต่อมามีการเปิดเผยว่าเกี่ยวข้องกับการใช้สารกระตุ้น หลังจากออกจากดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ เขาเปลี่ยนชื่อจริงตามกฎหมายเป็น “วอร์ริเออร์” และห่างหายจากวงการไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในศึก เรสเซิลเมเนีย 12 ปี ค.ศ. 1996 เขาเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเอาชนะ ทริปเปิล เอช ภายในเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตาม เขามักไม่มาปรากฏตัวตามกำหนด ทำให้ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟยุติสัญญาอีกครั้งหลังกลับมาได้เพียงประมาณสี่เดือน

ปี ค.ศ. 1998 วอร์ริเออร์เซ็นสัญญากับ เวิลด์ แชมเปียนชิพ เรสต์ลิง และใช้ชื่อ “เดอะ วอร์ริเออร์” เขาถูกนำเข้าสู่บทกับ ฮัลค์ โฮแกน และกลุ่ม เอ็นดับเบิลยูโอ โดยพยายามสร้างศึกใหญ่ระหว่างอดีตคู่ปรับจากดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ แต่บทดังกล่าวได้รับคำวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งแฟนมวยปล้ำและสื่อ จุดจบสำคัญอยู่ที่ศึก ฮัลโลวีน ฮาว็อก ปี ค.ศ. 1998 ซึ่งเป็นแมตช์ใหญ่ระหว่างเขากับโฮแกน หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ออกจากดับเบิลยูซีดับเบิลยูและแทบไม่ได้ปล้ำอีกเลย

วอร์ริเออร์ประกาศเลิกมวยปล้ำอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1999 และหันไปทำงานด้านการพูดสร้างแรงบันดาลใจ เขากลับขึ้นสังเวียนอีกเพียงครั้งเดียวในปี ค.ศ. 2008 ที่ประเทศสเปน ซึ่งถือเป็นแมตช์สุดท้ายในชีวิตนักมวยปล้ำของเขา แม้ช่วงปลายอาชีพจะเต็มไปด้วยข้อขัดแย้ง แต่เดอะ อัลติเมต วอร์ริเออร์ยังคงถูกจดจำในฐานะหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ที่มีภาพลักษณ์โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ WWE ด้วยพลังงานมหาศาล การเปิดตัวที่เร้าใจ และชัยชนะเหนือฮัลค์ โฮแกนในศึก เรสเซิลเมเนีย 6 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของวงการมวยปล้ำอาชีพตลอดกาล

หลังจากที่เขาแยกทางกับบริษัทด้วยความขัดแย้งยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996[13][14] เป็นเวลานานเกือบ 18 ปีที่เขาไม่ปรากฏตัวในรายการของ WWE และความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายถูกมองว่าแทบไม่มีทางกลับมาดีได้ ในช่วงต้นปี ค.ศ. 2014 WWE เริ่มปรับความสัมพันธ์กับวอร์ริเออร์อีกครั้ง[2][15] และประกาศว่าเขาจะได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศ WWE ในสุดสัปดาห์ของศึก เรสเซิลเมเนีย 30 วันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 2014 เขาปรากฏตัวในพิธีหอเกียรติยศต่อหน้าแฟนมวยปล้ำจำนวนมาก กล่าวสุนทรพจน์ยาวเกี่ยวกับชีวิต อาชีพมวยปล้ำ และครอบครัว พร้อมทั้งขอบคุณแฟน ๆ ที่ยังคงสนับสนุนเขามาตลอดหลายทศวรรษ บรรยากาศในวันนั้นถือเป็นการปิดฉากความบาดหมางระหว่างเขากับ WWE อย่างเป็นทางการ[16]

วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2014 วอร์ริเออร์ปรากฏตัวในศึก เรสเซิลเมเนีย 30 ที่เมืองนิวออร์ลีนส์ เขาออกมาทักทายแฟน ๆ บนเวทีในฐานะสมาชิกหอเกียรติยศคนใหม่ แม้จะไม่ได้ขึ้นปล้ำ แต่การได้เห็นเขากลับมายืนบนเวทีเรสเซิลเมเนียอีกครั้งหลังห่างหายไปนานก็เป็นช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจอย่างมากแก่แฟนมวยปล้ำทั่วโลก คืนถัดมา วันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 2014 วอร์ริเออร์กลับมาปรากฏตัวในรายการ รอว์ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 18 ปี เขาสวมเสื้อคลุมและหน้ากากตามแบบฉบับเดิม ก่อนจะถอดหน้ากากออกและกล่าวสุนทรพจน์ถึงแฟนมวยปล้ำและจิตวิญญาณของ อัลติเมต วอร์ริเออร์ ประโยคสุดท้ายของเขาในรายการคือ “พวกคุณคือแฟน ๆ ของ อัลติเมต วอร์ริเออร์ และจิตวิญญาณของ อัลติเมต วอร์ริเออร์ จะคงอยู่ตลอดไป” ซึ่งต่อมากลายเป็นคำพูดที่ถูกจดจำมากที่สุดคำหนึ่งในประวัติศาสตร์ WWE น่าเศร้าที่การกลับมาครั้งนี้กลายเป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งสุดท้ายของเขา วันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2014 หนึ่งวันหลังจากรายการ รอว์ วอร์ริเออร์เกิดอาการหัวใจวายและเสียชีวิตในวัย 54 ปี ทำให้ช่วงเวลาที่เขากลับมาสู่ WWE ในสุดสัปดาห์เรสเซิลเมเนีย 30 ถูกมองว่าเป็นการอำลาวงการมวยปล้ำอย่างสมบูรณ์และทรงพลังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ WWE[17]

ชีวิตส่วนตัว

ดิ อัลติเมท วอร์ริเออร์
ข้อมูลยูทูบ
ช่อง
ช่วงปี2012–2022
ประเภทPodcasting
ผู้ติดตาม46.8 thousand
ยอดเข้าชม5.5 million
อัปเดตครั้งล่าสุด: June 28, 2025

วอร์ริเออร์แต่งงานกับ ชารี ลินน์ ไทรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1982 ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันตลอดช่วงส่วนใหญ่ที่เขาปล้ำให้ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ ก่อนจะหย่ากันเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ. 1991 เพียงสองวันก่อนศึก เรสเซิลเมเนีย 7 ต่อมาเขาแต่งงานครั้งที่สองกับ ดานา เวียเล เมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1999 และมีบุตรสาวด้วยกันสองคน[18]

ระหว่างปี ค.ศ. 1987 ถึง 1989 เขาปรากฏตัวในโฆษณาทางโทรทัศน์หลายชิ้นของ เวสต์เวย์ ฟอร์ด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในเมืองเออร์วิง รัฐเทกซัส โดยสวมชุดนักมวยปล้ำเต็มยศและร่วมแสดงกับตัวละครตลกของบริษัทที่ชื่อ “มีน โจ กรีด”[19][20]

ข่าวลือเรื่องการเสียชีวิต

วอร์ริเออร์กลับสู่ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟในศึก เรสเซิลเมเนีย 8 หลังหายหน้าไปเกือบแปดเดือนนับตั้งแต่ ซัมเมอร์สแลม 1991 เนื่องจากรูปลักษณ์ของเขาเปลี่ยนไปมาก ทั้งผมที่สั้นลง สีผมที่อ่อนลง และรูปร่างที่เล็กลง จึงเกิดข่าวลือว่ามีนักมวยปล้ำคนใหม่มารับบทเป็นเขา ขณะนั้นมีข่าวลือว่าเป็น เคอร์รี วอน เอริช ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญากับดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ บางคนถึงกับอ้างว่าเขาเสียชีวิตจากภาวะตับวายเนื่องจากใช้สเตียรอยด์เป็นเวลานาน หรือพู่ผ้าที่แขนของเขาทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก[21] WWE ระบุว่าทฤษฎีที่ว่ามีคนอื่นมารับบท อัลติเมต วอร์ริเออร์ ใน เรสเซิลเมเนีย 8 ถือเป็นตำนานเมืองที่อยู่คู่ประวัติศาสตร์ WWE ยาวนานที่สุดเรื่องหนึ่ง[22] ผู้บรรยาย ทอม ฟิลลิปส์ ยังกล่าวว่าข่าวลือดังกล่าวน่าจะเริ่มจากรายการสายด่วนของยีน โอเกอร์ลันด์ในเวิลด์แชมเปียนชิพเรสต์ลิง รวมถึงการเปิดตัวนักมวยปล้ำ เดอะ เรเนเกด ซึ่งมีภาพลักษณ์คล้ายวอร์ริเออร์อย่างมาก[23]

คดีเครื่องหมายการค้าและคดีหมิ่นประมาท

ในปี ค.ศ. 1993 เฮลล์วิกเปลี่ยนชื่ออย่างถูกกฎหมายเป็น “วอร์ริเออร์”[24][25] ชื่อคำเดียวนี้ปรากฏอยู่ในเอกสารทางกฎหมายทั้งหมดของเขา และบุตรของเขาก็ใช้นามสกุล วอร์ริเออร์ ตามกฎหมายด้วย[26] วอร์ริเออร์และดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟมีคดีความหลายคดีระหว่างปี ค.ศ. 1996 และ 1998[27] โดยทั้งสองฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ในตัวละคร “วอร์ริเออร์” และ “อัลติเมต วอร์ริเออร์” ทั้งตามสัญญาและกฎหมายลิขสิทธิ์ ศาลตัดสินว่าวอร์ริเออร์มีสิทธิ์ตามกฎหมายในการใช้กิมมิก เครื่องแต่งกาย การเพนต์หน้า และท่าทางของตัวละคร “วอร์ริเออร์”[28]

วันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 2005 WWE ออกดีวีดีสารคดีเกี่ยวกับอาชีพมวยปล้ำของเขาชื่อ The Self-Destruction of the Ultimate Warrior ภายในมีคลิปแมตช์และความบาดหมางสำคัญของเขา พร้อมความเห็นจากนักมวยปล้ำหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปในทางลบ ทริปเปิล เอช กล่าวว่าความพ่ายแพ้ต่อวอร์ริเออร์ใน เรสเซิลเมเนีย 12 ทำให้เขามีความรู้สึกปะปน และมองว่าวอร์ริเออร์เป็นหนึ่งในนักมวยปล้ำที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพที่สุดที่เขาเคยร่วมงานด้วย[29] ดีวีดีชุดนี้ก่อให้เกิดข้อถกเถียง เพราะวอร์ริเออร์กล่าวหา WWE ว่าหมิ่นประมาทเขา เดิมที WWE เคยเชิญเขาให้มีส่วนร่วมในการผลิต แต่เขาปฏิเสธ โดยระบุว่าไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับบริษัท ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายยิ่งตึงเครียด[30] ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2006 เขายื่นฟ้อง WWE อีกครั้งที่รัฐแอริโซนาเกี่ยวกับการนำเสนอชีวิตการปล้ำของเขาในดีวีดีดังกล่าว[31] แต่คดีถูกยกฟ้องเมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 2009[32]

การพูดในที่สาธารณะ

วอร์ริเออร์ประกาศเลิกมวยปล้ำอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1999 และหันไปทำงานเป็นนักพูดและผู้แสดงความคิดเห็นแนวอนุรักษนิยมอยู่ช่วงสั้น ๆ โดยร่วมงานกับ แดเนียล พินเฮโร เขามักวิจารณ์แนวคิดการเมืองฝ่ายซ้าย ในการบรรยายที่มหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัตครั้งหนึ่ง เขาเคยกล่าวประโยคที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า “การทำให้เป็นเกย์ไม่ได้ทำให้โลกดำเนินไปได้”[33]

งานเขียน

ในปี ค.ศ. 1996 วอร์ริเออร์ตีพิมพ์หนังสือการ์ตูนชื่อ Warrior โดยใช้ตัวเองเป็นตัวละครหลัก เขาร่วมเขียนกับ จิม คัลลาแฮน และได้พี่น้องชาร์ปเป็นผู้วาดภาพประกอบ[34]

วอร์ริเออร์ยังเขียนบล็อกบนเว็บไซต์ส่วนตัวชื่อ “Warrior’s Machete” ซึ่งเขาใช้พูดถึงชีวิตส่วนตัว มุมมองทางการเมือง เรื่องเพศ ความรักชาติ และมรดกของตนในฐานะนักมวยปล้ำ เขามักใช้บล็อกแสดงความคิดเห็นต่อบุคคลในวงการมวยปล้ำที่เคยเกี่ยวข้องกับเขา เช่น วินซ์ แม็กแมน โรด วอร์ริเออร์ แอนิมอล เดอะ บริติช บูลด็อก โอเวน ฮาร์ต ฮัลค์ โฮแกน และ เล็กซ์ ลูเกอร์ รวมถึงบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา เช่น มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ จอร์จ วอชิงตัน และพระเยซู เขายังเขียนถึงคนดังที่กำลังเป็นข่าวในเวลานั้น เช่น ฮีธ เลดเจอร์ และ ปารีส ฮิลตัน วอร์ริเออร์แสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสหรัฐอเมริกา และชื่นชอบหนังสือ โอดิสซีย์ ของโฮเมอร์ และ As a Man Thinketh ของเจมส์ อัลเลน[35][36] ในปี ค.ศ. 2012 เขาเริ่มจำหน่ายผลงานสร้างแรงบันดาลใจชื่อ “Weapons of Wisdom” ซึ่งเป็นกระดาษสีน้ำขนาด 6 × 9 นิ้ว ที่มีภาพวาด คำคม และลายเส้นที่เขาวาดเอง[37] นอกจากนี้เขายังใช้บล็อกตอบจดหมายจากแฟน ๆ อยู่เป็นครั้งคราวด้วย[38]

การเสียชีวิต

วอร์ริเออร์ได้รับการบรรจุเข้าสู่หอเกียรติยศ WWE เมื่อวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 2014 จากนั้นปรากฏตัวในศึก เรสเซิลเมเนีย 30 วันที่ 6 เมษายน และกลับมาปรากฏตัวในรายการ รอว์ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 18 ปีเมื่อวันที่ 7 เมษายน หนึ่งวันก่อนเสียชีวิต[39] ประโยคสุดท้ายของเขาในรายการคือ “พวกคุณคือแฟน ๆ ของ อัลติเมต วอร์ริเออร์ และจิตวิญญาณของ อัลติเมต วอร์ริเออร์ จะคงอยู่ตลอดไป”[40]

ตามรายงาน เมื่อวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2014 เวลาประมาณ 17.50 น. วอร์ริเออร์เกิดอาการกุมหน้าอกและล้มลง ขณะเดินไปที่รถพร้อมภรรยาบริเวณด้านนอกโรงแรมในรัฐแอริโซนา เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน และแพทย์ประกาศว่าเสียชีวิตในวัย 54 ปี[41] เพื่อนร่วมงานหลายคนกล่าวว่าในช่วงสุดสัปดาห์ของ เรสเซิลเมเนีย เขาดูอ่อนแรง มีเหงื่อออกมาก และหายใจหนักอยู่หลังเวที[42]

ผลการชันสูตรพบว่าวอร์ริเออร์เสียชีวิตจากอาการหัวใจวาย[43][44][45] ปัจจุบันร่างของเขาถูกฝังอยู่ที่สุสานเวสต์พอยต์ เมืองเวสต์พอยต์ รัฐอินดีแอนา[46]

แชมป์และรางวัล

อ้างอิง

  1. 1 2 3 4 5 "Ultimate Warrior's OWoW Profile". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ มกราคม 4, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. 1 2 3 "Ultimate Warrior". WWE.com. สืบค้นเมื่อ เมษายน 11, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. "Wrestling's Strangest Hometowns: Parts Unknown".
  4. "Free Family Tree, Genealogy, Family History, and DNA Testing". myheritage.com. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 19, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. Steele, Ray (เมษายน 9, 2014). "Ultimate Warrior, Pro Wrestling Legend, Indiana Native, Dies at 54". WIBC-FM. WIBC. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 13, 2014. สืบค้นเมื่อ เมษายน 9, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. "NPC News On-Line". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับเมื่อ มิถุนายน 9, 2007. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 9, 2007.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์) CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. Doc's Sports – Georgia Bodybuilding Contest Information and More เก็บถาวร ตุลาคม 22, 2007 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Georgia Bodybuilding. Retrieved on January 5, 2012.
  8. "NPC Junior USA Championships results 1985". musculardevelopment.com. สืบค้นเมื่อ มกราคม 13, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. "Power Team USA". ตุลาคม 3, 2012.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. Oliver GREG OLIVER, Greg (ธันวาคม 10, 2007). "Friends remember Dave Sheldon's life". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 7, 2016.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. Joe "Animal" Laurinaitis; Andrew Wright (2012). The Road Warriors: Danger, Death, and the Rush of Wrestling. Medallion Press. น. 261. ISBN 978-1605425788. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 20, 2016.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. 1 2 Duncan, R. & Will, G. (1998). "WCCW World Tag Team Title History". Solie.org. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 17, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. 1996 RAW results, from TheHistoryOfWWE.com
  14. Caldwell, James. "Raw news: Bryan's first night as champ, Taker update, Cesaro joins Heyman, Warrior returns, RVD returns, Paige debuts & wins Divas Title, other NXT intros, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ เมษายน 8, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. Profile description on WWE. com
  16. 1 2 "WWE Hall of Fame". WWE. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 19, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. Hooton, Christopher (เมษายน 9, 2014). "Ultimate Warrior dead days after WrestleMania 30 and Raw appearances". The Independent. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 20, 2022. สืบค้นเมื่อ เมษายน 10, 2014.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  18. Texas Divorces. เก็บถาวร พฤษภาคม 27, 2013 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  19. Warrior, Mean Joe Greed (1989). 1989 Westway Ford Commercial with Dingo (Ultimate) Warrior. ntnwebpro. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 22, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 15, 2010.{{cite AV media}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  20. Warrior, Mean Joe Greed (1988). 1988 Westway Ford Commercial with Dingo (Ultimate) Warrior. ntnwebpro. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 22, 2021. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 15, 2010.{{cite AV media}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  21. Newell, Sean (เมษายน 5, 2014). "The Ultimate Warrior's Rumored Death". Deadspin. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 19, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  22. Powers, Kevin. "The truth behind 8 WWE urban legends". WWE.
  23. "5 WWE Myths Busted – 5 Things". WWE. มีนาคม 4, 2015. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 22, 2021.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  24. Grasso, John (มีนาคม 6, 2014). Historical Dictionary of Wrestling – John Grasso – Google Books. Scarecrow Press. ISBN 9780810879263. สืบค้นเมื่อ เมษายน 11, 2014.{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  25. Reynolds, R.D.; Alvarez, Bryan (2014). The Death of WCW: 10th Anniversary Edition of the Bestselling Classic — Revised and Expanded. ECW Press. ISBN 978-1770411753.
  26. "Why the Ultimate Warrior Was Such a Legend". ABC. สืบค้นเมื่อ เมษายน 9, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) "The Ultimate Warrior, born James Brian Hellwig, legally changed his name to Warrior in 1993 ... It's also the last name of his wife and children."
  27. WORLD WRESTLING ENTERTAINMENTINC – WWE Quarterly Report (10-Q) NOTES TO CONSOLIDATED FINANCIAL STATEMENTS (Unaudited) เก็บถาวร กรกฎาคม 3, 2008 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Sec.edgar-online.com (December 13, 1999). Retrieved on January 5, 2012.
  28. Flynn, Daniel (มิถุนายน 28, 2004). "Interview with the Ultimate Warrior – Part 3 of 4". FlynnFiles.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ เมษายน 19, 2008. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 18, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  29. The Self-Destruction of the Ultimate Warrior DVD
  30. Sokol, Chris (กรกฎาคม 5, 2005). "Warrior speaks his mind in new shoot". Canadian Online Explorer. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มกราคม 7, 2016. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 18, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  31. WWE: Ultimate Warrior files lawsuit against World Wrestling Entertainment. Wrestlemag.com. Retrieved on January 5, 2012.
  32. "The Ultimate Warrior Loses Lawsuit Against WWE". สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 18, 2009.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสีย]
  33. (44:20–46:50 of the video) เก็บถาวร มิถุนายน 10, 2011 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน. Video.google.com. Retrieved on January 5, 2012.
  34. "An illustrated history of wrestling comic books". WWE. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มิถุนายน 14, 2014. สืบค้นเมื่อ เมษายน 9, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  35. Warrior's Machete: Dead long before 28. Ultimatewarrior.com. (January 23, 2008). Retrieved on January 5, 2012.
  36. Warrior's Machete: Before the House of Hilton Bred Whores…. Ultimatewarrior.com. (June 13, 2007). Retrieved on January 5, 2012.
  37. "Weapons of Wisdom : Warrior's Machete". Ultimatewarrior.com. สืบค้นเมื่อ เมษายน 11, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  38. Warrior's Machete: Warrior wins. Warrior haters lose –again. Ultimatewarrior.com. (May 30, 2007). Retrieved on January 5, 2012.
  39. "Ultimate Warrior passes away". WWE. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤศจิกายน 9, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  40. "Ultimate Warrior's last words in public: My spirit 'will run forever'". CTV News. 9 เมษายน 2014. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 เมษายน 2014. สืบค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2023.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  41. "WARRIOR NEWS: Report - Reported circumstances of Ultimate Warrior's death in Phoenix". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ เมษายน 9, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  42. "WARRIOR NEWS: Report – Warrior appeared to be "very sick" prior to death, Hall of Fame special includes Warrior message, Jim Ross blogs on Warrior's legacy". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ เมษายน 9, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  43. "Ultimate Warrior autopsy: Wrestler died of heart disease". Chicago Tribune. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ เมษายน 22, 2014. สืบค้นเมื่อ เมษายน 22, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  44. "'Warrior' had cardiovascular disease". Associated Press. เมษายน 14, 2014. สืบค้นเมื่อ เมษายน 15, 2014.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  45. "Ultimate Warrior suffered fatal heart attack – autopsy shows". TMZ. เมษายน 14, 2014. สืบค้นเมื่อ เมษายน 22, 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  46. Launch Ramp Productions. "Famous Grave : The Ultimate Warrior : Jim Hellwig : World Wrestling Federation : WWF : Indiana". YouTube. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 24, 2025.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  47. "NWE World Heavyweight Title History". cagematch.net. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 11, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  48. "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 1992". The Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 11, 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  49. "Pro Wrestling Illustrated's Top 500 Wrestlers of the PWI Years". Wrestling Information Archive. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กุมภาพันธ์ 27, 2009. สืบค้นเมื่อ กันยายน 15, 2010.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  50. Duncan, R. & Will, G. (1998). "WCCW Texas Heavyweight Title History". Solie.org. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 17, 2008.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  51. Will, Gary; Duncan, Royal (2000). "Texas: NWA Texas Heavyweight Title [Von Erich]". Wrestling Title Histories: professional wrestling champions around the world from the 19th century to the present. Pennsylvania: Archeus Communications. น. 268–269. ISBN 0-9698161-5-4.
  52. "NWA Texas Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 30, 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  53. Royal Duncan & Gary Will (2006). "(Dallas) Texas: NWA American Tag Team Title [Fritz Von Erich]". Wrestling Title Histories. Archeus Communications. ISBN 978-0-9698161-5-7.
  54. "World Class Wrestling Association Tag Team Title". Wrestling-Titles.com. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 26, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  55. "The Ultimate Warrior's first WWF Championship reign". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กันยายน 5, 2015. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 19, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  56. "The Ultimate Warrior's first Intercontinental Championship reign". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กันยายน 6, 2015. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 19, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  57. "The Ultimate Warrior's second Intercontinental Championship reign". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กันยายน 5, 2015. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 19, 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  58. "Ultimate Warrior statue revealed at WrestleMania Axxess". มีนาคม 27, 2015. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 22, 2021. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 19, 2019 โดยทาง www.youtube.com.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  59. 1 2 Meltzer, Dave (1999). "January 11, 1999 Wrestling Observer Newsletter: Finger Poke of Doom, Awards results, Plus tons more". Wrestling Observer Newsletter.
  60. 1 2 3 4 5 6 7 8 Meltzer, Dave (มกราคม 27, 2014). "Jan 27 2014 Wrestling Observer Newsletter: 2013 Annual awards issue, best in the world in numerous categories, plus all the news in pro-wrestling and MMA over the past week and more". Wrestling Observer Newsletter. Campbell, California: 18–33. ISSN 1083-9593.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น